ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ อภิปรายรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนปี 2565 โดยเน้นย้ำปัญหาสิทธิสตรี ความเสมอภาคทางเพศ และสิทธิของผู้ลี้ภัย โดยเฉพาะในเรื่องการเข้าถึงบริการยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัย ซึ่งยังมีอุปสรรคจากการขาดระบบควบคุมมาตรฐาน การสื่อสารสิทธิที่คลุมเครือ และการปฏิเสธการส่งต่อจากสถานพยาบาล พร้อมเรียกร้องให้รัฐยกระดับการคุ้มครองสิทธิอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการให้มูลค่าแก่งานที่ผู้หญิงทำทั้งในและนอกบ้าน การผลักดันร่างพ.ร.บ.ขจัดการเลือกปฏิบัติที่ยังค้างอยู่ และการคัดกรองคุ้มครองผู้ลี้ภัย โดยเฉพาะกลุ่ม LGBT จากประเทศที่มีความเกลียดชัง ให้ได้รับความคุ้มครองภายใต้ระบบผู้ลี้ภัยอย่างเหมาะสมและทั่วถึง
เรียนท่านประธานสภาค่ะ ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลค่ะ วันนี้ธัญก็ขออนุญาตเป็นส่วนหนึ่ง ในการอภิปรายรายงานสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติ ประจำปี ๒๕๖๕ ในหมวดที่ธัญจะพูดก็คงจะเป็นในเรื่องของ ๕.๔ สิทธิสตรี และความเสมอภาคทางเพศ แล้วก็ ๕.๕ ผู้มีปัญหา สถานะและสิทธิของคนผู้ลี้ภัยนะคะ
ประเด็นแรก ธัญก็คงจะต้องพูดถึงในเรื่องของสิทธิอนามัยการเจริญพันธุ์ ปัจจุบันนี้กฎหมายประเทศไทยเราก็มีการแก้ไข เพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๐๑ มาตรา ๓๐๕ ไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งท่านก็ได้รายงานว่ามีการกำหนด หญิงสามารถ ยุติการตั้งครรภ์ได้ถ้าอายุครรภ์ไม่เกิน ๑๒ สัปดาห์ แล้วก็มีรายงานในเรื่องของ เงื่อนไขของอายุครรภ์ที่เกิน ๑๒ สัปดาห์แต่ไม่เกิน ๒๐ สัปดาห์ แล้วก็อธิบายในหลักเกณฑ์ ของแพทยสภา แล้วก็มีการสรุปปัญหา ๔ ประเด็นนะคะ
ประเด็นแรกก็คือปฏิเสธการยุติการตั้งครรภ์ตามกฎหมาย มีการปฏิเสธ และไม่ส่งต่อสถานพยาบาลที่ให้บริการ ๒. กำหนดเงื่อนไขที่ไม่เอื้อให้ผู้หญิงเข้าถึงบริการ ได้อย่างสะดวก ๓. ขาดระบบกำกับและควบคุมมาตรฐานในเรื่องการส่งต่อผู้หญิงที่ต้องการ ยุติการตั้งครรภ์ตามกฎหมาย ๔. สถานบริการยังไม่ครอบคลุมทั่วประเทศ มีเพียงแค่ ๔๗ จังหวัดเท่านั้นในปัจจุบันนี้ ส่วนตัวที่ธัญท่านคิดว่าจะต้องเพิ่มเติมลงไปในรายงาน ก็คือการประชาสัมพันธ์ในเรื่องของสิทธิอนามัยการเจริญพันธุ์ที่ยังไม่มีความชัดเจน ไม่สื่อสาร ถึงเป้าหมายสำคัญคือการยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัย ธัญอยากให้ท่านลองคิดดูก่อนว่า ธัญอยากให้ท่านสื่อสารกับหน่วยงานรัฐว่าการสื่อสารการยุติตั้งครรภ์ไม่เกิน ๑๒ สัปดาห์ มันเป็นข้อความที่ควรสื่อสารจริงหรือเปล่า มันเป็นข้อความที่สื่อสารไปแล้วประชาชนรู้สึกว่า ผู้หญิงรู้สึกว่าพวกเขามีสิทธิแบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ หรือเปล่า ทุกวันนี้เราก็อยู่ในประเทศ ที่มีสิทธิครึ่ง ๆ กลาง ๆ อยู่แล้ว เลือกตั้งก็มีสิทธิครึ่ง ๆ กลาง ๆ อยู่แล้ว พอฉันจะยุติ การตั้งครรภ์ปุ๊บหันมาดูประกาศฉันก็มีสิทธิครึ่ง ๆ กลาง ๆ อีกแล้ว สิ่งหนึ่งที่ธัญต้องการที่จะ ให้มีการสื่อสารมีความชัดเจนที่ไม่จำกัดสิทธิหรือกีดกันผู้อื่นออกไป คือบอกไปเลยชัด ๆ ว่า ประเทศนี้เรามีการยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัย นั่นคือการสื่อสารสิทธิมนุษยชนสู่สังคม และไม่มีการกีดกันกลุ่มใดออกไปจากความปลอดภัย ท่านต้องลองคิดดูว่าถ้าท่านเป็นผู้หญิง คนหนึ่ง ท่านเห็นการประกาศที่บอกว่ามีการยุติการตั้งครรภ์ปลอดภัย ไม่ว่าท่านจะมี อายุครรภ์เท่าไร ท่านก็จะเดินเข้าสู่ความปลอดภัยของกระบวนการแพทย์ ในเรื่อง กระบวนการภายในในการจัดการนั้นก็เป็นเรื่องขอสถานพยาบาล แต่ถ้าเกิดท่านเห็น การประกาศว่ายุติการตั้งครรภ์ ๑๒ สัปดาห์ท่านก็เคยเกิดความกังวลแล้ว สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ มันคือกันคนออกไปสู่การทำแท้งเถื่อน เพราะจริง ๆ แล้วถ้าหากท่านพิจารณากฎหมาย ธัญนั่งในกรรมาธิการด้วย แน่นอน ๓.๑ เรากำหนดให้ผู้หญิงไม่เกิน ๑๒ สัปดาห์สามารถ ยุติการตั้งครรภ์ได้ แต่ร่างของพรรคก้าวไกลที่เสนอประกบกับคณะรัฐมนตรี ท่านไปดู มาตรา ๓๐๕ นั่นคือร่างของพรรคก้าวไกลที่กลายมาเป็นมาตรา ๓๐๕ แล้วถ้าท่านอ่านให้ดี นั่นคือการที่ผู้หญิงสามารถยุติการตั้งครรภ์ได้ตลอดอายุครรภ์
ประเด็นที่ ๒ ธัญก็อยากจะเพิ่ม นอกจากเรื่องเพิ่มเรื่องการประชาสัมพันธ์ ให้หน่วยงานรัฐมีประสิทธิภาพแล้ว ธัญก็ต้องขอบคุณท่านมากที่ได้มีการพูดถึงความไม่เท่าเทียม ทางเพศหรือประเด็น GRB Gender Responsive Budgeting ก็คือท่านพูดถึงในเรื่องของ ค่าจ้างระหว่างชายหญิงที่มีความแตกต่างอยู่ แล้วก็มี Gap ที่น้อยลง แต่ก็มีพูดถึงภาระ ของผู้หญิง ๒ ด้าน คือเขาต้องทำงานนอกบ้านและในบ้าน ท่านได้พูดถึงตรงนี้แล้ว แต่ว่า ธัญอยากจะเพิ่มเติมข้อเสนอที่อาจจะยังไม่ได้มีในรายงาน ผู้หญิงแบกรับภาระในเรื่องทำงาน นอกบ้านและในบ้าน นั่นหมายถึงว่าผู้หญิงถูกกดขี่อยู่ในระบบวิธีคิดแบบประเทศไทย เพราะอะไรคะ เพราะเราไม่ให้มูลค่าเศรษฐกิจงานของผู้หญิงหรือการตั้งครรภ์ หรือสิ่งที่ ชดเชยในขณะที่พวกเธอตั้งครรภ์ ท่านควรจะมีการนำเสนอนโยบายหรือข้อเสนอแนะต่อรัฐว่า ท่านควรจะมีการสนับสนุนเชิงนโยบายที่ให้มูลค่าเศรษฐกิจงานของผู้หญิงอย่างไร อันนั้น ก็เป็นประเด็นสำคัญ และมันไม่ใช่แค่เรื่องค่าเศรษฐกิจอย่างเดียว มันหมายถึงเวลาที่ผู้หญิง ต้องใช้มากกว่าผู้ชาย และมันอาจจะได้คำตอบในประเด็น Sex Worker ที่ท่านไม่ได้มีรายงานว่า พวกเขาอยู่ในสถานะแบบใดในประเทศไทยในขณะนี้
ประเด็นต่อมา หมวด ๔ การส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ ได้มีการอธิบายปัญหาของพระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ ปี ๒๕๕๘ ว่า ต้องมีการปรับปรุง เห็นด้วยค่ะ เพราะว่าเนื่องจากอำนาจการวินิจฉัยนั้นไม่เป็นที่สิ้นสุด แล้วอย่างที่ข่าวออกมาหลายกรณี ไม่ว่าจะเป็นการแต่งกายตามเพศสภาพ การบริจาคโลหิต หรืออีกหลายกรณีที่เป็นข่าวที่ วลพ. วินิจฉัยแล้วก็ไม่เป็นที่สิ้นสุด แล้วก็มีการร้องกลับ แต่ท่านไม่ได้กล่าวถึงสิ่งหนึ่งที่ภาคประชาชนได้นำเสนอคือร่างพระราชบัญญัติขจัดเลือกปฏิบัติ ต่อบุคคล ฉบับที่ค้างสภา เรื่องนี้ธัญก็อยากให้ท่านได้บรรจุในรายงานของสิทธิมนุษยชนด้วย เนื่องจากนายกรัฐมนตรีไม่รับรอง แล้วก็มีข้ออ้างว่าเป็นร่างการเงิน ร่างกฎหมายฉบับนี้ คุ้มครองการเลือกปฏิบัติ ส่งเสริมความเท่าเทียมไม่ใช่แค่เรื่องเพศ เรื่องถิ่นกำเนิด เรื่องเชื้อชาติ เห็นไหมคะว่าจะสัมพันธ์ถึงผู้ลี้ภัย ภาษา เพศ เพศสภาพ เพศวิถี อายุ ความพิการ สภาพทางกาย หรือสุขภาพ ผู้อยู่รวมเชื้อ HIV สถานะของบุคคล สถานะทางเศรษฐกิจหรือสังคม อาชีพ การศึกษา การอบรม ศาสนา ความเชื่อ หรือความคิดเห็นทางการเมืองที่อาจจะถูกเลือกปฏิบัติ ในสังคมนี้ นี่คือกฎหมายที่ค้างสภาอยู่ แต่ไม่ได้มีอยู่ในการรายงานของท่าน มีข้ออ้างว่า เป็นด้านการเงิน เราก็มีข้อโต้แย้งแล้วว่าธัญได้รับทราบข่าวว่ากรมคุ้มครองสิทธิก็ได้ ดำเนินร่างดังกล่าวที่ไม่เป็นด้านการเงิน แล้วก็พร้อมที่จะประกบกับภาคประชาชน
เรื่องสุดท้าย ประเด็นผู้ลี้ภัยหลาย ๆ ท่านอาจจะได้พูดไปแล้วของเพื่อนสมาชิก พรรคก้าวไกล ธัญขอเข้าประเด็นเร็ว ๆ เลยก็คือว่าไม่มีข้อเสนอแนะว่าประเทศไทยยังไม่เป็น ภาคีหรืออนุสัญญาว่าด้วยผู้ลี้ภัยควรมีการลงนาม เพราะในขณะนี้ผู้ลี้ภัยเข้าเมืองและมีสถานะ อย่างผิดกฎหมาย แม้ว่าจะได้รับรองจาก UNHCR ว่าเป็นสถานะผู้ลี้ภัยก็ตาม จำนวนผู้ลี้ภัย ในรายงานท่านมีความชัดเจนพูดกันรวม ๆ ๑๐๐,๐๐-๑๒๐,๐๐๐ คนในประเทศไทย แล้วยกตัวอย่างสมมุติฐานง่าย ๆ ว่าหากมีผู้มีความหลากหลายทางเพศ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ของประชากรโลก เพราะฉะนั้นเราจะมี LGBT ในผู้ลี้ภัยน่าจะประมาณ ๑๐,๐๐๐-๑๒,๐๐๐ คน คำถามธัญคือว่าท่านได้รายงานสถานการณ์ไหมว่าคนที่ลี้ภัยมาจากโซมาเลียประเทศ ที่มีความเกลียดชัง LGBT แล้วเขาลี้ภัย แล้วเขาต้องอยู่กับผู้ลี้ภัยในประเทศตัวเอง มีความเปราะบางมากแค่ไหน นั่นคือประเด็นแรก เราจะมีวิธีการคัดกรองอย่างไร ท่านจัดลำดับความสำคัญอย่างไรในขณะที่ LGBT ผู้มีความหลากหลายทางเพศหนีครอบครัวมา ที่ตามฆ่าพวกเขาและต้องอยู่ในประเทศที่มีความเกลียดชัง LGBT ท่านมีความระแวดระวัง และมีกระบวนการคัดกรองตรงนี้อย่างไร ธัญได้รับทราบว่าท่านมีการอธิบายในประเด็น ความคืบหน้าของการคัดกรอง แต่ธัญอยากจะเพิ่มเติมในประเด็นของความหลากหลายทางเพศ ซึ่งไม่ได้มีอยู่ในรายงานฉบับนี้เลย ท่านต้องลองนึกดูว่ากลุ่มที่มีความเกลียดชัง กลุ่มความเชื่อ สุดโต่ง พร้อมที่จะฆ่า พร้อมที่จะทำร้าย พร้อมที่จะละเมิดในทุกรูปแบบและพวกเขาต้องอยู่ บ้านพักพิงในประเทศของเขาที่มีความเกลียดชังและท่านจะแก้ไขปัญหาและตรวจสอบเรื่องนี้ อย่างไร ขอบคุณมากค่ะ