กัณวีร์ สืบแสง หารือเรื่องการเตรียมความพร้อมในการรับคนลี้ภัยจากเมียนมา และเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาการปฏิบัติการทางทหารของทหารเมียนมา รวมถึงการกำหนดพื้นที่ปลอดภัยและระเบียงมนุษยธรรม โดยขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศนำการปรึกษาหารือระหว่างประเทศ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผมนายกัณวีร์ สืบแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม จะขอ ปรึกษาหารือท่านประธานในเรื่องเกี่ยวกับการเรียกร้องของเครือข่ายภาคประชาสังคม ในเรื่องมาตรการการคุ้มครองประชาชนตามแนวชายแดนตะวันตกของเรา จากสถานการณ์ การสู้รบในประเทศเมียนมา ขอ Slide ถัดไปครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Clip ภาพ)
ผมคงจะไม่เข้าไปถึงเรื่องเกี่ยวกับ สาเหตุเรื่องเกี่ยวกับสถานการณ์ในเมียนมา แต่จะแสดงสถิติให้ทราบว่า ณ ปัจจุบันนี้ ในประเทศเมียนมาตามองค์การสหประชาชาติมีผู้พลัดถิ่นภายในประเทศมีจำนวนมากกว่า ๑ ล้านคน ท่านประธานครับมากกว่า ๑ ล้านคนนี้ ๓๐๐,๐๐๐ คนนี่ ได้อยู่ในติดกับประเทศไทย เรียบร้อยแล้วนะครับ ตั้งแต่จังหวัดเชียงราย จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดตาก และจังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดราชบุรี และจังหวัดระนอง พร้อมที่จะลี้ภัยเข้ามาในประเทศไทย สรุปปัญหาที่ผมจะนำเสนอคือ ๒ ปัญหาหลัก ๆ ด้วยกัน Slide ถัดไปครับ
อันแรก ก็เป็นการบริการทางทหารของทหารเมียนมาที่มีการปฏิบัติการอย่าง ต่อเนื่องโดยไม่เลือกเป้าหมายนะครับ ซึ่งจริง ๆ แล้วจะมีการปฏิบัติการทั้งทางภาคพื้น ทั้งทางอากาศ ซึ่งมีปัญหามาก ๆ ที่มีผลกระทบต่อชุมชนของชาวไทยในฝั่งไทยนะครับ ใน ๒ ปีที่ผ่านมานี้ก็มีจำนวนประมาณ ๑๐๐ กว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและมีผลกระทบต่อ ประชาชนชาวไทยนะครับ อันนี้เป็นปัญหาแรก
อันที่ ๒ ๓๐๐,๐๐๐ คนที่กำลังจะลี้ภัยเข้ามาในประเทศไทยนี้ ตอนนี้ประเทศไทย เรายังไม่มีศักยภาพในการที่จะดูแลทั้งหมด ๓๐๐,๐๐๐ คนนี้ ก็จะเป็นปัญหาหลัก ๆ ว่าเราจะ มีการเตรียมความพร้อมอย่างไรครับ ที่ผมจะขอเสนอท่านประธานครับ ในเรื่องเกี่ยวกับ แนวทางการแก้ไขปัญหา อยากจะเรียนท่านประธานครับที่จะทำหนังสือไปถึง ท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาลที่จำเป็นจะต้องแก้ไขปัญหาในเรื่องเกี่ยวกับปัญหา อันแรกคือการปฏิบัติการทางทหารของทหารเมียนมาในการใช้กรอบความร่วมมือทั้งทวิภาคี และพหุภาคี ทวิภาคีนี่ก็ต้องมีการพูดคุยกับทางทหารเมียนมาให้ได้เรื่องที่จะกำหนด Safety Zone หรือพื้นที่ปลอดภัยและรวมถึง Humanitarian Corridor คือระเบียงมนุษยธรรมให้เกิดขึ้น จากชายแดนไทย-เมียนมา ต้องเข้าไปในพื้นที่เมียนมา ๕ กิโลเมตร ซึ่งพื้นที่นี้จะทำให้ ผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนชาวไทยตามบริเวณชายแดนของเรานี่จะไม่ได้รับผลกระทบ มากนัก และรวมถึงผู้พลัดถิ่นภายในประเทศที่เข้ามาพื้นที่ ๕ กิโลเมตรนี้จะสามารถอยู่ได้ เพราะว่าจะไม่มีการปฏิบัติการทางทหาร ก็จะเป็นการวิน ๆ ทั้งชาวไทยไม่ได้รับผลกระทบ แล้วก็ทางผู้พลัดถิ่นภายในประเทศสามารถอยู่ได้ตรงนั้นนะครับ
อันที่ ๒ ผมทราบดีครับกรอบทวิภาคีคงไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ จึงจำเป็นที่ ท่านนายกรัฐมนตรีต้องใช้กรอบพหุภาคี ณ ปัจจุบันนี้จะมีกรอบ ASEAN เรียบร้อยแล้วที่มี Five-Point Plan Consensus หรือว่าฉันทามติ ๕ ข้อที่ได้มีการกำหนดไว้ว่าจะมีการส่ง Special Envoy มาจากอินโดนีเซียไปพูดคุยกับทางทหารพม่านะครับ ก็จะต้องมีการพูดคุย ในเรื่อง Safety Zone ในเรื่องเกี่ยวกับ Humanitarian Corridor ตรงนี้ไว้นะครับ และรวมถึง ท่านนายกรัฐมนตรีที่เป็นประธาน สมช. ต้องจัดทำตัวนโยบายแนวทางปฏิบัติเป็นคำสั่ง สำนักนายกรัฐมนตรีให้มันกำกับงานของความมั่นคงชายแดนอย่างเป็นแบบบูรณาการ อันนี้ เป็นเรื่องการปฏิบัติการทางทหารขอใช้เวลาสั้น ๆ ท่านประธานครับ
อันสุดท้าย มาตรการรองรับผู้ลี้ภัยจากเมียนมา การเตรียมความพร้อม ทางด้าน Humanitarian Corridor อยากจะเรียนท่านประธานช่วยประสานทางท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้นำในการที่ว่า ณ ปัจจุบันนี้ Humanitarian Corridor ไม่ใช่เรื่องใหม่เป็นเรื่องเก่าครับ รัฐบาลปัจจุบัน รัฐบาลรักษาการ ก็ยังทำงานอยู่นะครับ แต่ว่าเราเจียดงบประมาณไปเป็นส่วนน้อยในการดูแลเรื่องมนุษยธรรม ตอนนี้เราใช้โอกาส ตรงนี้ให้เป็นจังหวะในการที่จะให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเราเชิญทาง องค์การระหว่างประเทศ เชิญทางสถานทูตต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เชิญภาคประชาสังคมทั้งภายใน และภายนอกประเทศนี้เข้ามาปรึกษาหารือว่าทรัพยากรท่านมีอย่างไร ศักยภาพท่านมี อย่างไร ท่านมีแผนอย่างไร และเราเป็นผู้นำในการเตรียมความพร้อมในการจัดการเรื่อง เกี่ยวกับ Humanitarian Corridor ขอบคุณท่านประธานครับ