พรชัย จำรูญพานิชย์กุล ชี้แจงการจัดสรรงบประมาณของคณะกรรมการการเลือกตั้งในปี 2564 ที่ลดลงจากปีก่อน พร้อมอธิบายการใช้เงินเหลือจ่ายจากปีก่อนเพื่อชดเชยงบประมาณที่ไม่เพียงพอภายใต้กรอบระเบียบ โดยครอบคลุมประเด็นการบริหารทรัพย์สิน การก่อสร้างสำนักงานในต่างจังหวัด ปัญหาเงินคงคลังติดลบจากการใช้จ่ายเกินงบ และการดำเนินคดีที่ยังค้างอยู่ รวมถึงการใช้งบประมาณในด้านต่าง ๆ เช่น การจัดซื้อเครื่อง EVM การเดินทางต่างประเทศ การตั้งงบบำเหน็จ และการตรวจสอบเงินกองทุนของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินที่ยังไม่รวมในรายงานการเงินเนื่องจากขาดมาตรฐานบัญชีฉบับที่ 35 พร้อมย้ำการเพิ่มงบสนับสนุนพรรคการเมืองผ่านกองทุนผู้เสียภาษี และยืนยันบทบาทของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินที่ดูแลเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องเท่านั้น
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพอย่างสูง ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ทุก ๆ ท่านครับ ผม นายพรชัย จำรูญพานิชย์กุล รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ขอกราบ ขอบคุณท่านสมาชิกที่ได้ให้ข้อเสนอแนะ ให้คำแนะนำ แล้วก็มีข้อสอบถาม ผมขออนุญาต ชี้แจงในส่วนการตรวจสอบของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ในรายงานการเงิน และการประเมินการใช้จ่ายเงินสำหรับสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๔ ในส่วนของ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินดังนี้
ในเรื่องของงบประมาณที่คณะกรรมการการเลือกตั้งได้รับ จะเป็นเงินอุดหนุน จากรัฐบาลในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีแต่ละปี โดยก็จะขอผ่านทาง สำนักงบประมาณไป แล้วก็จะไปมีการพิจารณาโดยกรรมาธิการงบประมาณในแต่ละปี ซึ่งงบประมาณที่ขอรับการสนับสนุนในแต่ละปีอาจจะได้รับไม่เท่ากันนะครับ อันนี้อยู่ที่ว่าในเรื่องของงบประมาณที่ได้รับจัดสรรสามารถอุดหนุนได้เท่าไร แต่งบประมาณ ด้านบุคลากรจะเป็นงบประมาณซึ่งอาจจะต้องรับจัดสรรให้เพียงพอกับบุคลากรที่มีอยู่ อัตรากำลังที่มีอยู่ ส่วนอย่างอื่นเช่นงบก่อสร้างจะเป็นตัวแปรตัวหนึ่งที่ทำให้งบประมาณ อุดหนุนที่ได้รับของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งในแต่ละปีอาจจะสูงต่ำไม่เท่ากัน รวมถึงงบดำเนินงานหรืองบเรื่องการสนับสนุนอื่น ๆ ที่ได้รับ
ในส่วนของงบประมาณที่ได้รับในปี ๒๕๖๔ ทั้งหมด ๑,๗๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งน้อยกว่าปี ๒๕๖๓ ซึ่งอันนี้ก็จะเป็นงบที่ได้รับการสนับสนุน เป็นเงินอุดหนุนในงบประมาณ รายจ่ายประจำปี ๒๕๖๔ มีบางรายการซึ่งอาจจะได้รับอุดหนุนมาก ก็ทำให้งบประมาณ ของปี ๒๕๖๓ มากกว่าปี ๒๕๖๔ ในส่วนของที่ได้นำเรียน เงินเหลือจ่ายจะเป็นตามกฎหมาย ก็คืองบเงินอุดหนุนที่รับไปแล้วแต่ละปีถ้าทางสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งใช้ไม่หมด ก็ไม่ต้องนำส่งคืนกระทรวงคลัง ก็ให้เป็นเงินที่เก็บไว้ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง ก็สามารถนำมาใช้จ่ายในกรณีที่เงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรรไม่เพียงพอนะครับ อันนี้ นำเรียน แต่จะใช้เท่าไรเขาจะมีแผนการใช้จ่าย ซึ่งอาจจะต้องขอไปที่คณะกรรมการ การเลือกตั้งตามระเบียบที่กำหนดไว้
ในส่วนส่วนของทรัพย์สิน ในเรื่องของที่ดิน ครุภัณฑ์และสิ่งก่อสร้าง จะเป็น เรื่องของคณะกรรมการการเลือกตั้งมีการก่อสร้างสำนักงานในต่างจังหวัด อันนี้ก็จะมี การประเมินราคาค่าทรัพย์สินไว้ ซึ่งในแต่ละปีก็อาจจะมีการก่อสร้างมากขึ้น ก็ประเมิน ราคาไว้ พอปีถัดไปก็จะมีการลดมูลค่าทรัพย์สินลงไปตามสัดส่วน ตามระเบียบที่กำหนดไว้
ในส่วนของคอมพิวเตอร์ เป็นงบประมาณซึ่งตั้งไว้โดยยังไม่มีการเบิกจ่าย ในปีนั้นในการที่ตรวจสอบยังไม่ได้เบิกจ่าย ก็เลยทำให้มีเงินงบประมาณที่ยังค้างจ่าย เป็นลูกหนี้อยู่ ๒๐๐ กว่าล้านบาท
ในส่วนอื่น ผมกราบเรียนว่าอันนี้เป็นเรื่องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งอันนี้อาจจะไม่สามารถไปก้าวล่วงในส่วนที่คณะกรรมการการเลือกตั้งได้ทำไว้ อย่างเช่น เรื่องของพนักงานหรือเรื่องของคู่มือ
ต่อมาเรื่องของการฟ้องคดี สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบที่ลง ในรายการไว้ก็คือเป็นเรื่องที่ศาลได้มีการประทับรับฟ้องแล้ว แล้วก็ดูจากยอดของจำนวน ทุนทรัพย์ที่มีการฟ้อง รวมถึงที่คณะกรรมการการเลือกตั้งได้ไปฟ้อง อันนี้ก็จะเป็นสิ่งที่ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้บันทึกไว้ในการตรวจสอบ แต่สำหรับเรื่องว่าคดีแพ้ชนะ อะไร อันนี้ต้องสอบถามกับทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง
ในส่วนของรายได้ปี ๒๕๖๓ มากกว่าปี ๒๕๖๔ อันนี้ก็ได้นำกราบเรียน ว่าเป็นการรับเงินอุดหนุนมา เงินอุดหนุนที่ได้รับมาไม่เพียงพอ ทางคณะกรรมการ การเลือกตั้งก็เอาเงินคงเหลือจากที่สะสมตั้งแต่เป็นหน่วยงานอิสระที่เหลือจ่ายจากเงิน อุดหนุนทุกปี ก็สะสมไม่ต้องส่งคืนการคลัง ก็สามารถที่เอามาใช้จ่ายในปีงบประมาณนั้นได้ โดยในปีงบประมาณที่ตั้งไว้ ถ้าท่านสังเกตว่าทำไมมีการใช้จ่ายเงินจำนวนมาก แล้วเหตุใด ถึงใช้จ่ายมากถึง ๖๐๐ กว่าล้านบาท อันนี้นำเรียนว่าเป็นการนำเงินเหลือจ่ายมาตั้งทั้งหมด ๒,๐๐๐ ล้านบาท ที่มีเงินเหลือจ่ายอยู่ประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านบาท ณ ขณะนั้น แต่เบิกจ่าย ใช้ได้ไม่หมด ทำให้มีเงินใช้จ่ายเกินกว่าเงินที่ตั้งไว้ ใช้จ่ายไป ๒,๔๕๐ กว่าล้านบาท ในปี ๒๕๖๔ ทำให้ติดลบอยู่ ๖๐๐ กว่าล้านบาท เป็นเงินที่เกินกว่าเงินงบประมาณที่ได้รับ อุดหนุนในปี ๒๕๖๔
ในส่วนของงบประมาณการเลือกตั้งหรือเรื่องการซื้อเครื่อง EVM อันนี้ก็ต้อง กราบเรียนว่าเป็นเรื่องที่ทางสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งต้องมานำเรียนเสนอ ท่านสมาชิกในส่วนเรื่องของการจัดเลือกตั้งนะครับ
ส่วนงบที่ไปต่างประเทศเป็นงบของที่ผ่านมา อันนี้ยังไม่ได้ตรวจ อันนี้ก็อาจจะ ใช้เงิน อันนี้ผมก็ไม่ทราบว่าทางคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ใช้เงินโดยของบประมาณ อุดหนุนหรือใช้เงินที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งได้มีอยู่เป็นเงินเหลือจ่าย
ส่วนในงบประมาณเรื่องของการกำหนดแนวทางบุคลากร อันนี้ผมกราบเรียน เบื้องต้นแล้วเวลาในการของบประมาณรายจ่ายประจำปี ทางสำนักงานคณะกรรมการ การเลือกตั้งก็จะต้องมีกรอบอัตรากำลังเพื่อขอสำนักงบประมาณในการจ่ายค่าตอบแทน เงินเดือนให้แก่บุคลากรตามอัตรากำลังที่มีอยู่นะครับ
ส่วนเรื่องของบำเหน็จ ซึ่งดูแล้วมี ๘๐๐ กว่าล้านบาท เป็นบำเหน็จซึ่งตั้ง สำหรับจ่ายให้กับพนักงานตามระเบียบ ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งตัวบุคลากรไม่ได้เป็น ข้าราชการ จะไม่ได้มีบำเหน็จบำนาญที่เข้าเหมือนอย่างสมาชิก กบข. ข้าราชการในปัจจุบัน ก็เลยมีการจ่ายเป็นเงินบำเหน็จให้ ก็ตั้งไว้สำหรับอัตรากำลังที่มีอยู่ แล้วก็รวมถึงที่จะต้องจ่าย หากมีการลาออก โดยในปี ๒๕๖๔ ก็ตั้งไว้เป็นเงินอยู่ไม่ได้สูง ประมาณ ๘๐ กว่าล้านบาท ซึ่งทำให้ตั้งแต่ตั้งมาทั้งหมดบุคลากรมีเป็นพัน ตั้งมาแล้วก็คือตั้งสำรองไว้ เผื่อหากมี การลาออกก็ตั้งสำรองไว้ ๘๐๐ กว่าล้านบาท ในปี ๒๕๖๔ ตั้งไว้เพิ่มอีก ๘๕ ล้านบาท
ในส่วนของเงินกองทุน กราบเรียนอย่างนี้ว่าสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ตามกฎหมายให้ตรวจรายงานการเงินประจำปี เงินกองทุนสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ก็มีการตรวจสอบ แต่ไม่ได้มีการนำมารวมไว้ในรายงานการเงิน เนื่องจากว่าในการตรวจสอบ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินก็จะตรวจตามที่มาตรฐานการบัญชีภาครัฐซึ่งกระทรวงการคลัง กำหนด ทีนี้ในส่วนของกองทุนมีการจัดทำรายงานแยกจากกัน กรมบัญชีกลางซึ่งเป็น ผู้ดำเนินการในเรื่องของการจัดทำรายงานมาตรฐานบัญชีภาครัฐก็ยังไม่ได้ประกาศให้ใช้ มาตรฐานบัญชีภาครัฐ ฉบับที่ ๓๕ เรื่องการรวมงบการเงิน แต่ สตง. ก็ตรวจนะครับ สตง. ตรวจแล้วก็ส่งไปให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง อันนี้คณะกรรมการการเลือกตั้งน่าจะมี การไปเปิดเผยที่ Website ผมกราบเรียน อันนี้นำเรียนเรื่องของกองทุนที่ไม่รวมกองทุนแล้ว
เรื่องของการฟ้องคดี ก็เป็นเฉพาะเรื่องที่มีการประทับฟ้องนะครับ ที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้นำลงไว้ในรายงาน
ส่วนเรื่องของการเลือกตั้ง อันนี้ก็ต้องขออนุญาต ทางสำนักงานการตรวจเงิน แผ่นดินคงจะไม่สามารถตอบได้ คงต้องไปสอบถามทางสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
ส่วนในเรื่องของงบประมาณ ที่สอบถามว่างบประมาณเงินครุภัณฑ์ สิ่งก่อสร้าง ๒๐๐ กว่าล้านบาท เบิกจ่ายได้เพียง ๒๗ ล้านบาท อันนี้ขอกราบเรียนอย่างนี้ว่า จากการตรวจสอบในขณะนั้นมีรายการที่ให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบ เฉพาะของการจัดซื้อจัดจ้างส่วนกลาง ก็คือสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ในกรุงเทพฯ มีการจัดซื้อจัดจ้าง ๒๗ ล้านบาท แล้วก็ไปอยู่ที่ภาคจำนวน ๒๓๘ ล้านบาทเศษ อันนี้ไม่มีเอกสารให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้ตรวจสอบว่ามีการเบิกจ่ายหรือยัง อันนี้เราก็เลยทำเหตุผลไว้ว่าเราไม่สามารถที่จะตรวจสอบได้นะครับ ก็เลยทำให้มีเงินที่ยัง ไม่ได้ดำเนินการตรวจสอบว่าจ่ายไปหรือยัง ๒๓๘ ล้านบาทเศษ เราก็มีการติดตาม ให้ดำเนินการจัดส่งเอกสารให้เรา แต่ ณ บัดนั้นที่ตรวจของปี ๒๕๖๔ ไม่มี ก็เลยต้องลงใน รายงานว่าไม่สามารถตรวจสอบได้นะครับ
ส่วนของการเพิ่มงบกองทุน อันนี้เป็นเรื่องที่จะต้องให้ผู้เสียภาษีลงในช่อง ที่ประสงค์จะสนับสนุนให้พรรคการเมือง กรมสรรพากรก็จะดำเนินการโอนไปให้กองทุน เพื่อการพัฒนาการเมือง อันนี้เป็นส่วนที่ทางสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินจะดำเนินการ ในเรื่องของการสนับสนุนพรรคการเมืองนะครับ ในส่วนอื่นถ้าเป็นเรื่องของสำนักงาน คณะกรรมการการเลือกตั้งต้องกราบขออภัยที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน คงไม่สามารถให้ความเห็นได้นะครับ ขอบคุณครับ