สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๑๐ สิงหาคม ๒๕๖๖

อภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล หารือเรื่องการสนับสนุนกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ พร้อมเปลี่ยนแปลงเกณฑ์การจัดสรรทุนให้กว้างขวางขึ้น และหารือเรื่องงบประมาณโครงการอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.) พร้อมระบุเกณฑ์การจัดสรรเงินและการผูกพันเงินในแต่ละปี นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการลงทุนโครงการบินล่าฝัน A Time to Fly และ White Monkey หนุมานขาว และตัวชี้วัดในกองทุนโครงการ พร้อมระบุชื่อกรรมการอนุกรรมการกลั่นกรอง

นายอภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภานะครับ แล้วก็ผู้บริหารกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เนื่องจากว่ากองทุนนี้ได้รับ เงินรายได้หรือเงินอุดหนุนจากการสนับสนุนของกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ กิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ ผมเข้าใจว่าตัวกองทุนที่ให้เงิน ท่านมานี่ก็คงอยากจะเห็นโจทย์ที่เอาเงินที่เก็บมาจากงานโทรทัศน์ แล้วก็มากระจายกลับคืน ให้กับสังคม ผมไล่ไปตามรายงานเลยนะครับ ตาม Slide แล้วกัน ผมขอ Slide เปิดหน้า ถัดไปเลยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

ในรายงานของท่านก็บอกถึง ตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ จนถึงในปีปัจจุบันที่ท่านส่งรายงานคือปี ๒๕๖๕ ตัวที่เป็นสีฟ้าก็คืออันที่ ท่านให้บอกตามยุทธศาสตร์ที่เป็นเรื่องทั่วไป กับอันที่เป็นสีส้มก็คืออันที่เรื่องที่ให้ตาม ยุทธศาสตร์ เพราะฉะนั้นเราจะเห็นได้ว่าในท้าย ๆ มานี่เราก็จะให้เงินไปตามยุทธศาสตร์ มากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งผมกำลังมองว่าโอกาสของคนตัวเล็ก คนที่อยู่ในต่างจังหวัด คนที่เริ่มต้น ทำงานใหม่ ๆ ทางด้านสื่อสร้างสรรค์นี่โอกาสก็จะลดน้อยลง เพราะฉะนั้นผมอยากเห็น ก็คือเรื่องเกณฑ์ในการพิจารณาของปีถัดไป เช่นในปี ๒๕๖๖ ว่าสัดส่วนของเกณฑ์ในการจัดสรรทุน ให้ทางตัวที่เป็นยุทธศาสตร์ของสถานการณ์ของตัวกองทุนเอง กับอันหนึ่งก็คืออันที่เป็นเรื่อง ทั่วไปที่จะเปิดให้กับคนทั่วไปเพิ่มมากขึ้นนะครับ ไม่อย่างนั้นแล้วเราก็จะไม่มีโอกาสเห็น หรือส่งเสริมกับเยาวชนที่จะทำงานเรื่องสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

ใน Slide ที่ ๒ ผมไล่ไปตามรายงานของท่านนะครับ ก็คือตัวจำนวนเงิน รายละเอียดของตัวสื่อที่ท่านให้มาตามรายงานนี้ ในปี ๒๕๖๕ ท่านให้ไว้ที่เปิดรับทั่วไป ๕๗ โครงการ ด้วยเงินประมาณ ๑๐๓ ล้านบาท แล้วก็ประเภทยุทธศาสตร์ ๗๐ โครงการ ด้วยเงิน ๑๗๙ ล้านบาท แล้วก็อันที่เป็นเรื่องความร่วมมือ ๕ โครงการ ๑๖ ล้านบาท ส่วนในปี ๒๕๖๖ ที่เตรียมทำแผนไว้ ท่านก็ให้ไว้ในสัดส่วนที่ดูใกล้เคียงกัน แต่พอลง รายละเอียดในตัวเลขของโครงการต่าง ๆ ผมก็ไปนั่งดูรายละเอียด ในนั้นมันมีรายละเอียด ตั้งแต่โครงการย่อย ๆ เล็ก ๆ ก็คือ ๓๐๐,๐๐๐ บาท จนไปถึงโครงการ Scale ขนาดใหญ่ คือ ๑๔ ล้านบาท หรือแม้กระทั่งในปี ๒๕๖๖ ที่ท่านเตรียมให้ ๘.๕ ล้านบาท ใน Scale ของโครงการที่แตกต่างกัน ซึ่งความจริงท่านก็ได้ชี้แจงไว้ในข้อเสนอแนะของทีมประเมิน โครงการว่าได้แบ่งโครงการไว้ใน Scale ที่เป็น S M L นะครับ ผมอยากเห็นว่าความแตกต่าง ของตัวเลขที่มันจาก ๓๐๐,๐๐๐ บาทจนถึง ๑๐ กว่าล้านบาทนี่มันมีวิธีการจัดสรร ด้วยวิธีอะไรได้บ้าง มันมีเกณฑ์ในการพิจารณาที่จะให้เงินกับโครงการต่าง ๆ ด้วยเกณฑ์อะไร เพราะว่าลองอ่านในรายงานนี่ไม่มีเกณฑ์ในการที่จะให้ทราบว่าเราให้เงินโครงการนี้เท่าไรบ้าง พอเปิดไปดูในหน้า ๒๒ ของรายงาน ก็ไปดูเงินที่ท่านใช้จ่ายในปี ๒๕๖๕ ๕๗๒ ล้านบาท แล้วก็ตัวโครงการนี่ท่านให้ไว้ที่ ๒๙๙ ล้านบาท เงินที่ท่านจ่ายในเฉพาะปีนี่พอไปดูข้อที่เป็น งบประมาณที่ใช้ผูกพัน ท่านปล่อยให้เงินผูกพันของปี ๒๕๖๕ ไปถึง ๓๖๒ ล้านบาท ซึ่งเทียบแล้วก็คือประมาณ ๖๓ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งผมคิดว่ามันเป็นเพดานเงินที่ค่อนข้างเยอะมาก หลังจากที่ท่านได้เงินงบประมาณประจำปีแล้วเอาไปปล่อยไว้เป็นเงินผูกพันซึ่งค่อนข้าง เยอะมาก เพราะฉะนั้นผมอยากเห็นก็คือว่าในอนาคตข้างหน้าทำอย่างไรมันถึงจะทำให้เรา สามารถจ่ายเงินงบประมาณได้ปีต่อปี แล้วก็เข้าใจได้ว่าในบางโครงการนี้ท่านอาจจำเป็น ที่จะต้องจ่ายในระยะเวลาเกิน ๑ ปี แต่ผมเชื่อว่าเราคงจะต้องมีเพดานในการจ่ายนะครับ

ส่วนใน Slide อันที่ ๓ ผมก็หยิบตามตัวอย่างของท่านนะครับ ที่ท่านให้ไว้ เป็น Highlight ของ ๒ โครงการ โครงการแรกก็คืออันที่บอกว่าเป็นโครงการเด่นของปี ๒๕๖๕ ชื่อว่า บินล่าฝัน A Time to Fly โครงการนี้ให้ไว้ตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ แล้วก็มีผลสัมฤทธิ์ในปีนี้เอง หรือโครงการที่ชื่อว่า White Monkey หนุมานขาว ก็ให้ไว้ตอนปี ๒๕๖๓ แล้วเพิ่งจะมา สัมฤทธิ์ ทั้ง ๒ โครงการ พอผมลงไปดูในรายละเอียด เช่น เงินงบประมาณ ๑๐ ล้านบาททั้งคู่ แต่เวลาที่ผมเปิดเข้าไปดูใน Review ภาพยนตร์ เพราะอันนี้ฉายในโรงภาพยนตร์ทั่วไปด้วย ผมไปเปิดดูใน Review ก็ไม่พบว่าเรื่องนี้มีการ Review ในระบบของภาพยนตร์ ไปดูใน Thailand Box Office ก็มีรายได้ฉายอยู่ ๑๔ วัน ได้ ๓.๓ ล้านบาท ซึ่งมันไปเปรียบเทียบ กับหนังของเอกชนในช่วงเวลาเดียวกัน ชื่อ บัวผันฟันยับ ในเวลา ๑๔ วันเหมือนกัน เขามีรายได้ ๗๕ ล้านบาท ในขณะที่หนังของเรามีรายได้อยู่ที่ ๓.๓ ล้านบาท เพราะฉะนั้น ผมก็เลยอยากให้ท่านช่วยดูในฝั่งเรื่องการรับรู้ของคนดูด้วยว่าคนดูมีการรับรู้เท่าไร ผมขออีกนาทีเดียวครับท่านประธาน แม้กระทั่งวิธีการที่จะให้คนรับรู้ ผมก็เข้าไปดู รายละเอียด ก็พบว่ามีหนังสือจากกระทรวงมหาดไทย ที่ มท ๐๘๑๖๓.๓/ว๙๑๗๘ ซึ่งลงวันที่ ๗ ธันวาคม เมื่อปีที่แล้ว บอกว่าให้เราช่วยเกณฑ์เอานักเรียนไปเข้าชมหนังเรื่องนี้ด้วย โดยการที่บอกว่าให้ใช้เงินงบประมาณในหมวดค่าจัดการเรียนการสอน การทำกิจกรรมของ ผู้เรียนเพื่อไปเกณฑ์ให้ตัวเลขของคนเข้าชม แล้วก็ต้องทำแบบสอบถามตอบกลับคืนมาด้วย เพราะฉะนั้นในภาพยนตร์นี่ผมหวังว่าเมื่อเราพยายามลงทุนแล้ว ให้เงินไป ๑๐ ล้านบาทแล้ว เราก็คงหวังผลที่มันจะทำให้มันมีผลสัมฤทธิ์ต่อคนดูด้วย เพราะฉะนั้นใน Slide สุดท้ายก็คือมี คำถามกับท่าน ๒ ข้อ

ข้อแรกก็คือข้อมูลทั้งหมดที่ท่านผู้บริหารกองทุนเสนอมานี่ผมคิดว่าแนวทาง ในการจัดสรรโครงการท่านทำอย่างไร

ข้อที่ ๒ ก็คือเรื่องตัวชี้วัดในกองทุนต่าง ๆ ในโครงการต่าง ๆ ว่าท่านมีตัวชี้วัด ในกองทุนเท่าไร ซึ่งจริง ๆ แล้วเราวัดได้ทั้งตัวที่เป็น ROI หรือ SROI ได้ทั้งคู่ แล้วก็ในตัว กองทุนเองผมว่าท่านก็มีอนุกรรมการอยู่ ๖ ชุด แต่ว่าในอนุกรรมการชุดกลั่นกรองนี่ท่าน ไม่ได้ระบุชื่อไว้ว่าใครเป็นกรรมการอนุกรรมการกลั่นกรองนะครับ เพราะว่าเป็นคนที่ระบุ กองทุนเอง แล้วก็ข้อแนะนำของชุดกรรมการประเมินนี่ผมก็มีความเห็นสอดคล้องครับ ขอบคุณครับ