ธีระชัย ชี้ กสม. ไร้อำนาจบังคับ เรียกร้องทบทวนบทบาท-เสริมงบ-คุ้มครองสิทธิทั่วถึง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๑๐ สิงหาคม ๒๕๖๖

ธีระชัย แสนแก้ว หารือบทบาทของ กสม. ในการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนตามพันธกรณีสากล เรียกร้องให้ทบทวนและฟื้นฟูอำนาจขององค์กรให้มีความเข้มแข็งและเป็นอิสระ พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเพิ่มทรัพยากร ทั้งงบประมาณและบุคลากร เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการคุ้มครองสิทธิได้อย่างทั่วถึง และเรียกร้องให้ กสม. ดำเนินการอย่างเข้มงวดในการคุ้มครองสิทธิของผู้เห็นต่าง โดยเฉพาะในบริบทของการชุมนุมที่มีแนวโน้มใช้ความรุนแรง ซึ่งอาจละเมิดขอบเขตของเสรีภาพการแสดงออก

นายธีระชัย แสนแก้ว อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย เขตอำเภอกุมภวาปี เขตอำเภอประจักษ์ศิลปาคม และอำเภอเมือง ตำบลหนองไผ่ ท่านประธานครับ ผมใคร่ขอแสดงความคิดเห็นไปยังผู้ชี้แจงถึงข้อห่วงใยและข้อสังเกต ในรายงานฉบับนี้ ท่านประธานครับ ผมมองว่า กสม. เป็นองค์กรที่มีความสำคัญและปกป้อง สิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของพี่น้องประชาชน เป็นองค์กรที่เป็นความหวังที่พึ่งให้ความคุ้มครอง สิทธิเป็นของพี่น้องประชาชน กสม. เป็นองค์กรที่นานาอารยะประเทศในโลกนี้ที่ปกครอง ด้วยระบอบประชาธิปไตยให้ความสำคัญและเป็นกลไกที่ขาดไม่ได้ในการพิทักษ์รักษา สิทธิเสรีภาพของพี่น้องประชาชนครับ ผมได้ศึกษาจากรายงานพบว่า กสม. เป็นองค์กรที่ต้อง ทำหน้าที่ตามสนธิสัญญาหลักสิทธิมนุษยชนภายใต้กรอบสหประชาชาติที่ประเทศไทย มีภาคีแล้ว เป็นภาคีแล้ว ๗ ฉบับ ที่ลงนามแล้ว และอยู่ในระหว่างการเป็นภาคีอีก ๑ ฉบับ รวมแล้ว ๘ ฉบับครับท่านประธาน อย่างไรก็ตามผมมีข้อสังเกต และข้อเสนอแนะต่อ กสม. ทั้ง ๆ ที่ผมมีความศรัทธาองค์กรอิสระ มีองค์กรเดียวนี่ละครับที่พอมีความศรัทธาบ้าง

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

ประเด็นแรก อำนาจของคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนตามรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๖๐ มาตรา ๒๔๗ ประกอบกับพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยกรรมการสิทธิมนุษยชน พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๒๖ พอสรุปได้ว่า กสม. มีอำนาจหลัก ๆ ตรวจสอบรายงานข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยไม่ล่าช้า และเสนอแนะมาตรการหรือแนวทางในการป้องกันแก้ไข และละเมิดสิทธิ ของมนุษยชนต่อหน่วยงานของรัฐ และเอกชนที่เกี่ยวข้อง ท่านประธานครับ จะเห็นว่า รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ กสม. มีอำนาจเพียงให้การเสนอแนะหน่วยงานรัฐ หรือเอกชนเท่านั้น มันเป็นเพียงคำตอบที่ทำให้เราเห็นว่ากรณีที่ร้องเรียนและถูกละเมิดทางสิทธิมนุษยชน ของพี่น้องประชาชนที่ปรากฏในรายงานทั้ง ๒ เล่มนี้ มีแต่บอกว่าเสนอแนะ เสนอแนะ และเสนอแนะ ไปหน่วยงานต่าง ๆ เท่านั้น ท่านประธานครับมีอำนาจทางกฎหมาย เมื่ออำนาจทางกฎหมายของ กสม. มีเพียงเท่านี้ เพราะฉะนั้นก็จะทำให้การเสนอแนะเท่านี้ หรือครับ จะทำให้ กสม. จะให้ผู้ร้อง และหน่วยงานของรัฐมีละเมิดสิทธิของชุมชนเสียเอง ก็จะเป็นการผิดกฎหมาย ทำเกินอำนาจหน้าที่ ผมได้ศึกษารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มาตรา ๒๕๗ พบว่า กสม. มีอำนาจ อำนาจเสนอเรื่องความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญในกรณีที่มีกฎหมาย ละเมิดสิทธิมนุษยชน หรือปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ อำนาจเสนอเรื่องความเห็นถึง ศาลปกครองในกรณีว่าหน่วยงานของรัฐออกกฎ คำสั่ง ละเมิดสิทธิมนุษยชน หรืออำนาจฟ้อง คดีศาลยุติธรรมแทนผู้เสียหาย เมื่อเห็นว่าการแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิประชาชน ของส่วนรวม ท่านเห็นหรือไม่ว่ารัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๖๐ มีปัญหาจริง ๆ ท่านประธานครับ บัญญัติให้องค์กรที่ควรมีอำนาจ แต่ไปตัดอำนาจเขา แต่บางองค์กรที่ไม่ควรมีอำนาจ ท่านก็ให้อำนาจจนวุ่นวายเกิดวิกฤติของประเทศมาจนถึงทุกวันนี้ไปหมด

ประเด็นที่ ๒ ครับท่านประธาน ผมได้เข้ามาดูพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายประจำปี ๒๕๖๖ ที่เกี่ยวข้องกับ กสม. ได้รับการจัดสรร พบว่าในองค์กรอิสระ ทั้ง ๖ องค์กร กสม. ได้รับงบประมาณเพียงน้อยนิดครับท่านประธาน งบประมาณน้อยที่สุด ในบรรดาองค์กรอิสระ ได้รับงบประมาณเพียง ๒๐๐ กว่าล้านบาทเท่านั้นเอง แล้วจะเอา อะไรไปเพียงพอต่อการดูแลพี่น้องประชาชน ประชาชนในเมืองไทยไม่ว่า ระดับโลกแล้วนะ ก็อย่างที่ท่านผู้อภิปรายหลายท่านได้บอกผม มันเป็นองค์กรที่ใหญ่พอสมควร ซึ่งความเห็น ของผมคิดว่าในโลกยุคสมัยและประเทศที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยจะต้องให้ ความสำคัญกับองค์กรที่ทำหน้าที่ในการคุ้มครอง ปกป้องสิทธิเสรีภาพของพี่น้องประชาชน ดังนั้นเราควรที่จะให้การสนับสนุน กสม. ทั้งงบประมาณ กำลังคนให้มีเพียงพอกับภารกิจ เพื่อให้ช่วยเหลือดูแลสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานของพี่น้องประชาชนครับท่านประธาน แล้วผม ก็ไปพบอีกเรื่องหนึ่งก็คือภาพรวมของทรัพยากรของ กสม. พบว่าสำนักงานภูมิภาคนั้น คือสำนักงานภาคใต้ที่จังหวัดสงขลา และสำนักงานภาคอีสานบอกว่าจะตั้ง ก็เห็นตั้ง อยู่ที่ภาคใต้ที่จังหวัดสงขลา แต่อีสานของผมยังไม่มี ทราบว่าจะไปตั้งที่จังหวัดขอนแก่น ก็ยังไม่เห็นสำนักงานเลยครับ สิ่งที่ทำให้ผมประหลาดใจ ทำไมตอนนี้เปิด Site งานจริง ๆ เฉพาะภาคใต้เท่านั้น ซึ่งเปิดเมื่อวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ นี่เองครับ พี่น้องประชาชน ที่อยู่ท้องไร่ท้องนาจะเข้าไปร้องเรียนถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนได้อย่างไรละครับ ยิ่งไปกว่านั้น ท่านประธานครับ สำนักงานภาคใต้ที่เปิดเพียงแห่งเดียวก็มีการจัดสรรบุคลากรเพียง ๑๙ คน เท่านั้น แล้วผมยังทราบมาว่าทุกวันนี้ก็ยังบรรจุไม่ครบ ที่แย่ไปกว่านั้นคือการดึงเอาบุคลากร ซึ่งมีน้อยนิดอยู่นั้นกลับมาใช้ในส่วนกลางอีก ขอนิดหนึ่งครับท่านประธาน การบริหารบุคลากร เช่นนี้ทำให้พี่น้องประชาชนในต่างจังหวัดไม่รู้จักองค์กรของท่านนะครับ พี่น้องยิ่งรู้สึกว่า อยู่ห่างไกล ไร้การดูแลจากองค์กรของท่าน ชาวบ้านก็ต้องคิดว่าเข้าถึงท่านยากเหลือเกิน แม้กระทั่งตัวกระผมเองก็คิดว่าท่านอยู่ห่างไกลผมเหลือเกินจริง ๆ ครับ พี่น้องประชาชน ถูกกลั่นแกล้ง เอาให้ชัด ๆ ก็คือว่าถูกจับ เจ้าหน้าที่ของรัฐเอายาบ้าไปยัดแล้วเรียกค่าไถ่ มีอยู่ทั่วประเทศท่านจะดูแลอย่างไร ผมไม่เอ่ย เมื่อวานนี้ก็พูดเรื่อง ป.ป.ส. ไปแล้ว เอาเรื่องสั้น ๆ แค่นี้ละครับ มีอยู่ทั่วทุกแห่ง อยู่ทั่วทุกหนทุกแห่ง มันกากเดนเผด็จการ แล้วก็มาต่อตรงนี้ครับ ผมถึงตั้งคำถามกับท่านประธานไปยังผู้บริหารของ กสม. ว่า เรื่องนี้จริงหรือไม่ ถ้าจริงเหตุใดต้องทำเช่นนี้ แล้วท่านมีแนวทางในการที่จะให้สำนักงาน กสม. ได้กระจายทั่วทุกภูมิภาคได้หรือไม่ครับ เพื่อจะได้ดูแลสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานให้กับ พี่น้องประชาชนได้อย่างทั่วถึง

ประเด็นสุดท้ายครับท่านประธาน ผมขออนุญาตตั้งคำถามว่าการที่เยาวชน ออกมาชุมนุมและใช้เสรีภาพในการแสดงออก เป็นเสรีภาพขั้นพื้นฐานที่ประเทศที่ปกครอง ด้วยระบอบประชาธิปไตยให้การรับรองไว้ว่าเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน และยังรับรอง ความเห็นต่างทางการเมืองว่าเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถกระทำได้ แต่ในกรณีที่กลุ่ม Mob ที่เรียกตัวเองว่าเป็นกลุ่ม Mob ทะลุ ทะลุอะไรก็ไม่รู้ ที่ชุมนุมเรียกร้องที่พรรคเพื่อไทย เมื่อวันจันทร์ที่ ๗ ที่ผ่านมานี้ครับท่านประธาน อ้างว่าเป็นการจัดกิจกรรมเพื่อประท้วง พรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทย แต่กลายเป็นพฤติกรรมที่เป็นการคุกคาม ความเห็นต่าง มีการใช้ความรุนแรงล้ำเส้นในการใช้เสรีภาพในการแสดงออกอย่างสันติ มีการขว้างปาสิ่งของ ใช้ถ้อยคำหยาบคาย มีการฉีด Spray มีอะไรต่ออะไรต่าง ๆ ไม่รู้ มีการเอาน้ำมันไปราด เกือบเผาครับ ถ้าเกิดว่าเผาพรรคเพื่อไทยขึ้นมาอะไรจะเกิดขึ้นนะครับ นี่การใช้สิทธิเสรีภาพเกิน ส่วนเกิน จริง ๆ ครับ ผมขออนุญาตพูดตรงนี้ละ มันก็คงจะต้องเกี่ยวข้องครับ การกระทำดังกล่าวนี้ ท่านประธานครับ ผมเคยเห็นเฉพาะพวกเสพยาบ้าในต่างจังหวัดนี่นะครับ ภาพมันหลอน พอมันหลอนแล้วมันก็คิดว่าตัวเองเป็นอะไรก็ไม่รู้ เป็นผีสางนางไม้ก็ไม่รู้ พอมันหลอนขึ้น ตัวเองก็ฆ่าพ่อ ฆ่าแม่ เตะยาย ทำร้ายตา ฆ่าปู่ ฆ่าย่า เตะสลบคาตีนก็มีครับ ดังที่เป็นข่าว อยู่ทุกวันนี้ มันเสมือนแบบนั้นนะครับ เสมือนพวกเสพยาบ้าและหลอนยาบ้า ถึงจะไปเผา บ้านตัวเอง เพราะฉะนั้นความคิดเห็นว่าหลักการชุมนุมโดยสงบที่จะต้องปราศจากอาวุธ ความรุนแรง และหลักการแสดงออก และการพูดการแสดงการกระทำ ไม่เป็นการกระทบ ต่อชื่อเสียงและเกียรติยศ และไม่ดูหมิ่นคนอื่น ด้อยค่าคนอื่น ๒ อย่างนี้ผมคิดว่ามันจะต้องมี ขอบเขต ท่าน กสม. ท่านประธาน หรือเลขาคณะกรรมการ ท่านมีความเห็นอะไร ต่ออะไรต่าง ๆ กับสิ่งเหล่านี้ไหม หรือจะปล่อยไปเลยตามเลย ผมเห็นด้วยในการที่จะให้ จัดงบประมาณให้ท่านนะครับ ถ้าเข้าสภาเมื่อไรผมจะยกมือให้ เพราะองค์กรอิสระอื่น ๆ มีงบประมาณเยอะแยะที่เข้ามารายงานตรงจุดนี้ ที่เราอภิปรายไปแล้วเมื่อวาน ๒-๓ วันที่ ผ่านมานั้น แต่พวกท่านได้แค่ ๒๐๐ กว่าล้านบาท แล้วจะเอางานเยอะแยะไปหมด แม้กระทั่ง ในโลกนี้ต้องดีเลิศประเสริฐศรี ต้องมีสิทธิมนุษยชน ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ในประเทศนี้ทั้งนั้น แต่งบประมาณมันน้อยนิดเท่านั้นเองนะครับ ผมถึงอยากจะถามท่านประธานไปยัง กสม. ว่า กรณีเช่นนี้ กสม. มีอำนาจในการที่จะปกป้อง คุ้มครองสิทธิมนุษยชนผู้ถูกคุกคามหรือไม่ หรือผู้เห็นต่าง วันนั้นผมไป วันจันทร์นี่นะครับ ผมไปไม่ได้ประชุมพรรค ลงมาไม่ได้ เพราะรัฐมนตรีที่มาจากพรรคภูมิใจไทยไปเจอครับ ปิดกั้น เอาสิทธิอะไรไปตรวจละครับ เขาเป็นตำรวจ เป็นจราจรหรือเปล่า ไปตรวจคนจะออกจะกลับบ้านนะครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นบังคับ มันเกิดขึ้นมาได้อย่างไรในโลกประเทศที่เป็นประชาธิปไตย อันนี้มันกากเดน เผด็จการ คิดแบบนี้เอาแต่ใจตัวเอง มันเป็นเผด็จการครับ ไม่ใช่นักประชาธิปไตย ผมขอให้ท่าน ผมไม่ได้ว่าท่านนะครับ ใครฟังอยู่ก็รับฟังเอาเองก็แล้วกัน ขอให้ทาง กสม. นี่ทำหน้าที่ ของพวกท่าน พวกเรายินดีในการที่จะสนับสนุน ก็ขอให้พวกท่านได้พิจารณาออกสื่อด้วย ก็ได้ครับ ไม่ต้องกลัว ออกสื่อว่ามันทำไม่ถูกต้อง อย่างนี้สิทธิขั้นพื้นฐานของพี่น้องประชาชน ต้องปกป้องด้วยสิทธินะครับ ผมก็ขออนุญาตแค่นี้ละครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ มันจะยาวครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ