สฤษดิ์ ชี้ กองทุนออมแห่งชาติจำเป็นปรับเกณฑ์อายุ-จูงใจเพิ่ม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๑๐ สิงหาคม ๒๕๖๖

สฤษดิ์ บุตรเนียร หารือประเด็นกองทุนการออมแห่งชาติสำหรับผู้สูงอายุ เสนอปรับปรุงกฎระเบียบให้สอดคล้องกับภาวะสังคมผู้สูงวัยที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะการขยายอายุการออมเพิ่มขึ้นจาก 60 ปี เปิดโอกาสให้แรงงานวัยเก่าแก่ยังคงสะสมเงินได้ต่อเนื่อง พร้อมเรียกร้องการประชาสัมพันธ์ที่เข้าถึงประชาชน และผลักดันให้มีแรงจูงใจในการออมอย่างมีประสิทธิภาพควบคู่กับการป้องกันการใช้ช่องว่างทางการเงินจากผู้มีรายได้สูง

นายสฤษดิ์ บุตรเนียร ปราจีนบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสฤษดิ์ บุตรเนียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี เขต ๓ อำเภอกบินทร์บุรี อำเภอนาดี พรรคภูมิใจไทย วันนี้ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายในเรื่องของกองทุน การออมแห่งชาติ ผมก็ต้องขอขอบคุณคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติที่ได้เห็น ความสำคัญของผู้สูงอายุ ในปัจจุบันประเทศไทยก็เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุก็มีประชากร ผู้สูงอายุมากขึ้น ๆ ในปัจจุบันเรามีถึง ๑๔ ล้านคน นโยบาย วัตถุประสงค์เป็นสิ่งที่ดีงาม เพราะอย่างน้อยที่สุดวันนี้ประชากรที่พึ่งพาตนเองได้ในยามสูงอายุมีไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์ ที่จะช่วยตัวเองไม่ต้องพึ่งพาผู้ใด ดังนั้นการออมก็เป็นวิธีช่องทางหนึ่งที่รัฐบาลพยายาม ที่จะสนับสนุนให้ผู้สูงวัยนั้นได้พึ่งพาตนเอง โดยเฉพาะปัจจุบันนี้แล้วผู้สูงวัยซึ่งอยู่คนเดียว หรืออยู่ ๒ คนตายายมีจำนวนมากขึ้นถึงประมาณ ๔ ล้านครอบครัวทีเดียว แล้วใครล่ะครับ จะดูแล นอกจากการเตรียมตัว แต่กองทุนนี้เป็นกองทุนใหม่ซึ่งเกิดขึ้น ถ้าหากว่าจะตั้งต้น ตั้งแต่ปี ๒๕๕๔ แต่จริง ๆ แล้วก็เริ่มต้นการเริ่มหาสมาชิกในปี ๒๕๕๘ ก็เพียง ๘ ปีเท่านั้น ผมก็อยากจะให้ทั้งกำลังใจ อาจจะมีข้อบกพร่องในการทำงานละ แต่วัตถุประสงค์ ที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ Comment ไปก็เป็นสิ่งที่ดี เพราะทุกความคิดนำเสนอ เป็นสิ่งที่ดีงาม จากสมาชิกเริ่มต้นในปี ๒๕๕๘ ประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ คนนั้นเป็นการจัดตั้ง ของแรงงานนอกระบบเท่านั้น แล้วก็มีข้อจำกัดหลาย ๆ อย่างซึ่งกระทรวงการคลังได้กำหนด กฎเกณฑ์ขึ้นมา โดยเฉพาะเรื่องของอายุที่จะให้เพียง ๖๐ ปีเท่านั้น แต่ขณะนี้ปัจจุบัน ท่านก็ต้องทราบว่าผู้สูงอายุนั้นก็น่าจะเปลี่ยนแปลงไป จากค่าอายุเฉลี่ย ๗๘-๘๐ ปี แต่ขณะเดียวกันกองทุนผู้สูงอายุวันนี้ก็กำหนดให้ส่งถึงอายุเพียงแค่ ๖๐ ปี ผมถึงอยากจะเห็นว่า ในเมื่อของสภาวะสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ทำไมครับ ข้อกฎเกณฑ์ กติกา หรือเงื่อนไข ที่กระทรวงการคลังเขียนไว้ก็น่าจะเปลี่ยนแปลงไป เพราะโดยเฉพาะผู้สูงวัยปัจจุบันนี้ เป็นจำนวนมากที่ยังอยู่ในตลาดแรงงาน และต้องพึ่งพาตนเองด้วยการทำงาน จึงน่าจะเพิ่มอายุ ในการส่งหรือเงินออมมากยิ่งขึ้น และโดยเฉพาะเงินกองทุนนี้เป็นการออมภาคสมัครใจ ซึ่งบางทีผมว่ามันไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมของคนไทย น่าจะมีเงื่อนไขในการที่จะมีแรงจูงใจ สมัครใจในเชิงบังคับ แล้วก็จูงใจให้มีความรู้สึกว่ามีการออมอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ในปัจจุบันนี้สมาชิกที่มาร่วมอยู่ในวงการการออมนี้ ผมเชื่อว่าการประชาสัมพันธ์อย่าง ท่านสมาชิกได้กล่าวไปนี้ ผมก็เชื่อว่าการสื่อสาร การประชาสัมพันธ์ การเข้าถึงผู้สูงวัย หรือประชาชนทุกช่วงวัยตั้งแต่ ๑๕ ปีผมว่ายังน้อย โดยเฉพาะ ๑๕-๒๐ ปียังอยู่ในวัยการศึกษา ผมว่าน่าจะบรรจุเข้าไปในหลักสูตร หรือส่งเสริมเด็ก ๆ แต่ขณะเดียวกันผมเชื่อเหลือเกินว่า ในสังคมปัจจุบันนี้เด็กยังไม่มีรายได้ก็อาจจะมีข้อจำกัดหลาย ๆ อย่าง แต่ในขณะเดียวกัน ผู้สูงอายุ โดยเฉพาะการที่สังคมผู้สูงอายุวันนี้ลูกมีบุตรช้า ต้องมีภาระในการที่จะส่งเสีย ลูกหลานเล่าเรียนจนอายุเกือบ ๖๐ ปี พออายุ ๖๐ ปีเริ่มที่จะสบายตัวพอที่จะออมได้ ก็ถูกขีดจำกัดด้วยเงื่อนไขข้อบังคับของกองทุนเงินออม ดังนั้นสิ่งที่ควรจะแก้ไขคือเรื่องของ กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะผู้สูงวัย น่าจะเพิ่มจากเมื่อก่อนนี้ ๕๐-๖๐ ปี เป็น ๖๐-๗๐ ปี เพื่อเป็นแรงกระตุ้นให้ผู้สูงอายุโดยเฉพาะในชนบทนั้น ในเขตเลือกตั้ง ของผมนี่ ผมเห็นทุกครั้งที่มีการประชุม อสม. ประชุมกองทุนหมู่บ้าน ประชาชนต้องการ ที่จะฝาก ต้องการที่จะออม เพียงแต่ว่าช่องทางในการที่กองทุนได้เข้าไปไหม ได้บริหารเชิงรุกไหม อีกอันหนึ่งที่น้อง ๆ สมาชิกได้กล่าวไปแล้วในเรื่องของประกันสังคมในมาตรา ๔๐ อันนี้ ด้วยเหตุว่าเขาได้ให้สวัสดิการชดเชยในเรื่องของเวลาที่เจ็บป่วยหรือการตาย ค่าทำศพ กองทุนการออมแห่งชาติน่าจะบริหารให้เงื่อนไขที่ดีเพื่อเป็นการกระตุ้นประชาชน ผมเชื่อว่า กองทุนนี้เป็นเพื่อผู้สูงวัยอยู่แล้ว เป็นทางออกของสังคมเพื่อลดภาระ เป็นสวัสดิการที่ดีครับ อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะมีการถูกตำหนิติติงอย่างใด ผมก็ขอเป็นกำลังใจให้กองทุนนี้ปฏิบัติการ เพียงแต่ให้รับฟังข้อเสนอแนะ ข้อแนะนำของสมาชิกทุกคนที่ล้วนแล้วแต่มองว่าเงินทุกบาททุกสตางค์ ที่เข้ามาสู่การสมทบตั้งแต่ทุก ๆ ช่วงวัยที่ไม่เท่ากันนั้นเป็นเงินของประเทศชาติ ควรจะมองถึง ประโยชน์ที่จะให้ และประโยชน์อันนี้ก็เป็นการช่วยประเทศชาติในทางตรงทีเดียวครับ ในสังคมผู้สูงวัยต้องการการดูแลที่ดี เป็นภาระ ดังนั้นมาตรา ๔๐ ของประกันสังคมนี้ จึงอยากจะให้ประชาชนทุกคนมีสิทธิที่จะสมัครได้ทุกกองทุนที่เขามีความสามารถ ส่วนเรื่อง เพดาน Maximum ในการที่ออมนั้นผมเห็นด้วยว่าควรจะมีเพดานครับ มิฉะนั้นแล้วจะเป็น ช่องทางของคนที่มีเงินจำนวนมาก ๆ ฝากใส่เพื่อต้องการเงินสมทบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ จากงบประมาณแผ่นดิน ดังนั้นผมจึงกราบเรียนมายังประธานสภาที่เคารพผ่านไปยังกองทุน สุดท้ายผมขอเป็นกำลังใจครับ เพราะกองทุนนี้เป็นสวัสดิการที่ดี เพื่อประโยชน์ของสังคม ผู้สูงอายุ เป็นทางเลือกและให้ประชาชนมีโอกาสที่จะเข้าถึงสวัสดิการอย่างดีครับ ขอกราบ ขอบพระคุณมากครับ