จารุลักษณ์ แจงเดินหน้า กอช. ย้ำออม-ลงทุนอย่างมั่นคง ปรับกฎหมาย-ขยายสิทธิ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๑๐ สิงหาคม ๒๕๖๖

จารุลักษณ์ เรืองสุวรรณ ชี้แจงความคืบหน้าการดำเนินงานและนโยบายการลงทุนของกองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ (กอช.) ตั้งแต่ปี 2558 ถึงปัจจุบัน ทั้งในด้านกลไกการออม เงื่อนไขการสมทบจากรัฐ การขยายเครือข่ายบริการ และการส่งเสริมวินัยการออมให้แรงงานนอกระบบ พร้อมทั้งอธิบายโครงสร้างการลงทุนที่เน้นความเสี่ยงต่ำ ผลตอบแทน ความมั่นคงของกองทุน และความคืบหน้าการปรับปรุงกฎหมาย กอช. รวมถึงการบูรณาการกับมาตรการส่งเสริมการออมอื่น ๆ และการพัฒนาระบบสื่อสารผ่านดิจิทัลเพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมของสมาชิก

นางสาวจารุลักษณ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนการออม แห่งชาติ

กราบเรียนท่านประธาน แล้วก็กราบเรียนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพทุกท่าน ดิฉันต้องบอกว่าขอประทานโทษจริง ๆ ว่าทำไมปี ๒๕๕๘ ปี ๒๕๕๙ เพิ่งมารายงาน อาจจะเป็นเพราะว่าช่วงนั้นเป็นช่วงที่เพิ่งตั้งกองทุน แล้วก็ต้องทำระบบ โครงสร้างต่าง ๆ แล้วก็เป็นกองทุนเพิ่งตั้งมาใหม่ แล้วก็ลงทุนในพื้นที่เยอะ ดิฉันเองมา รับหน้าที่นี้ตอนปี ๒๕๖๑ ทุกปีรายงานครบถ้วนค่ะ ปี ๒๕๖๕ เดี๋ยวคงเจอท่านอีกรอบหนึ่ง เรียนเป็นแนวทางเดียวกัน ต้องบอกว่า พ.ร.บ. กอช. ออกมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๔ อย่างที่ ท่านอนุชาเรียนไปแล้วว่ามาดำเนินการเมื่อเดือนสิงหาคม ๒๕๕๘ ในการรับสมาชิก เราเป็นกองทุนที่จะปิดช่องว่างสำหรับแรงงานนอกระบบ ณ วันนั้นอาจจะมีแรงงาน นอกระบบประมาณ ๒๐ กว่าล้านคน แต่ ณ วันนี้จะเหลือแค่ ๘ ล้านคน เพราะว่าปีที่ผ่านมา ทางประกันสังคม มาตรา ๔๐ (๑) (๒) (๓) รณรงค์ให้มีการสมัครเป็นสมาชิกถึง ๑๐ กว่าล้านคน ทำให้ตรงนี้เหลือแค่ ๘ ล้านคน ที่ประชาชนที่ไม่มีอะไรดูแลเกี่ยวกับเรื่องบำเหน็จบำนาญเลย หนี้สินที่เราได้ตัวเลขมาใหม่ ต้องบอกว่า กอช. เองเป็นกฎหมายที่ไว้สำหรับประชาชนที่อายุ ๑๕ ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ถึง ๖๐ ปีบริบูรณ์สามารถออมกับเราได้ ขั้นต่ำในการส่งเงินคือครั้งละ ๕๐ บาท ขั้นสูงสุดวันนี้เพิ่งปรับกฎกระทรวงใหม่เมื่อต้นปีที่ผ่านมา คือออมสูงสุดได้ปีละ ๓๐,๐๐๐ บาท เขาจะส่งเท่าไรก็ได้ในปีนี้นั้น แต่รัฐบาลกำหนดการสมทบเป็นช่วงอายุ ก็คือถ้าอายุ ๑๕-๓๐ ปี จะได้ครึ่งหนึ่งของเงินออม แต่ไม่เกิน ๑,๘๐๐ บาท หมายความว่า ถ้าน้องใส่วันนี้ ๑๐๐ บาท เดือนหน้าได้ ๕๐ บาท ใส่ ๑๐,๐๐๐ บาท ได้ ๑,๘๐๐ บาท แต่ถ้าอายุ ๓๐-๕๐ ปี รัฐบาลจะสมทบ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของเงินออม ก็ไม่เกิน ๑,๘๐๐ บาท เช่นเดียวกัน ถ้าอายุ ๓๐ ปี ใส่ ๑๐๐ บาท ก็ได้ ๘๐ บาท ถ้าใส่ ๑๐,๐๐๐ บาท จะได้ ๑,๘๐๐ บาท อายุ ๕๐-๖๐ ปี รัฐบาลให้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ของเงินออม แต่ก็ไม่เกิน ๑,๘๐๐ บาท ใส่ ๑๐๐ บาท ได้ ๑๐๐ บาท ใส่ ๑,๘๐๐ บาท ได้ ๑,๘๐๐ บาท อันนี้คือหลักการของ กอช. คราวนี้การดำเนินงานของเราต้องบอกว่าเราตระหนักเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ประชาชนคนไทย จะต้องรู้จักออมก่อนใช้ อันนี้ต้องบอกว่าที่ท่านอภิปรายมาว่าตอนต้นปีอาจจะไม่มีเรื่อง รายงานนี้ แต่ที่ปีหลัง ๆ มาเรามีการลงพื้นที่ให้ความรู้กับชาวบ้าน เรามีการบูรณาการทำงาน ค่อนข้างแน่นแฟ้นกับกระทรวงมหาดไทย ลงไปสู่ผู้ใหญ่บ้าน สร้างตัวแทนในหมู่บ้าน ลงถึงตำบล ผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วก็ลงถึง พอช. ก็ลงด้วย แล้วก็ธนาคารของรัฐในปี ๒๕๕๘ ปี ๒๕๕๙ ที่ช่วยเราจะมีธนาคารออมสิน ธ.ก.ส. ธนาคารกรุงไทย แต่ปัจจุบันนี้เราขยาย เครือข่ายค่อนข้างเยอะมากนะคะ ก็เพิ่มมาที่ล่าสุดก็คือธนาคารอิสลามแบงก์ แล้วก็ยังมี ตัว Counter Service มี Application มี LINE Ads มีทุกอย่างที่จะสอดคล้องกับภาวะ ปัจจุบัน อันนี้เป็นสิ่งที่เราดำเนินการมาถึงปีปัจจุบัน ต้องบอกว่า ปี ๒๕๕๘ ปี ๒๕๕๙ อาจจะดูยังน้อยอยู่ เพราะว่าเป็นปีเริ่มต้นในการสร้างหน่วยงาน

อีกอันหนึ่ง คือการลงทุนของ กอช. จะมีกฎหมายพิเศษว่า ถ้ากองทุนบริหาร ขาดทุน เมื่อ ๖๐ ปีต่ำกว่าเงินฝากประจำ ๑ ปี ทางกองทุนต้องชดเชยเงินให้ อันนี้เป็นสิ่งที่ เราไม่สามารถจะลงทุนอะไรเสี่ยง ๆ ได้ ปัจจุบันนโยบายการลงทุนตอน ปี ๒๕๕๘ ปี ๒๕๕๙ กำหนดไว้ว่าจะต้องลงทุนในความเสี่ยงต่ำ ร้อยละ ๘๐ ส่วนใหญ่ในปีแรกจะเห็นว่าอยู่ใน เงินฝากเท่านั้นนะคะ แล้วถัด ๆ มาก็จะลงทุนในหุ้นกู้บ้าง พันธบัตรรัฐบาลบ้าง แต่ปัจจุบัน เรามีการปรับในการลงทุนในหุ้น หรือตราสารหนี้ที่มีความเสี่ยงต่ำประมาณร้อยละ ๗๐-๘๐ แต่ว่าจะมีหุ้นกู้ประชาชนเข้ามารวมด้วย ซึ่งก็มี Rating A ขึ้นไปที่เราลงทุน อีกทั้งกองทุน อสังหาริมทรัพย์ก็ลงในนั้นประมาณ ๗-๘ เปอร์เซ็นต์ ทำให้ผลตอบแทนโดยเฉลี่ยในระยะยาว อยู่ที่ประมาณร้อยละ ๒-๓ เปอร์เซ็นต์ต่อปี ที่เราทำอยู่ค่ะ

ส่วนเรื่องที่บอกว่าทำไมทำขาดทุน การรับงบประมาณแผ่นดินของเราต้องมี การทำ Procession ล่วงหน้า ๓ ปี บางทีรายงานประจำปีจะเป็นพันล้านบาท แต่จริง ๆ เราได้รับมาแค่หลักไม่กี่ร้อยล้านบาทเองนะคะ อันนี้เป็นการประมาณการรายงานประจำปี แต่จริง ๆ แล้วต้องรายงานให้กับทางรัฐมนตรีทุกเดือนด้วยซ้ำ ที่ผ่านมาเราก็มีการ Monitor อย่างใกล้ชิด คณะกรรมการเองอย่างที่ท่านเรียนไปแล้วว่าจะเป็นตัวแทน ถึงจะเป็นโดยตำแหน่ง แต่ท่านปลัดก็ส่งตัวแทนมา เนื่องจากว่ามันเป็นกองทุนที่เราต้องช่วยกันดูแล

อีกข้อหนึ่งที่ถามว่าทำไมเรามีค่าใช้จ่ายบุคลากรเยอะ ต้องบอกว่าเราไม่มีสาขา เราต้องพึ่งพิงเครือข่ายค่ะ เพราะเรามองว่าการมีสาขาเป็นการซ้ำซ้อนกับหน่วยงานต่าง ๆ สิ่งที่เรากำลังดำเนินงานคือว่าเราพยายามที่จะสร้างเครือข่ายให้อย่างแน่นแฟ้นจากธนาคาร ของรัฐทั้งหมด ๕ สถาบันด้วยกัน ก็พยายามอบรมให้ความรู้ เนื่องจาก กอช. เป็นงานฝาก บางธนาคารอาจจะไม่ให้ความร่วมมือ หรือว่าบางสาขาอาจจะไม่ค่อยรู้เรื่องเรา เราก็พยายาม ประชาสัมพันธ์ลงพื้นที่เพื่อให้ความรู้ อันนี้เป็นสิ่งที่เราทำอยู่

อีกเรื่องหนึ่งคือการที่ท่าน สส. อภิปรายว่า กอช. เองจะมีการปรับปรุง เราก็มีการประชุม ทุก ๆ ๕ ปี กอช. จะต้องมีการดูว่าเงินสะสมสมทบเหมาะกับสถานการณ์ไหน ตอนตั้งกองทุนปี ๒๕๕๘ ครั้งแรกเรามีการออมได้เต็มเพดานแค่ ๑๓,๒๐๐ บาท แล้วก็สมทบ เป็น ๖๐๐ บาท ๘๐๐ บาท ๑,๒๐๐ บาท ที่ท่านอภิปรายไปแล้ว ปัจจุบันเราก็ปรับ แล้วอีก ๕ ปีข้างหน้าคณะกรรมการต้องกลับมาทบทวนเพื่อเสนอให้กับคณะรัฐมนตรีอนุมัติถัดไป เพื่อเป็นการดูแลพี่น้องประชาชนว่าในอนาคตคุณต้องมีอย่างน้อยบำนาญกับ กอช. ไว้ใช้ เป็นรายเดือน

อีกเรื่องหนึ่งคือว่า กอช. เองถ้าสมาชิกเสียชีวิตระหว่างทางก็ตาม มันจะเป็น มรดกตกทอดกับทายาทเขา การบริหารจัดการของ กอช. เป็นบัญชีรายบุคคล ออมน้อย ได้น้อย ออมมากได้มาก ไม่ใช่จะแก่ก่อนได้ก่อน ความมั่นคง สถานะของกองทุนดิฉันคิดว่า มีความมั่นคงสูงเพราะว่าเราทำระบบงานกองทุนแบบสากล ก็ต้องบอกว่าเหมือน กบข. เหมือนสมาชิกที่เป็นบัญชีรายบุคคลแล้วมีการดูแลกันอย่างใกล้ชิด แล้วก็มีระบบงานที่เรามี การลงทุนเราก็ทำเอง ยังไม่ได้จ้างใคร เพราะเนื่องจากสินทรัพย์เราแค่ ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งท่านรองเลขาธิการก็มาด้วย มีอนุกรรมการลงทุนตามกฎหมาย จะต้องกำกับดูแล การลงทุนอยู่ในกรอบที่เราวางนโยบายไว้ โดยมีท่าน Board กำกับอีกทีหนึ่ง เพราะฉะนั้น เราต้องระมัดระวังการดำเนินการที่เกี่ยวกับการลงทุน

สำหรับข้อเสนอแนะต่าง ๆ ดิฉันขอรับไว้ว่าสิ่งที่ท่าน สส. อภิปรายในวันนี้ ต้องบอกว่าเป็นประโยชน์ต่อกองทุนมาก เรามองว่ากองทุนนี้ต้องช่วยกันเพื่อจะทำงาน เราเองก็มองเห็นเรื่องประกันสังคมเหมือนกันว่าควรจะต้องมารวมกัน เพราะมองว่าเป็นสิ่งที่ สอดรับกัน ซึ่งประกันสังคมเขาดูเรื่องสวัสดิการชดเชยแรงงานเวลาเขาป่วย หรือฌาปนกิจสงเคราะห์ แต่ กอช. นี่ชัดเจนคือบำนาญภาคประชาชน ซึ่งตอนนี้เราก็มีการเสนอแก้กฎหมายอย่างที่ ท่านเสนอมาแล้วว่ายังไม่ถึงไหน จริง ๆ ต้องบอกว่ากระบวนการการแก้กฎหมายของเรา เราก็เสนอผ่าน Board ไปแล้วตอนนี้อยู่ที่กระทรวงการคลัง เราจะขอปรับไปประมาณ ๔-๕ ข้อ ข้อแรกคือขยายอายุสมาชิกปัจจุบันเป็น ๖๕ ปี จากเดิม ๖๐ ปี อันที่ ๒ คือ ความร่วมมือบูรณาการให้มาตรา ๔๐ ทั้งหมดสามารถสมัครคู่กับ กอช. ได้ อันที่ ๓ ก็คือ อาจจะกันบำเหน็จให้กับสมาชิกบางส่วน บำนาญบางส่วน เพราะส่วนมากสมาชิกจะบอกว่า อยากได้เงินก้อน ซึ่งจริง ๆ แล้วหลักการเราคืออยากมีเงินเดือนให้ใช้ตลอดชีพ อันที่ ๔ ก็คือว่า ถ้าเขามีความจำเป็นก็สามารถที่จะขอคืนเงินได้ในกรณีที่เขาจะใกล้เสียชีวิต อะไรประมาณนี้ค่ะ ซึ่งเราเสนอเข้าไป ซึ่งอยู่ในการทำพิจารณา ถ้าเสร็จแล้วก็คงจะเข้ามาที่รัฐสภาแห่งนี้ อีกครั้งหนึ่งค่ะ อย่างไรก็ตามระบบงานต่าง ๆ เรามองว่าสิ่งที่เราตั้งใจ ทีมงานเองก็ดี ที่เรามารับผิดชอบตรงนี้ต้องบอกว่ามุ่งมั่นตั้งใจ เราลงพื้นที่ค่อนข้างต้องบอกว่าเกือบทุกเดือน ลงไปตอนที่เราทำตอนนี้ปัจจุบันคือมุ่งสู่นักเรียนน้อง ๆ มัธยม เพื่อให้เข้าใจว่าออมก่อนใช้ เป็นอย่างไร ออมวันละ ๑๐ บาทได้อะไร เพราะ กอช. ขั้นต่ำคือ ๕๐ บาท รัฐบาลออมให้ ๒๕ บาท เพราะฉะนั้นน้องอาจจะต้องสนใจ ตอนนี้เราลงนักเรียนเป็นหลักแล้วค่ะ เพราะอย่างที่บอกว่าส่วนที่เหลืออีก ๘ ล้านคน น่าจะเป็นน้อง ๆ นักเรียนอีก ๔ ล้านคน ที่เราทำ อันที่ ๒ คือเราร่วมมือกับมหาวิทยาลัย พยายามจะให้มีการเรียนรู้เรื่องการบริหาร จัดการการเงินส่วนบุคคล เราก็มีการทำ มองกับธนาคารแห่งประเทศไทยด้วย จะให้อย่างไร เข้าสู่หลักสูตรให้กับนักเรียนน้อง ๆ เยาวชนทุกคนได้เรียนรู้การบริหารจัดการเงินของเขา ในอนาคตด้วยค่ะ

สำหรับเรื่องอื่น ๆ ก็ขออนุญาตรับไปปรับปรุงงานบริการต่าง ๆ ที่ท่าน เสนอแนะมา ด้านประชาสัมพันธ์ก็ดี การบริการสมาชิกก็ดี เราหวังอย่างยิ่งว่ากองทุนนี้ จะอยู่คู่ชาวไทย ให้เขามาเลือกใช้บริการกองทุนของเรา เพราะกองทุนของเรามีความยากคือ ด้วยความสมัครใจค่ะ แล้วแต่เขาจะมาออม แล้วถ้าออมเราก็จะสมทบให้ แต่ถ้าไม่ออมเราก็ จะต้องบอกว่าเชิญชวนให้เขามาออมทุกปี ซึ่งเราก็มีการเตือนสมาชิกทุกปี สมาชิกเดิมต้องมาออม ต่อเนื่อง เพราะว่าเราก็มีการที่จะให้เขาเข้าใจว่าเราเป็นหน่วยงานของรัฐประเภทหนึ่ง แต่เป็นกองทุนที่เราไม่มีสาขา เราต้องพึ่งพาตัวสำนักงานธนาคารของรัฐทั้งหมด แต่เราเอง ก็พยายามพัฒนา Application ให้เข้าถึงเตือน แล้วก็มี LINE Ads เพื่อให้เขาเข้าถึง เพราะคนไทย ส่วนมากใช้ LINE ค่ะ ก็จะขออนุญาตตอบโดยรวมค่ะ ถ้าท่าน สส. จะมีข้อแนะนำอะไร ทาง กอช. ยินดี รายงานประจำปีของเราคงพบกันในปี ๒๕๖๕ ในเร็ว ๆ นี้ได้ทำเสร็จแล้วค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะ