ชุติมา คชพันธ์ มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการดำเนินการของกองทุนการออมแห่งชาติ โดยมีข้อกังวลเกี่ยวกับการใช้จ่ายเงินมากเกินไปในเรื่องของบุคลากร และเสนอแนะว่าเงินสมทบจากภาครัฐไม่ควรแบ่งชั้น เพื่อให้แน่ใจว่าเงินนั้นใช้เพื่อสิ่งที่จำเป็นและประสิทธิภาพของงาน
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ชุติมา คชพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จากภาคใต้ จังหวัดพัทลุงท่านประธานคะ สำหรับกองทุนการออมแห่งชาติ โดยหลักการดิฉันเห็นด้วยนะคะ แต่ในทางปฏิบัติแล้วก็จากรายงานที่ดิฉันดูมามีความสงสัยหลายประการ มีคำถามเกิดขึ้น มากมายว่ากองทุนนี้คุ้มค่าจริงหรือไม่ ขอ Slide ค่ะ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
ด้วยหลักการนะคะ กองทุนนี้ สามารถเริ่มต้นออมเงินได้ตั้งแต่อายุ ๑๕ ปี ซึ่งถือว่าเป็นหลักการที่ดีนะคะ ให้เยาวชนได้ออมเงิน แล้วก็มีเงินเก็บจนถึงบำนาญได้มีเงินใช้ เราเป็นผู้ปกครองก็สามารถที่จะออมให้ลูกได้ โดยหลักการดีค่ะ ทีนี้พอมาดูรายงานก็อย่างที่หลายท่านกล่าวไปแล้ว วันนี้ที่ฉันจะขอ สั้น ๆนะคะ เพราะดิฉันไปดู พ.ร.บ. อ่านทุกข้อเลยค่ะ ก็ไปเจอข้อหนึ่งคือมาตรา ๕๖ ซึ่งคิดว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่านก็สงสัยเช่นกันว่าทำไมถึงย้อนหลังไปตั้ง ๕-๖ ปี ในนั้นบอกไว้ว่าต้องรายงานต่อสภาผู้แทนราษฎรภายใน ๑๘๐ วันนับจากวันสิ้นปีบัญชี เหตุใดปี ๒๕๕๘ และปี ๒๕๕๙ จึงเพิ่งมาถึงสภา นี่คือคำถามนะคะ เดี๋ยวก็คิดว่าท่านคง เตรียมคำตอบไว้แล้วนะคะ
สำหรับค่าใช้จ่ายนะคะ พอดิฉันไปดูก็ตกใจเลย ค่าใช้จ่ายสมเหตุสมผลหรือไม่ จากที่ดูเป้าหมายทำไว้ดูดี เป้าหมายดูดีคือจะเพิ่มขึ้นไป แต่เมื่อไปดูลึก ๆ จริง ๆ เพิ่มเป็นแค่ หลักแสนเอง แต่งบประมาณที่วางไว้คือวางไว้เป็นวงเงิน ๑,๐๐๐ ล้านบาท เทียบกับสมาชิก ที่มีเป้าว่าจะเพิ่มขึ้นแค่หลักแสน ในมุมมองดิฉันคือไม่คุ้มค่านะคะ Slide ถัดไปเลยค่ะ
ต่อมาค่ะ พอยิ่งไปดูรายละเอียด พอไปดูของปี ๒๕๕๘ ปี ๒๕๕๙ ดิฉันก็ไล่ดู มาเรื่อย ๆ เลย จนถึงปี ๒๕๖๔ ยิ่งตกใจ และส่วนใหญ่งบประมาณที่หมดไปจะหมดไปกับ ในส่วนของบุคลากร ดิฉันไม่ติดขัดอะไรกับเงินเดือนของข้าราชการนะคะ แต่ในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เงินเดือนทั้งหมดและงบประมาณทั้งหมดของกองทุนที่ใช้ คือเงินภาษีประชาชน เป็นหน้าที่ของดิฉันที่จะต้องสงสัยและตรวจสอบ ดิฉันก็สงสัยว่า ทำไมกองทุนนี้ทุกปีเลยจะมีงบประมาณหมดไปกับบุคลากรเป็นอย่างนี้ตลอด ปี ๒๕๕๘ ๑๐.๗ ล้านบาท ปี ๒๕๕๙ ๓๗.๘ ล้านบาท พอมาดูปี ๒๕๖๔ กระโดดขึ้นมา ๖๗ ล้านบาท ทำไมถึงมากขนาดนี้ แล้วพอไปดูเงินค่าใช้จ่ายกรรมการอีก ๔.๗ ล้านบาท นี่คือล่าสุดเลยนะคะ ปี ๒๕๖๔ ที่ดิฉันไปดู คำถามคือซ้ำซ้อนหรือไม่ จำเป็นจริงหรือไม่ เพราะว่าพอไปดูโครงสร้าง บริหาร กรรมการบางท่านเป็นปลัดกระทรวงการคลัง เป็นปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม คำถามคือท่านเหล่านี้ มีเงินเดือนอยู่แล้วใช่หรือไม่ เหตุใดยังต้องมีเงินตรงนี้ไปจ่าย แล้วถ้าไปดูคณะกรรมการชุดอื่นอีก ปรากฏว่าในชุดอื่นก็มีการประชุมแต่ก็ไม่ได้มากพอที่คิดว่าจะต้องใช้เงินถึง ๔-๕ ล้านบาท ใช่ไหมคะ ดิฉันก็มีคำถามว่าเหตุใดต้องใช้เงินเยอะขนาดนี้ เท่ากับประสิทธิภาพของงาน และในแง่ของบุคลากร ถ้าเป็นบริษัทเอกชนดิฉันเป็นประธานบริษัท ดิฉันก็จะถามว่าที่มีอยู่ งานที่ได้ออกมากับจำนวนคนที่มีคุ้มค่าหรือไม่ คนมีมากเกินไปหรือไม่ และดูจากผล มันแตกต่างกัน ไม่คุ้มค่า ต่อไปเลยค่ะ ผลที่ดิฉันบอกก็คืออย่างนี้ค่ะ ท่านดูนะคะ ประชากรไทย อายุ ๑๖-๖๐ ปี ทุกเพศมีอยู่ประมาณ ๔๒ ล้านคน อยู่ในระบบประกันสังคมแล้วประมาณ ๒๓ ล้านคน อยู่ในกองทุนนี้ประมาณ ๒.๔ ล้านคน แปลว่าอะไรคะ แปลว่ามีคนไทยที่ตกหล่น ไม่อยู่ในระบบใดเลย ๑๖.๕ ล้านคน ถ้าท่านทำงานแล้วมีคุณภาพ มีประสิทธิภาพกับ งบประมาณที่ใช้ไปตัวเลขคงไม่ใช่ ๑๖.๕ ล้านคน คงจะคุ้มค่ามากกว่านี้นะคะ ต่อไปเลยค่ะ ดูตรงนี้นะคะ อาชีพส่วนใหญ่ที่มีก็อย่างที่เพื่อนสมาชิกบอกไปแล้วส่วนใหญ่คือเกษตรกร แต่ดิฉันสงสัยว่าทำไมคนค้าขายซึ่งน่าจะมีเงินในการมาจ่ายเงินออมทำไมถึงน้อยเหลือเกิน พอไปดูภาคอีกก็จะไปเป็นภาคอีสานเสียมากกว่า ทำไมภาคอื่นยังน้อย ต่อไปเลยค่ะ ดิฉันอยากจะเสนอก็คือว่าเป็นไปได้กองทุนนี้ดิฉันมีความเข้าใจว่ามันน่าจะซ้ำซ้อนกัน กับกองทุนประกันสังคม โดยเฉพาะมาตรา ๔๐ บางข้อก็น่าจะใช้ด้วยกันได้ น่าจะรวมกันได้ เพราะฉะนั้นขอให้สมาชิกเป็นสมาชิกได้ทั้ง ๒ กองทุนได้หรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นมาตรา ๓๓ มาตรา ๓๙ หรือมาตรา ๔๐ ควรจะเป็นได้ทั้ง ๒ กองทุนเลย แต่ถ้าบอกว่าไม่ได้ อย่างนั้น ยุบเถอะค่ะ รวมกันเอาอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ เพราะว่ามาตรา ๔๐ เขามีสิทธิที่ประโยชน์ มากมาย รักษา มีสงเคราะห์บุตร มีทุพพลภาพ มีอะไรต่าง ๆ นานามากมาย ต่อมาที่อยากจะเสนอ ก็คือว่าในอดีตเพดานของท่านอยู่ที่ ๑๓,๐๐๐ บาท ปัจจุบันตั้งแต่มีนาคม ๒๕๖๖ ดิฉันทราบว่า เพิ่มเป็น ๓๐,๐๐๐ บาทต่อปีแล้ว แต่มันดูย้อนแย้งนะคะ วัตถุประสงค์คือบอกว่าให้ประชาชน ออมเงิน แต่ทำไมท่านมีเพดานล่ะคะ ไม่ควรจะมีเพดาน ควรจะให้ออมแบบไม่จำกัดไปเลย ไม่อย่างนั้นมันจะไม่บรรลุวัตถุประสงค์ของกองทุน คำว่า ออม คือออม ไม่ควรจะมีเพดาน
ข้อเสนอแนะต่อไป เงินสมทบโดยรัฐไม่ต้องมีขั้นบันไดแบบนี้ค่ะ ให้มีไปเลย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เลยอัตราเดียวกันแล้วไม่ต้องมีช่วงอายุด้วย ควรจะมีทุกช่วงอายุให้เหมือนกัน หมดเลย ดิฉันอยากจะเสนอคือในการทำงานของกองทุนที่ผ่านมาที่เป็นปัญหาอยู่ทุกวันนี้ ดิฉันมองว่าอาจจะยังทำงานเชิงรุกไม่มากพอ เพราะฉะนั้นขอเสนอให้เกิดแรงจูงใจให้ประชาชน ออมมากขึ้น คือทำงานในเชิงรุกมากขึ้นเหมือนเอกชน ทำการตลาดมากขึ้น ดิฉันถามเพื่อนสมาชิก หลายคน ถามพี่น้องประชาชนมีหลายคนที่ไม่รู้จักว่ากองทุนนี้คืออะไร มีด้วยหรือ แล้วดิฉัน ก็มองว่ากองทุนนี้จริง ๆ ท่านสามารถที่จะทำการตลาดให้เป็นกองมรดกได้เลยด้วยซ้ำ เพื่อแข่งขันกับการออมในตลาดทุนหรือว่าธนาคารอื่น ๆ
ดิฉันอยากจะฝากไว้ สุดท้ายนี้ถ้าท่านอยากจะให้กองทุนนี้ดำรงอยู่ต่อไป ท่านควรทำให้มีกำไรมากกว่านี้ แล้วท่านปักธงไปเลย ๓ ม. เลยค่ะ ทำให้กองทุนนี้มั่นคง ในสายตาประชาชน ให้ประชาชนมองว่ากองทุนนี้มั่นคงกว่ากองทุนอื่น ๆ มากกว่าไปลง ในตลาดหลักทรัพย์หรือไปในธนาคารอื่น ตอนนี้มีกองทุนมากมายเลย ท่านต้องทำให้ ประชาชนรู้สึกมั่นคงเขาถึงจะมาลงทุนกับท่าน ให้ประชาชนรู้สึกมั่นใจว่าเงินจะไม่หาย แล้วมีเงินใช้ยามเกษียณจริง ๆ ต่อมาคือทำอย่างไรก็ได้ให้เขารู้สึกว่าท่านมีความแตกต่าง ถ้าในแง่การตลาดท่านต้องแตกต่าง สิ่งที่ท่านต่างได้คือท่านต้องทำให้เป็นมรดกให้ลูกหลานได้ นี่คือสิ่งที่กองทุนอื่นเขาทำไม่ได้ ดิฉันฝากไว้ด้วยนะคะ เพราะว่าทั้งหมดที่มีค่าใช้จ่าย ในกองทุนนี้คือเงินจากภาษีประชาชน ขอให้ท่านใช้ให้คุ้มค่าด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ