ธัญธร ธนินวัฒนาธร หารือประเด็นกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ โดยตั้งข้อสังเกตถึงความไม่สมดุลในการจัดสรรงบประมาณ ความหลากหลายของโครงการที่ยังจำกัด โดยเฉพาะด้านสิทธิความเท่าเทียมและความหลากหลายทางเพศ พร้อมเสนอให้ขยายรูปแบบสื่อที่สนับสนุน เช่น ซีรีส์หรือละคร เพื่อเพิ่มการรับรู้ในประเด็นสิ่งแวดล้อมและสิทธิมนุษยชน รวมถึงเร่งปรับปรุงการประชาสัมพันธ์และเปิดเผยข้อมูลผลงานแบบโปร่งใสผ่านช่องทางออนไลน์และระบบข้อมูลเปิด ขณะเดียวกันเรียกร้องให้ทบทวนการจัดสรรคณะกรรมการที่ขาดตัวแทนด้านสื่อและศิลปะ และแก้ไขปัญหาความล่าช้าในการเบิกจ่ายงบประมาณที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพของโครงการ
เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม ธัญธร ธนินวัฒนาธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร จากเขตบางแคและเขตภาษีเจริญ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ วันนี้ ผมขออนุญาตอภิปรายกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ต้องขอขอบคุณ ทางหน่วยงานทุกท่านที่กรุณาให้เกียรติสภาแห่งนี้มาชี้แจงด้วยตนเองนะครับ ๒ ข้อสังเกต หลักครับท่านประธาน ขอ Slide ด้วยครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
๒ ข้อสังเกตหลักนะครับ คือความหลากหลายของโครงการที่ยื่นเสนอเพื่อรับการสนับสนุนจากกองทุนนะครับ และการติดตามความสำเร็จของโครงการที่ได้รับจากกองทุนนะครับ ความหลากหลายของ โครงการนะครับท่านประธาน ประเภททุนสนับสนุนในปี ๒๕๖๕ นั้นเราจะเห็นว่า แบ่งออกเป็น ๓ ประเภท เป็นประเภทเปิดรับทั่วไป ประเภทเชิงยุทธศาสตร์ และประเภท ความร่วมมือนะครับ หากเราดูที่กรอบวงเงินสนับสนุนนั้นประเภททั่วไปอยู่ที่ ๙๐ ล้านบาท ส่วนประเภทเชิงยุทธศาสตร์นั้นคูณ ๒ ทวีคูณเป็นเท่าตัวขึ้นมาที่ ๑๘๐ ล้านบาท จำนวน โครงการที่นำเสนอนะครับ ประเภททั่วไปอยู่ที่ ๓๗๑ โครงการ ตามมาด้วยประเภท เชิงยุทธศาสตร์ที่ ๓๖๘ โครงการ โดยจำนวนเงินอนุมัตินั้น ๑๗๙ ล้านบาท ถูกอนุมัติไปที่ ประเภทยุทธศาสตร์มากเป็นอันดับ ๑ ส่วนประเภทความร่วมมืออยู่ที่ ๑๖.๑๓ ล้านบาท เมื่อเรามองประเภททุนเปิดรับทั่วไปที่ได้รับการสนับสนุนอันดับ ๑ ก็จะเป็นสื่อสำหรับกลุ่ม ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และกลุ่มชาติพันธุ์ อันดับ ๒ เป็นสื่อสำหรับเด็ก อันดับ ๓ เป็นโครงการ เพื่อความรู้เท่าทันสื่อ และตระหนักรู้ปัญหาครับ ส่วนอันดับที่ ๔ นั้นมีเพียง ๑ เรื่องเท่านั้น คือสื่อเพื่อสิทธิความเท่าเทียมและความหลากหลายทางเพศ ข้อสังเกตจาก Slide เมื่อสักครู่ คืออะไรครับท่านประธาน
ข้อ ๑ การขาดความหลากหลายของหัวข้อที่สามารถเข้าถึงมวลชนนะครับ ผมคิดว่าถ้าเราเพิ่มความหลากหลายให้มีการกระจายตัว และมีค่าเฉลี่ยที่มากกว่านี้ จะสามารถดึงดูดพี่น้องประชาชนและเข้าถึงพี่น้องประชาชนจากหลากหลายกลุ่มให้เข้ามา สนใจสื่อได้มากยิ่งขึ้นนะครับ รวมไปถึงหัวข้อการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมหรือสิทธิเพื่อความเท่าเทียม และหลากหลายทางเพศยังคงมีสัดส่วนน้อยเมื่อเทียบกับหัวข้ออื่น ๆ นะครับ
ข้อ ๒ กองทุนอาจพิจารณาสนับสนุนด้านภาพยนตร์ Series หรือละคร โทรทัศน์ ซึ่งกำลังเป็นกระแสที่มาขณะนี้และเข้าถึงประชาชนได้เป็นจำนวนมากนะครับ
ข้อ ๓ การประชาสัมพันธ์โครงการเพื่อขอรับทุนสนับสนุนอาจจะยังไม่เข้าถึง ประชาชนในวงกว้างมากพอครับ
เมื่อเรามาดูคณะกรรมการกองทุน ทั้งหมดจะมีอยู่ ๒๐ ตำแหน่งนะครับ ท่านประธาน ประธานกรรมการมาจากรองนายกรัฐมนตรี รองประธานกรรมการมาจาก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และประกอบไปด้วย ๗ ปลัดกระทรวง และ ๙ ผู้ทรงคุณวุฒิ ดังที่ท่านอาจจะเห็นอยู่ในแผนภาพ แผนภูมิด้านซ้ายมือนะครับ ถ้าเราจะแยกจำนวนของ คณะกรรมการนี้ที่มีความเกี่ยวพันกับสื่อมวลชน เกี่ยวพันกับศิลปะจริง ๆ อาจจะมีอยู่เพียง ๕ ตำแหน่งจาก ๑๗ ตำแหน่ง ถ้าไม่รวมประธานและเลขานุการนะครับ ดังที่ผม Highlight เป็นสีดำอยู่ทางด้านขวามือครับ จะดีแค่ไหนครับถ้าเราสามารถจะเพิ่มคณบดีในมหาวิทยาลัย ที่มีการเรียนการสอนทางด้านนิเทศศาสตร์ ทางด้านสื่อสารโทรทัศน์ และศิลปะเข้ามา ในโครงสร้างนี้ด้วย นอกจากจะสามารถนำผลงานของนักศึกษาที่อยู่ในมหาวิทยาลัย เข้ามารับทุนของกองทุนนี้ด้วยแล้วยังสามารถเพิ่มความหลากหลายให้กับผลงาน และเป็นประโยชน์ในภาพรวมได้มากกว่านี้ และสัดส่วนของปลัดกระทรวงซึ่งมีอยู่ ค่อนข้างมาก อาจจะถูกตั้งคำถามว่าเป็นการกำกับควบคุมเนื้อหามากกว่าการสนับสนุน และสร้างสรรค์หรือไม่ สำหรับผลการดำเนินการของกองทุน การจัดสรรงบประมาณ ปี ๒๕๖๕ นะครับ ๕๗๒ ล้านบาท ผูกพันงบประมาณข้ามปีถึง ๓๖๒ ล้านบาท คิดเป็น ๖๓.๓๓ เปอร์เซ็นต์ สำหรับงบประมาณผูกพันในปี ๒๕๖๒ ถึงปี ๒๕๖๔ เป็นงบประมาณ ผูก ๒๖.๑๒ เปอร์เซ็นต์ จุดนี้เราอาจตั้งข้อสังเกตได้ว่าการจัดสรรงบประมาณซึ่งมีงบ รอเบิกจ่ายสูงกว่า ๒ เท่าตัว ถึง ๖๓.๓๓ เปอร์เซ็นต์ การดำเนินงานของกองทุนและกิจกรรม ที่ยื่นขอไม่เสร็จสิ้นพร้อมตรวจรับในปีงบประมาณหรือเปล่า มีความคืบหน้าอย่างไร
ข้อ ๒ คือกรอบเวลาการตรวจรับงาน เพราะในปี ๒๕๖๒ ถึงปี ๒๕๖๔ นั้น รวมทั้งสิ้น ๓ ปี เบิกจ่ายแล้ว ๓๙๑ ล้านบาท ยังมีผูกพันคงเหลืออีก ๑๓๘ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๒๖ นะครับ
ข้อ ๓ ครับ ประสิทธิภาพในการสื่อสารสำหรับโครงการที่เสร็จสิ้นช้านะครับ ในบางโครงการเป็นโครงการที่มีการเปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างเร็วครับ ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี ความมั่นคงปลอดภัยทาง Cyber หรือข้อมูลทางสุขภาวะ หรือสาธารณะสุข เราไม่สามารถ รอเป็นหลาย ๆ ปีได้ ข้อมูลเหล่านั้นอาจจะเปลี่ยนแปลงไปดังเช่นอุบัติการณ์ COVID-19 ที่ผ่านมา เป็นต้น
ข้อ ๔ บทบาทกองทุนในการผลักดันช่องทางการนำเสนอผลงาน ไม่ว่าจะเป็น ช่องทางของ Social Media ต่าง ๆ หากท่านดูใน YouTube มีหลายโครงการที่ได้รับทุนจาก กองทุนนี้ครับ แต่ยอด View น้อยอย่างน่าเสียดาย ทั้ง ๆ ที่นั่นเป็นผลงานที่ค่อนข้างดีมาก จะเป็นไปได้หรือไม่ที่เรามีการประชาสัมพันธ์ทั้ง Online และ On Ground ให้มากกว่านี้ ให้พี่น้องประชาชนสามารถเสพผลงานที่ทุกท่านรังสรรค์ขึ้นมาอย่างมีคุณภาพได้มากกว่านี้
ข้อ ๕ เป็นระบบการเปิดเผยข้อมูลหรือ Open Data ปัจจุบันแล้ว Website ของกองทุนนะครับ ผมเข้าไปดูก็มีการจัดแสดงผลงานที่ได้รับทุนเพียงบางส่วน จึงมีข้อเสนอ ให้เปิดเผยข้อมูลเป็น Open Data เลยนะครับ รายงานสถานะของทุกโครงการให้เห็นว่า โครงการนี้อยู่ในสถานะอะไร ดำเนินการไปมากน้อยแค่ไหน และมีช่องทางการเผยแพร่ ผลงานอะไร อาจจะแนบ Link ไปให้เขาเลยนะครับ นักศึกษาที่ต้องการศึกษาผลงาน หรือพี่น้องประชาชนทั่วไปที่มีความสนใจจะได้เข้าถึงผลงานเหล่านี้ได้โดยสะดวกครับ ขอบคุณครับท่านประธาน