เทอดชาติ ชัยพงษ์ หารือปัญหาสิทธิมนุษยชนในพื้นที่เชียงรายและประเด็นการละเมิดสิทธิในภาพรวมของประเทศ พร้อมเน้นย้ำความจำเป็นในการทำงานเชิงรุกของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในการรับเรื่องร้องเรียน ปกป้องผู้เปราะบาง และส่งเสริมความตระหนักรู้ในสังคม รวมถึงเรียกร้องให้แก้ไขปัญหาความล่าช้าของกระบวนการยุติธรรม การใช้ความรุนแรง และการบิดเบือนข้อมูลผ่านสื่อสังคม เพื่อคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม เทอดชาติ ชัยพงษ์ พรรคเพื่อไทย เชียงราย เขต ๕ ประกอบด้วยอำเภอเทิง อำเภอขุนตาล อำเภอพญาเม็งราย และตำบลบุญเรือง อำเภอเชียงของ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Clip ภาพ)
วันนี้ต้องขอบคุณทางคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนที่ได้นำเสนอรายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี ๒๕๖๕ และรายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๖๕ ชุดเดียวกัน ก็ถือว่าเป็นไปตามกรอบระยะเวลาของการรายงานนะครับ ก็เป็นตัวอย่างหนึ่ง ขององค์กรอิสระที่ทำหน้าที่เพื่อประชาชนตรงนี้ครับ วันนี้เป็นวันพิเศษต้องขอแสดง ความยินดีกับ ๑๓๑ ปีวันกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งท่านเป็นนักปกครองท้องที่ผู้เป็นด่านหน้า ในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้กับประชาชน พี่น้องประชาชนครับ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ปี ๒๕๖๐ นั้นได้กำหนดให้มีองค์กรอิสระซึ่งเป็นที่พึ่งและเป็นความหวังในการที่จะมาดูแล พี่น้องประชาชนเช่นเดียวกัน หนึ่งในนั้นคือกรรมการสิทธิมนุษยชน ฉะนั้นหน้าที่หลักจะต้อง คำนึงถึงความผาสุกของประชาชนชาวไทย และผลประโยชน์ส่วนรวมของชาติเป็นสำคัญ นี่คือองค์กรอิสระที่เป็นความหวังของประชาชนครับ วันนี้ผมคงจะไม่อภิปรายเกินเลยไปในเอกสารที่ท่านส่งมา เพราะฉะนั้น ๒ ฉบับ ที่ท่านนำเสนอมานั้นก็ครอบคลุมในภารกิจทั้งหมด ในด้านสิทธิมนุษยชน ในเอกสารหน้า ๔๑ ชี้ให้เห็นว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนนั้นมีหน้าที่ในการรับเรื่อง ร้องเรียน ปีนี้รับเรื่องร้องเรียนถึง ๑,๑๔๙ เรื่อง รับไว้ ๙๒๔ เรื่อง ไม่รับไว้ ๒๒๕ เรื่อง นั่นก็แสดงให้เห็นว่าคณะกรรมการนั้นเป็นหน่วยงานที่รอรับเรื่องนะครับ ถ้าประชาชนมีปัญหา กระทบสิทธิ ดำเนินการมีการร้องก็รับเรื่องและดำเนินการจะเห็นว่าปีหนึ่ง ๑,๐๐๐ กว่าเรื่อง เท่านั้นเองครับ ทีนี้ถ้าถามว่ามีแค่นี้หรือประเทศไทยก็คงไม่ใช่ครับ มันคงมีเยอะกว่านี้ แต่คนที่ยังไม่ร้อง คนที่ยังไม่สามารถจะร้องได้ไม่อยู่ในสถานะที่ต้องถูกร้องได้ อันนี้ก็เป็น บุคคลที่จะต้องดูแลเช่นเดียวกัน นี่จากเอกสารหน้า ๔๑ นะครับ เพราะฉะนั้นประเด็นที่ ร้องเรียนมากที่สุดเราจะเห็นว่าสิทธิและสถานะบุคคลเป็นเรื่องแรกครับ สิทธิในกระบวนการ ยุติธรรม สิทธิชุมชนก็เป็นเรื่องรองลงมาตามลำดับ อย่างไรก็ตามสิทธิและสถานะบุคคลนั้น เป็นเรื่องที่กระทบต่อการทำหน้าที่ในหลาย ๆ เรื่องของบุคคลในประเทศของเรานะครับ ผมอยากขอเรียนอย่างนี้ครับว่าในคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ถ้าผมมองนี่ผมมองใน ๒ แนวทางของท่านก็คือท่านทำงานในเชิงรับนะครับ รับเอกสาร รับเรื่องร้องเรียน และดำเนินการ ถ้าใครไม่ถูกรับ ไม่ถูกร้อง ท่านก็ไม่รับและไม่ดำเนินการ แล้วก็ไม่ได้ แก้ปัญหาที่แท้จริง ปัญหาของสังคมมากมายในบ้านเมืองเราที่มีอยู่ตรงนี้ เพราะฉะนั้นปัญหา ที่จะต้องแก้ไขให้เกิดความเท่าเทียม เกิดสิทธิเสรีภาพได้อย่างแท้จริงนั้นก็ต้องเป็นการทำงาน ในเชิงรุกครับ เชิงรุกที่เข้าถึงปัญหาได้ เมื่อสักครู่นี้ผู้อภิปรายก็นำภาพต่าง ๆ เข้ามา ผมไม่ขอ นำภาพเหล่านั้นมา Review ซ้ำ และเราก็เห็นปัญหาเหล่านี้เหมือน ๆ กันในบ้านเมืองเรา แต่เราไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาเหล่านี้ลงไปได้ ปัญหาเรื่องนี้กระทบเรื่องสิทธิและเสรีภาพ ฉะนั้นเชิงรุกท่านอาจจะมีบ้างครับ เรื่องแรกที่ผมเห็นก็คือการเสริมสร้างทุกภาคส่วนของสังคม ให้ตระหนักถึงความสำคัญของสิทธิมนุษยชน การอบรมนักบริหารระดับสูง อบรมครู อบรมหน่วยงานของรัฐ ผลิตสื่อเด็กอะไรต่าง ๆ มันยังไม่ถึงประชาชน อันนี้เป็นโจทย์ใหญ่ ของ กสม. ที่ต้องไปทำนะครับ หรือเรื่องของความร่วมมือระหว่างประเทศ สร้างความเชื่อมั่น ของ กสม. ระดับโลก และขอชมท่านก็คือปรับสถานะของ กสม. จาก B เป็น A นะครับ อันนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมในการทำงานของ กสม. นะครับ ปัญหาสิทธิมนุษยชน ของประเทศไทยมีมายาวนานและไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ รัฐธรรมนูญจึงให้มี กสม. เพื่อที่จะทำหน้าที่ในการแก้ไขปัญหาสิทธิเหล่านี้
ปัญหาแรกที่เราเจอมาตลอด เห็นตลอดก็คือปัญหาการลิดรอนสิทธิในทุก ๆ เรื่อง เรื่องแรกที่เราเห็นชัด ๆ ที่สุดก็คือการปฏิวัติรัฐประหารของประเทศ ไทยเรามีปฏิวัติรัฐประหาร มาแล้ว ๑๓ ครั้ง มีกบฏอีก ๑๑ ครั้ง และปฏิวัติ ๑ ครั้ง จนเป็นประชาธิปไตยที่ยังไม่สมบูรณ์แบบ จนถึงทุกวันนี้ ครั้งล่าสุดมีการปฏิวัติเมื่อปี ๒๕๕๗ ด้วยใคร ก็คงจะรู้ แต่อย่างไรก็ตาม เพราะยังมีการคืนอำนาจให้ประชาชนบางส่วนได้ ปี ๒๕๖๒ มีการเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทย เป็นพรรคที่มี สส. มากที่สุดก็เป็นฝ่ายค้าน จนมาถึงการเลือกตั้งปี ๒๕๖๖ นี่คือพัฒนาการ ของการคืนสิทธิบางส่วนให้กับประชาชน
อย่างไรก็ตามครับ ปัญหาที่ ๒ ก็คือการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล การทำร้าย ทำลาย การจับกุมคุมขัง การกลั่นแกล้งรังแกประชาชนราษฎรผู้อ่อนแอยังมีอยู่ รวมถึงความยุติธรรมที่ล่าช้าก็เป็นความไม่ยุติธรรมเช่นเดียวกัน การจับแพะในหลาย ๆ คดี ที่เราเห็น จริง ๆ เอามาให้ดูได้แต่ก็ไม่อยากจะรื้อฟื้นสิ่งเหล่านั้นนะครับ เดี๋ยวจะถือว่า เป็นความขัดแย้งในสังคม แต่วันนี้เรามาพูดกันอย่างสร้างสรรค์ว่าเหล่านี้คือปัญหาของประเทศ นอกจากนั้นครับ เดี๋ยวนี้ยังมีวิธีใหม่นั่นคือการใช้ IO ใช้โลก Social ในการที่จะถล่มทำลาย ซึ่งกันและกัน กลั่นแกล้งกัน อันนี้ก็เป็นอีกรูปแบบหนึ่งเช่นเดียวกันนะครับ เพราะฉะนั้น การที่จะให้มีสิทธิเสรีภาพต้องไม่กระทบต่อคนอื่นนะครับ เรื่องของการใช้ความรุนแรง ต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้บริสุทธิ์หรือผู้เห็นต่าง ประเทศไทยเราเป็นเมืองศาสนาครับ เมืองพุทธศาสนา เมืองศาสนาอื่น ๆ ที่อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข เราไม่ควรจะมีการทำร้าย ทำลายและรังแกซึ่งกันและกันครับ เรื่องของการหายสาบสูญของบุคคล ของนักเคลื่อนไหวต่าง ๆ อันนี้ผมว่าถ้า กสม. มีหน้าที่โดยตรงที่เข้าไปให้สิทธิแล้วก็ดูแลพี่น้องประชาชนอย่างทั่วถึง ผมว่าเป็นเรื่องที่สำคัญเป็นบทบาทสำคัญของ กสม. รวมถึงสภาพความเลวร้ายของเรือนจำ สถานกักกันสภาพที่ไม่เหมาะสมต่อความเป็นอยู่ต่าง ๆ ครับ การจับกุมคุมขังอย่าง ตามอำเภอใจ หรือการใช้อำนาจโดยมิชอบในการจัดการปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง ทางสังคมที่เห็นต่าง เพราะฉะนั้นสิทธิของมนุษย์จึงคู่กับเสรีภาพ เพราะฉะนั้นเสรีภาพ คือสิ่งที่เราต้องทำไม่เกินสิทธิคนอื่นเช่นเดียวกัน นี่คือปัญหาบางส่วนครับ ผมเชื่อว่าเดี๋ยวคงมี พี่น้องได้พูดถึงปัญหาอื่น ๆ อีกมาก และคงมีภาพประกอบนะครับ อย่างไรก็ตามเสรีภาพ ส่วนบุคคลต้องไม่กระทบสิทธิของบุคคลอื่นเช่นเดียวกันนั้น สิทธิในชีวิตและทรัพย์สิน ของพี่น้องประชาชนไม่ว่าจะเป็นเรื่องของที่ดิน เรื่องของสิ่งแวดล้อม เรื่องของตนเอง ของส่วนรวม และการรวมกลุ่มต่าง ๆ รวมถึงการแสดงออก การพูด การชุมนุม การชอบ ไม่ชอบ กระบวนการยุติธรรม สิทธิด้านการศึกษา สิทธิด้านสุขภาพที่ต้องเข้าถึง อย่างเท่าเทียมกันนี่เป็นเรื่องสำคัญครับ เพราะฉะนั้นเสรีภาพและสิทธิ จึงเป็นสิ่งที่จำเป็น ที่สุดสำหรับประชาชนชาวไทย
ประเด็นที่ฝากถึงคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็คือเชิงรุกครับ ก็ต้องเข้าถึงปัญหาข้อพิพาทต่าง ๆ โดยเร็วโดยทีม ไม่ต้องรอเรื่องร้องเรียน ร้องทุกข์ต่าง ๆ แก้ไขปกป้องผู้อ่อนแอ ผู้เปราะบาง สร้างการรับรู้สิทธิเสรีภาพที่เท่าเทียม ถูกต้อง ให้กับประชาชนทุกคนอย่างทั่วถึง เพราะฉะนั้นองค์กรอิสระโดย กสม. จึงจะเป็นความหวัง ของประชาชนอย่างแท้จริงครับ ขอบคุณท่านประธานครับ