พรประไพ แจงสถานการณ์สิทธิมนุษยชนปี 65 ชี้ทั้งความคืบหน้าและปัญหา

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๑๐ สิงหาคม ๒๕๖๖

พรประไพ กาญจนรินทร์ รายงานผลการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนปี 2565 โดยครอบคลุมทั้งด้านสิทธิพลเมือง เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น สื่อสารอย่างเสรี รวมถึงประเด็นสิทธิด้านแรงงาน สุขภาพ การศึกษา สิ่งแวดล้อม และกลุ่มเปราะบาง พร้อมชี้ถึงพัฒนาการเชิงบวกในหลายด้าน เช่น การเข้าถึงวัคซีนและการคืนเบี้ยยังชีพ ขณะเดียวกันก็รายงานผลการดำเนินงานของ กสม. ในการรับเรื่องร้องเรียน ส่งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเสนอแนวทางแก้ไขกฎหมายเพื่อเสริมสร้างระบบคุ้มครองสิทธิอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ภาคใต้ภายใต้กรอบกฎหมายและพันธกรณีระหว่างประเทศ

นางสาวพรประไพ กาญจนรินทร์ ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

สวัสดีค่ะ กราบเรียนท่านประธานสภา แล้วก็เรียนท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรตินะคะ ดิฉันชื่อพรประไพ กาญจนรินทร์ เป็นประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินะคะ ก็จะมารายงาน ๒ ฉบับ อย่างที่เมื่อสักครู่นี้ท่านประธานได้เกริ่นนำแล้วนะคะ คือรายงาน ผลการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชน ปี ๒๕๖๕ แล้วก็ผลการปฏิบัติงานของ กสม. ปี ๒๕๖๕ เราก็จัดทำโดยประมวลจากเหตุการณ์ต่าง ๆ แล้วก็ประมวลจากข้อมูลข้อคิดเห็น ซึ่งทางท่าน สส. ได้ให้ข้อคิดเห็นไว้เมื่อคราวที่แล้วที่มา ก็ประกอบด้วยในการที่จัดทำรายงาน ทั้ง ๒ ฉบับนะคะ ฉบับแรกคือรายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชน ปี ๒๕๖๕ ก็ตามรัฐธรรมนูญ และ พ.ร.ป. ที่เกี่ยวข้องที่กำหนดให้เราจะต้องทำรายงานเหล่านี้ให้เสร็จ ภายใน ๙๐ วันนับแต่วันสิ้นปีปฏิทินนะคะ แล้วก็ต้องสรุปปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง แล้วก็ประเด็นที่จะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมต่อไป

ในส่วนของรายงานฉบับแรกเกี่ยวกับเรื่องประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชน ก็มีประเด็นหลัก ๆ ที่เราจะประมวลที่จะรายงานในวันนี้ โดยยึดตามรัฐธรรมนูญ พ.ร.ป. แล้วก็หลักการระหว่างประเทศซึ่งเราเป็นภาคีนะคะ มี ๕ ด้าน ก็ประกอบด้วย

ด้านแรก เรื่องการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในสถานการณ์เฉพาะ ซึ่งปีที่แล้วมีที่สำคัญ ๒ สถานการณ์ค่ะ คือเรื่องของโควิด แล้วก็เรื่องของการใช้เสรีภาพ ในการชุมนุม อันนี้เป็นด้านแรกที่เราบรรจุไว้ในรายงานผลการประเมินสถานการณ์นะคะ

แล้วอีก ๓ ส่วน ก็จะเป็นเรื่องของภายใต้กรอบพันธกรณี อันแรกก็เป็นเรื่องของ สถานการณ์ด้านสิทธิพลเมืองและการเมือง ๕ ประเด็นที่สำคัญที่เราประมวลไว้ ก็มีเรื่องของ อันแรกสิทธิในกระบวนการยุติธรรม อันที่ ๒ เรื่องของการกระทำทรมานและการบังคับให้ สูญหายนะคะ อันที่ ๓ เป็นเรื่องของนักปกป้องสิทธิมนุษยชน อันที่ ๔ เป็นเรื่องของ สถานการณ์ในภาคใต้ อันที่ ๕ ก็เป็นเรื่องของเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เรื่องของ เสรีภาพของสื่อมวลชน แล้วก็เสรีภาพในการรวมกลุ่ม อันนี้คือด้านที่ ๒

ด้านที่ ๓ ที่เราประเมินไว้ก็คือเรื่องของสถานการณ์ด้านสิทธิ เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ก็มี ๕ ประเด็นสำคัญ ก็มีเรื่องของสิทธิแรงงาน สิทธิด้านสุขภาพ สิทธิ การศึกษา สิทธิชุมชนในการจัดการที่ดิน ทรัพยากร แล้วก็สิ่งแวดล้อม แล้วก็เรื่องของธุรกิจ กับสิทธิมนุษยชน

ด้านที่ ๔ ก็เป็นเรื่องของการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชน ของกลุ่มบุคคลก็มี ๗ ประเด็นสำคัญ ก็มีเรื่องของสิทธิเด็ก สิทธิของผู้สูงอายุ สิทธิคนพิการ สิทธิสตรีและความเสมอภาคทางเพศ เรื่องของสถานะและสิทธิของคนไร้รัฐ ไร้สัญชาติ แล้วก็เรื่องของสิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งเข้าใจว่าเมื่อวานก็มีการเสนอ พ.ร.บ. เรื่องนี้ แล้วก็เรื่องสิทธิของกลุ่มคนจนเมือง อันนี้คือภาพรวมในเรื่องของการรายงานสถานการณ์ สิทธิมนุษยชนของปี ๒๕๖๕

ในส่วนของพัฒนาการจากการที่เราประเมินก็มีทั้งด้านบวกและด้านลบ ด้านที่เห็นว่าเป็นพัฒนาการในทางที่ดีก็มีอยู่ ๔-๕ ประการ อันแรกก็คือว่าหลังจากที่มี ภาวะเรื่องของโควิดปีที่ผ่านมาก็มีการจัดสรรวัคซีนป้องกันโควิดได้ครอบคลุมเพียงพอ ในประชากรกลุ่มต่าง ๆ เรื่องของ พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานและกระทำให้ บุคคลสูญหาย อันนี้ก็ออกมาเป็น พ.ร.บ. เรียบร้อย บังคับใช้แล้ว เรื่องของนักเรียนที่หลุดออก จากระบบ เนื่องจากสถานการณ์ของโควิดก็มีพัฒนาการที่ดีขึ้น แล้วก็มีการที่ ครม. อนุมัติ การคืนเบี้ยยังชีพให้กับผู้สูงอายุที่รับเบี้ยซ้ำซ้อน แล้วก็สวัสดิการอื่น ๆ ก็มีการคืนให้

แล้วอันสุดท้ายที่เห็นว่าเป็นพัฒนาการที่ดีขึ้นก็คือการที่รัฐบาลก็ให้ความช่วยเหลือ กับผู้ที่หนีภัยสงครามมาบริเวณชายแดน ก็ยึดหลักการที่จะไม่ส่งคนกลับไปสู่อันตราย อันนี้รวมทั้งก็ได้มีการจัดสรรงบประมาณเพื่อป้องกันโรคให้แก่ผู้ที่มีปัญหาสถานะและสิทธิ

ส่วนความท้าทายคือเป็นเรื่องที่คงจะต้องมีการแก้ไขต่อไป ก็มีเรื่องของความพร้อม ของหน่วยงานของภาครัฐในการที่จะบังคับใช้กฎหมายป้องกันและทรมานและกระทำให้ บุคคลสูญหาย แล้วก็มีเรื่องของการแพร่ระบาดก็ยังมีเด็กจำนวนมากที่เกิดภาวะความรู้ถดถอย โดยเฉพาะกลุ่มเด็กปฐมวัย แล้วก็มีเรื่องของสิทธิชุมชนไม่ว่าจะเป็นชุมชนที่รับผลกระทบ จากเขตป่าอนุรักษ์ ที่อยู่อาศัย ที่ดินทำกิน แล้วก็โครงการพัฒนาของรัฐ แล้วก็การประกอบ กิจการบางประเภทที่มีผลกระทบต่อสิทธิมนุษยชน แล้วก็เรื่องของการมีมาตรการคุ้มครอง เด็กและสตรีที่ถูกกระทำรุนแรงที่ยังไม่มีประสิทธิผลเพียงพอ คนพิการก็ยังไม่สามารถจะ เข้าถึงสิทธิในด้านต่าง ๆ ได้ แล้วก็มีเรื่องของสถานะสิทธิซึ่งมีคนที่ยังไม่มีบัตรประชาชน และเข้าถึงสวัสดิการต่าง ๆ ไม่ได้อีกจำนวนมาก อันนี้คือภาพรวมเรื่องของสถานการณ์ สิทธิมนุษยชนในปีที่ผ่านมา เราก็มีข้อเสนอแนะซึ่งก็จะปรากฏอยู่ในรายงานที่ได้นำเรียนให้ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ทราบแล้ว คืออันนั้นในส่วนของอันแรก รายงานฉบับแรก

ฉบับที่ ๒ คือเรื่องของผลการปฏิบัติงานของ กสม. ก็มีอยู่ ๕ ด้าน อันแรก ก็คือเรื่องการตรวจสอบรายงานข้อเท็จจริง เรื่องการละเมิด ปีที่ผ่านมานี้เรารับเรื่องร้องเรียน ประมาณ ๑,๑๔๑ เรื่อง ได้ตรวจสอบแล้วก็ช่วยเหลือ รวมทั้งส่งต่อหน่วยงานอื่น ๙๒๔ เรื่อง ที่เหลืออีก ๒๒๕ เรื่องเป็นเรื่องที่ไม่อยู่ในอำนาจหน้าที่ก็เลยไม่สามารถรับไว้พิจารณาได้ อันนี้คือส่วนแรกในการทำงาน

อันที่ ๒ เรื่องของการเสนอแนะมาตรการหรือแนวทางในการส่งเสริม และคุ้มครองสิทธิมนุษยชนก็มีการเสนอมาตรการหรือเสนอให้แก้ไขปรับปรุงกฎหมายต่าง ๆ เพื่อให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน ก็มีทั้งหมด ๗ เรื่อง แล้วก็ได้จัดทำรายงานประเมิน สถานการณ์ ซึ่งเป็น ๑ ในภารกิจก็ทำเรียบร้อยแล้วอย่างที่นำเสนอเมื่อสักครู่