ศรัณย์ ทิมสุวรรณ ชื่นชมความก้าวหน้าและวัตถุประสงค์ของกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ แต่ตั้งข้อสังเกตถึงความขาดหายไปของตัวชี้วัดที่ชัดเจนในการประเมินผลการเข้าถึงประชาชนของสื่อที่ได้รับทุน พร้อมท้วงติงการจัดสรรทุนที่อาจเกิดการซ้อนทับโครงการจากกลุ่มเดิม และเรียกร้องให้มีการทบทวนการสนับสนุนให้ครอบคลุมสื่อชุมชนมากขึ้น โดยเสนอให้สนับสนุนต่อเนื่องเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ยั่งยืนและสอดคล้องกับเป้าหมายการสร้างความตระหนักรู้ด้านสื่ออย่างแท้จริง
ท่านประธานที่เคารพ ผมศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย กับรายงานของกองทุนพัฒนา สื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ สวัสดีทุกท่านนะครับ เจอกันหลายปีตั้งแต่สมัยที่แล้วก็ต้องยอมรับ ว่าจริง ๆ ท่านก็ทำรายงานมาได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ ทุกปี แล้วก็โดยส่วนตัวนะครับ จากวัตถุประสงค์ จากที่ท่านผู้ชี้แจงได้มีโอกาสแจ้งกับที่ประชุม มารายงานกับที่ประชุม คือด้วยวัตถุประสงค์เอง ผมเห็นด้วยนะครับ แล้วก็คิดว่ามันเป็นจุดประสงค์ที่ดีที่เราจะร่วมกันทำสื่อให้ปลอดภัย และสร้างสรรค์ แต่สิ่งหนึ่งที่เราเห็นจากรายงานฉบับนี้
อย่างแรก พูดถึง Theme ก่อน คือพอเราบอกว่าสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ พอเราดูในรายงานผ่าน ๆ และพอเราเจาะลึกลงไป ผมบอกเลยว่ารายงานนี้ได้แสดงให้เห็นว่า รายการที่ได้รับทุนสนับสนุนค่อนข้างที่จะมี Theme ที่ค่อนข้างเจาะจง ก็คืออาจจะเกี่ยวกับ การสอนต่าง ๆ ให้ข้อคิดต่าง ๆ เรื่องศาสนา เปิดไปไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมต่าง ๆ หรือรายการ ต่าง ๆ รวมถึงเรื่องข่าวปลอม อันนี้ผมก็เห็นว่าในปีที่ผ่านมาเรียกได้ว่าเป็น Theme หลัก ของกองทุนเลยที่ว่าส่งเสริมสื่อที่ให้ข้อมูลเรื่องนี้ไม่ว่าจะเป็นการสอนให้ประชาชนเข้าใจว่า แบบไหนเชื่อได้ เชื่อไม่ได้ ซึ่งผมไม่ได้มองว่าเป็นสิ่งที่ผิดนะครับ แต่สิ่งที่ผมอยากจะบอกท่าน แล้วกันครับอย่าว่าติเลย ก็คือรายงานฉบับนี้ผมอยากให้มันมี KPI ที่เราเห็นตรงกัน ก็คือในนี้ ท่านเอามาคือท่านบอกว่ามีคนขอมาเท่าไร ท่านให้ไปเท่าไร ท่านให้เต็มวงเงินทุกปีอยู่แล้ว ผมเห็นในรายงาน แต่ที่ผมอยากจะทราบคือแต่ละโครงการ แต่ละรายการที่ท่านได้ให้ไปนี้ มันเข้าถึงพ่อแม่พี่น้องประชาชนได้มากน้อยขนาดไหน เพราะผมเข้าใจว่านี่คือเป้าหมายหลัก ของการใช้เงินกองทุนใช่ไหมครับ ถ้าท่านจะทำรายการเพื่อบอกกับประชาชนว่าตอนนี้ ภัย Online กำลังมานะครับ สื่อ Online แบบไหนที่เชื่อได้ เชื่อไม่ได้ การแยกข่าวจริง ข่าวปลอมต่าง ๆ นี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือท่านต้องทำให้ประชาชนเห็นได้มากที่สุด ซึ่งผมไม่เห็น ในรายงานว่าจากทั้งหมดเงิน ๓๐๐ กว่าล้านที่ท่านให้ไปทั้งหมด ๕๐ หรือ ๑๐๐ โครงการ ๑๐๐ รายการที่ท่านช่วยสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็นสื่อที่เป็นบุคคลหรือเป็นบริษัทต่าง ๆ สื่อเหล่านี้เข้าถึงประชาชนได้มากน้อยขนาดไหน เพราะว่าเรียนตามตรงหลายปีที่ผ่านมา เราก็เห็นว่าท่านให้ทุนสนับสนุนบางรายการ หรือทำภาพยนตร์บางเรื่อง แต่เราไม่ได้ เห็นผลสัมฤทธิ์ว่าเงินที่ท่านได้ให้สนับสนุนไปมันส่งผลประโยชน์ถึงประชาชนในประเทศนี้ มากน้อยขนาดไหน ผมไม่อยากให้รายงานแต่ละปีมันเป็นการที่ท่านบอกว่า ปีนี้เราให้ไป ๑๐๐ โครงการ ๑๐๐ โครงการมีอะไรบ้าง ๑ ๒ ๓ ๔ ไปออกงานที่ไหนบ้าง ให้รายการ อะไรบ้าง แต่พอเราดูแล้วหรือประชาชนฟังแล้วเขาไม่รู้ว่ารายการเหล่านี้คือรายการอะไร หรือเขาไม่เคยผ่านตา ผมมองว่าการให้หรือการสนับสนุนนี้ท่านอาจจะต้องมีข้อกำหนด ที่สามารถทำให้ท่านได้รับผลที่ต้องการได้ คืออย่างน้อยให้เข้าถึงประชาชนให้ได้มากกว่านี้ ผมเรียนตามตรงว่าหลายโครงการที่ผมดูในเล่มนี้แล้วลองไปตามดูผู้ชมน้อยมาก ผมไม่ได้ว่า มันผิดหรืออะไร เพียงแต่ว่ามันไม่ตอบโจทย์กับวัตถุประสงค์ของกองทุน แล้วถ้าเป็นอย่างนี้ ต่อไป สมมุติปีละ ๓๐๐ ล้านบาท ๔ ปีก็เป็น ๑,๐๐๐ ล้านบาทแล้ว ถ้าเงิน ๑,๐๐๐ ล้านบาทนี้ ไม่สามารถตอบโจทย์หรือช่วยให้ประชาชนเข้าใจสื่อ หรือรับสื่ออย่างสร้างสรรค์ได้ แล้วแบบนั้น มันจะมีประโยชน์อะไร
ประเด็นต่อไปก็คือเรื่องการให้ทุนนี่ละครับ จริง ๆ ผมเคยทักท่านไปหลายทีแล้ว ตั้งแต่สมัยที่แล้วว่ามันมีบางกลุ่ม ผมจะไม่เอ่ยก็แล้วกันว่ากลุ่มไหนที่แยกกันมาขอโครงการ กับท่าน เสนอมาว่าอยากทำรายการนี้ อยากทำรายการนั้น อยากทำสื่อประเภทนี้ ๑ ๒ ๓ ๔ มาด้วยชื่อต่างกัน มาด้วยบริษัทต่างกัน เป็นบุคคลบ้าง เป็นกลุ่มบริษัทบ้าง แต่จริง ๆ แล้ว เป็นกลุ่มคนกลุ่มเดียวกัน อันนี้ผมเข้าใจว่ามันอาจจะตรวจ Check ยาก ถ้าท่านบอกว่าปีหนึ่ง ท่านมีคำขอสนับสนุนเข้ามาเป็น ๑,๐๐๐ ๒,๐๐๐ ๓,๐๐๐ แต่ผมมองว่าอยากให้ช่วยกันดู เพราะว่านี่คือความน่าเชื่อถือของกองทุนของท่าน ถ้ามีคนไปเห็นว่า ๕๐ โครงการของท่านนี่ ๑๐ กว่าโครงการเป็นบริษัท เป็นคนกลุ่มเดียวกันที่มาขอแล้วได้นี่ ในอนาคตมันจะเป็นปัญหา มากกว่านี้นะครับ แล้วผมเล็งเห็นว่าหลายปีที่ผ่านมาก็มีประเด็นคล้าย ๆ ประมาณนี้อยู่แทบ ทุกปี ก็อยากจะฝากให้ท่านช่วย Check ให้ละเอียดเพื่อที่ในอนาคตประชาชนจะได้เชื่อมั่นว่า ท่านทำตามวัตถุประสงค์ของกองทุนอย่างจริงจัง
และเรื่องสุดท้ายที่อยากจะนำเสนอก็คือจากรายงาน เราคงเห็นข้อมูลว่า ส่วนใหญ่ท่านให้รายการ ให้สื่อประเภทภาพยนตร์ หรือรายการทีวี แต่แล้วจริง ๆ ในประเทศไทยมันมีสื่ออีกหลายช่องทางที่สามารถเข้าถึงประชาชนได้ และอาจจะ ขอสนับสนุนจากท่านน้อยกว่านี้ด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นอาจจะเป็นวิทยุชุมชน ยกตัวอย่างนะครับ สามารถเข้ามาร่วมกับท่านได้มากน้อยขนาดไหน ท่านสามารถร่วมสร้างสื่อ ในระดับชุมชนได้มากน้อยขนาดไหน
และประเด็นสุดท้ายครับก็คือถ้าท่านบอกว่าท่านต้องการสร้างสื่อที่มีคุณภาพ สร้างสื่อที่ปลอดภัย ผมมองว่าการให้ครั้งเดียวมันอาจจะไม่ตอบโจทย์ เพราะว่าถ้าท่านให้ ๑ ครั้ง เขาทำออกมา ๑ รายการ ถ้ารายการดีแล้วเขาเอาไปทำต่อได้ อันนั้นก็อาจจะถือว่า ประสบความสำเร็จ แต่มันมีน้อยครับ การที่รายการรายการหนึ่งไม่ว่าจะเป็น Influencer ที่เป็นบุคคลหรือเป็นบริษัทจะประสบความสำเร็จได้ต้องใช้ระยะเวลา การให้เงินก้อนหนึ่ง ปีหนึ่งแล้วหวังว่าเขาจะกลายเป็นสื่อที่ดีที่สร้างสรรค์ในชุมชนในประเทศของเรานี่ผมว่า มันเกิดขึ้นยากมาก ท่านอาจจะต้องดูเป็นระยะทางว่าถ้าเป็นกลุ่มคนหรือบริษัทที่มี Potential มากพอสามารถพิจารณาที่จะสนับสนุนเป็นระยะเวลาได้ไหม เพื่อที่เขาจะ สามารถทำงานของเขาได้อย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง อันนี้คือสิ่งที่อยากจะฝากให้กับ ทุกท่านครับ ขอบคุณครับ