เอกราช อุดมอำนวย หารือการดำเนินงานกองทุนสื่อสร้างสรรค์และปลอดภัย โดยเสนอให้ปรับทิศทางการดำเนินงานให้สอดคล้องกับบริบทในอนาคต เน้นความโปร่งใส ความเป็นอิสระ และการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างชัดเจน พร้อมเสนอแนวทางปรับปรุงระบบการเผยแพร่สื่อให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ผ่านการจัดเก็บวีดิทัศน์รวมศูนย์และการพัฒนาแอปพลิเคชันกลางเพื่อเพิ่มการเข้าถึง รวมถึงให้ข้อเสนอแนะเรื่องการจัดสรรงบประมาณให้มีความโปร่งใสและเป็นธรรม โดยเฉพาะการสนับสนุนสื่อรายย่อย สื่อท้องถิ่น และการปรับเกณฑ์การพิจารณาโครงการให้ส่งเสริมความเสมอภาคและประสิทธิภาพสูงขึ้น
กราบเรียนประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพนะครับ ผม เอกราช อุดมอำนวย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตดอนเมือง พรรคก้าวไกล ผมได้รับทราบรายงานประจำปีของกองทุนสื่อสร้างสรรค์ และปลอดภัยของปี ๒๕๖๕ ต้องชื่นชมว่ารายงานอ่านง่าย แต่อยากขอให้ท่านลองลง รายละเอียดของสถิติประเภทของโครงการที่จะเห็นสัดส่วนของผู้ที่เข้ามายื่นขอรับทุน จากโครงการสื่อสร้างสรรค์และปลอดภัยนะครับว่าเป็นใครและได้รับทุนเท่าไรจะดีมาก คือมีอยู่ในท้ายรายการ แต่ว่าอยากจะเห็นภาพรวมสรุปที่จะเห็นภาพชัดเจนตรงกัน กองทุนนี้ ก็เป็นความตั้งใจที่จะต้องการสื่อที่ส่งเสริมศีลธรรม จริยธรรม วัฒนธรรม และความมั่นคง ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ การเรียนรู้ทักษะการใช้ชีวิตของประชาชน โดยกลุ่มเป้าหมาย เป็นเด็กและเยาวชน ตลอดจนต้องการส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีในครอบครัวและสังคม ส่งเสริมความสามัคคี ชื่อยาวนิดหนึ่งนะครับ ซึ่งใน พ.ร.บ. เขียนเอาไว้แบบนี้มันกว้าง เหมือนแม่น้ำ ถ้าจะเปลี่ยนแปลงให้สอดรับกับโลกแห่งอนาคตก็สงสัยจะต้องขอแรง เพื่อนสมาชิกในที่ประชุมมาคุยกันใหม่ว่ากองทุนแบบนี้ควรจะมีทิศทางในแบบไหน แล้วโครงสร้างของกรรมการก็จะคล้าย ๆ กับคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม แบบนี้อาจจะเกิดการแทรกแซงจากภาครัฐหรือไม่ มันควรจะเป็นอิสระและยึดโยงกับ ประชาชน หรือควรจะไปรวมกับกองทุนหรือว่าสื่อที่เป็นสื่อสาธารณะแบบ Thai PBS หรือไม่ เพื่อให้ตรงกับเจตนารมณ์ที่ต้องการเป็นสื่อที่สร้างสรรค์และปลอดภัยอย่างแท้จริง กับท่านผู้อำนวยการกองทุนท่านมีความตั้งใจในการบริหารกองทุนนี้ แต่ผมคิดว่าผมอยากมี ข้อเสนอแนะว่าอยากให้ท่านสำรวจการรับรู้ของประชาชนต่อการดำเนินงาน เพราะว่าเท่าที่ ผมอ่านนี่มันขาดการดำเนินงานในวัตถุประสงค์ข้อ ๔ ในเรื่องของการสนับสนุนการมีส่วนร่วม ของประชาชนอย่างกว้างขวาง ไม่เห็นอย่างเด่นชัดเลยว่ากองทุนสนับสนุนการมีส่วนร่วมของ ประชาชนอย่างไร
อีกเรื่องที่นำเรียนนะครับท่านประธาน ก็คือว่าความร่วมมือในการเผยแพร่ อยากจะให้มีความหลากหลายมากกว่านี้ แล้วต้องมีการเก็บสื่อวีดิทัศน์รวบรวมไว้ใน ฐานเดียวกัน บริหารจัดการเนื้อหาให้เป็นระบบมากขึ้น และสามารถเชื่อมโยงกันได้นะครับ อาจจะทำเป็น Application กลางแบบ Netflix ที่จะสามารถเผยแพร่ให้ประชาชนสามารถ เข้าถึงและรับชมได้ง่ายนะครับ หรืออาจจะไปร่วมมือในการเผยแพร่สื่อให้สามารถเข้าถึงได้
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
ตัวอย่างรายการที่เห็น ใน Slide เป็นรายการปริศนาฝาผนัง เป็นรายการที่ได้รับการสนับสนุน บางรายการเน้นผลิต แต่ว่าคนดูอาจจะน้อยหรือแทบจะไม่คุ้มกับสัดส่วนการลงทุนเลย ผมก็ลองไปตรวจสอบ รายการนี้ก็ดีนะครับ ให้อธิบายความรู้ด้านศิลปะบนกำแพงวัดอะไรแบบนี้ก็ได้รับเงินทุน ๑ ล้านบาท แต่ว่ารายการมีกลุ่มเป้าหมายชัดเจนอย่างไรบ้าง และทำอย่างไรจะให้คนเข้าไปดู ไม่เบื่อหน่าย อันนี้ที่เป็นตัวอย่างของรายการผู้ผลิตอิสระ ผมอยากจะเปรียบเทียบให้เห็นว่า ในขณะที่ Influencer สามารถที่จะไปถ่ายรายการสารคดีท่องเที่ยวในต่างประเทศ ประชาชนรับชม ยอดชมเป็นแสนเป็นล้านนะครับ ก็เป็นรายการที่เข้าเกณฑ์ของการพิจารณา หรือไม่ ก็อาจจะต้องทำงานเชิงรุกในแง่ของการสนับสนุนรายการแบบอิสระประเภทนี้หรือเปล่า หรือว่าสื่ออย่างประชาไทยที่เป็นข้อมูลข่าวสารที่เป็น Website ก็ควรจะได้รับการสนับสนุน หรือเปล่า ผมเห็นรายการอย่างเช่นรายการนอกแผนที่ ซึ่งได้รับงบประมาณแบบบุคคล เป็นโครงการยุทธศาสตร์ได้รับ ๕,๕๐๐,๐๐๐ บาท แต่ตัวชี้วัดของรายการแบบนี้ก็ไม่ชัดเจนนะครับ ผมคิดว่าทิศทางของกองทุนในอนาคตก็ต้องไม่ผูกขาดกับเจ้าใดเจ้าหนึ่ง แต่ว่าต้องให้ สื่อท้องถิ่น สื่อรายย่อย ผู้ผลิตรายย่อยได้รับการส่งเสริมมากขึ้น ซึ่งกองทุนนี้ก็จะตอบโจทย์ ในแง่ของการให้ทุนสนับสนุนนะครับ ซึ่งสังคมก็ตั้งคำถามเยอะ เพราะว่ากองทุนนี่แน่นอน มีผู้เสนอเข้ามา ๓๐๐ กว่าราย แต่ว่ามีผู้ที่พิจารณา คือมีงบประมาณที่จะสามารถผ่านเกณฑ์ได้ ก็เพียง ๕๗ ราย ผมเข้าใจก็อาจจะถูกวิพากษ์วิจารณ์บ้าง แต่ว่าผมชวนมาดูตัวเลขงบประมาณ ที่ได้รับการสนับสนุนตามประเภทโครงการนี่จะเห็นว่าในโครงการแต่ละด้านไม่ว่าจะเป็น ด้านโครงการทั่วไป เชิงยุทธศาสตร์และความร่วมมือ เมื่อลงไปดูรายละเอียดเชิงลึกจริง ๆ นี่ผมแทบจะไม่เห็นความแตกต่างนะครับ แทบจะแยกไม่ออกมันดูไม่มีหลักเกณฑ์ ดังนั้น ผมจึงเสนอว่าจริง ๆ การแบ่งประเภทนี่อาจจะต้องเป็นชนิดประเภทบุคคล ประเภท บริษัทจำกัด สมาคม มูลนิธิ หรือหน่วยงานรัฐ คืออาจจะแบ่งตามเกณฑ์ผู้ผลิตเพื่อให้เกิด การแข่งขันอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม หรือว่าถ้ามหาวิทยาลัยต้องการสนับสนุนงบ ที่ผลิตสื่อก็ควรเป็นการผลิตสื่อที่สนับสนุนให้นักศึกษานิเทศศาสตร์ เพราะถ้าจะผลิตสื่อ เพื่อเป้าหมายผู้รับชมนี่เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย ก็ต้องให้ผู้ผลิตเหล่านั้นส่งมาในนามบุคคล ไปเลย เป็นต้น แบบนี้นะครับ
ส่วนโครงการที่ผ่านการพิจารณา ผมขอเสนอแนะว่าอยากให้ท่านลง รายละเอียดไปในรายงานไปเลยให้เห็นว่าสัดส่วนเนื้อหาของรายการนี่ให้คะแนนน้ำหนัก เท่าไร ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ประสบการณ์ในการทำสื่อ คุณภาพของแผน โครงงาน หรืออื่น ๆ เขียนไปเลยให้ชัดเลยครับว่าท่านให้น้ำหนักการพิจารณาคืออะไร จะได้ไม่เป็น ข้อครหา
และส่วน Slide สุดท้าย ผมจัดกลุ่มก้อนให้เห็นว่ากลุ่มบริษัทนี่ได้รับการจัดสรร สูงสุด และมีงบประมาณสูงสุดคือ ๑๔ ล้านบาท ในขณะที่บุคคลได้รับงบประมาณสูงสุดนี่ ๖.๔ ล้านบาท และผมจึงอยากจะเสนอแนะว่าอยากให้สนับสนุนสื่อรายเล็ก เพราะว่า พวกเขามีกำลังความคิด มีความสร้างสรรค์ มีความคล่องตัวอยู่แล้วนะครับ ก็อยากจะให้ท่าน เพิ่มลงไปหรือว่าสื่อท้องถิ่น สื่อเฉพาะกลุ่ม Website ที่มีคุณภาพ ปราชญ์ชาวบ้านก็ควร ได้รับการสนับสนุนถ้าจะเป็นเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน หรือท่านจะต้องเพิ่มเกณฑ์ การพิจารณา อาจจะเป็นประเภทของสื่อ เช่น กองทุนจากเดิมที่แบ่งเป็นทั่วไป เชิงยุทธศาสตร์ ร่วมมือ ท่านอาจจะให้เป็นลักษณะของสื่อ Digital สื่อ Website แบ่งประเภทของมันใหม่ นี่เป็นข้อเสนอแนะที่หวังว่าจะเป็นประโยชน์ แล้วก็หวังว่าในรายงานของปีถัด ๆ ไปจะเห็น ดัชนีชี้วัดที่มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลของโครงการต่าง ๆ มากยิ่งขึ้นนะครับ ขอบคุณครับ