สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๙ สิงหาคม ๒๕๖๖

ฐิติมา ฉายแสง หารือเรื่องรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินของสำนักงาน กกต. และขอให้ผู้ชี้แจงเรื่องการใช้งบประมาณในการเลือกตั้ง โดยมีปัญหาการตรวจสอบป้ายหาเสียงที่ผู้สมัครติด และบางแห่งไม่ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่ กกต. กำหนด

นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันขออภิปรายในเรื่องเกี่ยวกับรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงาน การเงินของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๔ ซึ่งรายงานนี้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินก็จะเสนอต่อเลขาธิการ กกต. แล้วก็จะเสนอมา ในลักษณะของเป็นความเห็น เป็นเกณฑ์ในการแสดงความเห็น เป็นข้อมูลเหตุการณ์ที่จะเน้น เป็นข้อมูลอื่นอะไรก็แล้วแต่เขาก็จะมีมา ดิฉันสนใจอย่างนี้ค่ะ ในเรื่องรายงานของผู้สอบบัญชี ตรงข้อมูลและเหตุการณ์ที่เน้น ขอใช้คำว่าเหตุการณ์ที่เน้น ขอให้สังเกตในหมายเหตุประกอบ งบการเงินหมายเหตุที่ ๒ เขาบอกว่าเกณฑ์การจัดทำรายงานการเงิน ซึ่งระบุว่ารายงานการเงิน ของสำนักงาน กกต. ไม่ได้รวมรายการบัญชีของกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง ซึ่งเป็น กองทุนที่อยู่ภายใต้การควบคุมของหน่วยงาน ทีนี้การที่งบการเงินนี้ไม่ได้ถูกรวมไปอยู่ใน รายการบัญชีของกองทุนพัฒนาพรรคการเมือง แสดงว่างบการเงินนี้ไม่ได้สะท้อน ผลการดำเนินงานและสถานะทางการเงินที่แท้จริง การไม่นำมารวมจึงทำให้มองไม่เห็น หรือมองไม่รู้ว่าทำอะไรไป หรือมีประสิทธิภาพแค่ไหน อย่างไร เปรียบเทียบ เทียบเคียงกับ ธุรกิจทั่วไปว่าบริษัทจะมีบริษัทย่อย บริษัทลูก ต้องนำผลประกอบการทั้งหมดมารวมกัน หรือเรียกว่า Consolidate แล้ว กกต. ก็มีกองทุนพัฒนาพรรคการเมืองที่มีเงินเป็นพันล้าน ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นบริษัทลูกของ กกต. แล้วทำไมไม่เอาตัวเลขผลการดำเนินงานของ กองทุนมารวมด้วย จึงขอให้ผู้ชี้แจงได้โปรดชี้แจงให้ด้วยว่าเพราะอะไร เพราะดิฉันอยากรู้ว่า ภารกิจก็ดีของกองทุนพัฒนาพรรคการเมืองในปีนี้ทำอะไร อย่างไรบ้าง ท่านประธานคะ ส่วนเรื่องเกี่ยวกับหมายเหตุซึ่งเป็นเรื่องที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้นำเสนอมา ดิฉันก็สนใจในหมายเหตุที่ ๒๗ เป็นเรื่องเกี่ยวกับคดีฟ้องร้อง ซึ่งเขาก็จะทำเป็น ๒ อย่าง เป็นคดีฟ้องร้อง เรียกว่าถูกร้องเรียกค่าเสียหายกับไปฟ้องเขา คดีที่ กกต. และสำนักงาน กกต. เป็นโจทก์ไปฟ้องเรียกค่าเสียหายรวมทั้งสิ้น ๒๐ คดี อันนี้ดิฉันสนใจ ในวงเงินที่ฟ้อง คือ ๓,๑๕๗ ล้านบาท ไปฟ้องเขาแสดงว่า กกต. เสียหาย ดิฉันเลยอยากจะทราบว่า ไปทะเลาะอะไรกับใครเขา และมีโอกาสจะชนะไหมคะ โปรดชี้แจงด้วยค่ะ

เรื่องต่อไป ท่านจำได้ไหมว่าตอนที่พวกเราสมัคร สส. ตอนนั้นมันจะมี ข้อกำหนด ๑๘๐ วันก่อนที่จะออกประกาศกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้ง เราก็ถกเถียงกัน เยอะแยะมากเลยว่าก่อนประกาศกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งใน ๑๘๐ วัน เราจะทำอะไรได้ ทำอะไรไม่ได้ มันจะนับเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งหรือเปล่า เราพบว่า กกต. มีงบประมาณ ในการที่จะเป็นด้านบุคลากรเยอะมากเลย ๑,๖๐๐ กว่าล้านบาท ปีที่แล้วก็ ๑,๖๙๕ ล้านบาท ปี ๒๕๖๔ ๑,๖๗๕ ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นเงินที่สูงเพื่อให้ บุคลากรไปทำหน้าที่ต่าง ๆ นานาเต็มไปหมด แต่ปรากฏว่าเรื่องแบบนี้บุคลากรของท่าน ก็อธิบายไม่ได้ หรือ กกต. เองก็อธิบายได้ว่าอะไรควรทำหรืออะไรไม่ควรทำ ซึ่งพวกเรา เป็นผู้สมัครเราจะไปพบเจอในรายละเอียดเยอะมาก เช่นส่งพวงหรีดได้ไหม ก็มีการพูดกัน บอกว่าส่งพัดลมไม่ได้ ส่งดอกไม้สดได้แล้วกันเพราะมันสดเดี๋ยวก็เหี่ยวแห้งไป นี่คือคำตอบ จาก กกต. ถามว่าเรื่องแบบนี้มันอยู่ในงานของ กกต. เขา ซึ่งน่าจะต้องให้คำชี้แจงกับผู้สมัคร มากกว่านี้ ในขณะเดียวกันงบประมาณกำลังพลทาง กกต. ก็ตอบมา อย่างที่ฉะเชิงเทราเอง เราก็อยากที่จะได้มีเจ้าหน้าที่ไปตรวจดูโน่นตรวจดูนี่ เขาก็บอกว่าเขาไม่มีกำลังพลเพียงพอ ไม่มีกำลังเจ้าหน้าที่เพียงพอที่จะไปดูหรอกว่าผู้สมัครติดป้ายไปกี่ป้าย อย่างไร ก็ขอให้ผู้ที่ แข่งขันกันเองมาฟ้องแล้วกัน ปรากฏว่าในพื้นที่ติดป้ายเกิน กกต. กำหนดกฎเกณฑ์เยอะมาก ละเอียดเยอะมาก แม้กระทั่งว่าป้ายต้องขนาดเท่าไร กี่มิลลิเมตร กี่เซนติเมตรอะไรกัน แต่ปรากฏว่าเราทำตาม แต่มันก็จะมีคนที่ไม่ทำตามด้วย เช่นไม่ให้ติดป้ายเกิน ๒ เท่า ของจำนวนหน่วยเลือกตั้ง สมมุติว่ามีหน่วยเลือกตั้ง ๒๐๐ ก็ห้ามเกิน ๔๐๐ ปรากฏว่าบางที่ ติดไป ๕๐๐-๖๐๐ เราก็ไปแจ้ง กกต. กกต. ก็อาจจะบอกว่าเขาไม่มีเจ้าหน้าที่ในการที่จะไป ทำหน้าที่อย่างนี้ค่ะ งบประมาณตั้ง ๑,๖๐๐ กว่าล้านบาทแล้วไปทำอะไรคะ อยากจะฝากให้ ท่านประธานบอก ทาง กกต. เขาอาจจะได้ยินอยู่ตอนนี้ก็ได้ เพื่อที่จะได้มีข้อมูลช่วยกันว่า การทำงานในครั้งต่อไปก็ขอให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพนะคะ ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ