พริษฐ์ ตั้งข้อสังเกต กกต. ห่างประชาชน หวังเปิดเผย-รับผิดชอบมากขึ้น

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๙ สิงหาคม ๒๕๖๖

พริษฐ์ วัชรสินธุ ตั้งข้อสังเกตถึงความห่างเหินของ กกต. จากประชาชนและเรียกร้องให้มีความโปร่งใสมากขึ้นในการเปิดเผยข้อมูลและรายงานการเงิน พร้อมเน้นย้ำความจำเป็นในการตรวจสอบจากราษฎร แม้ กกต. จะเป็นองค์กรอิสระ รวมถึงเรียกร้องให้ สตง. ชี้แจงและตรวจสอบความโปร่งใสของการดำเนินงานอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะประเด็นการใช้อำนาจแจกใบส้มโดยไม่ต้องรอคำพิพากษาศาล ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงทางการเงินและต้องมีการประเมินความรับผิดชอบอย่างชัดเจนในอนาคต

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนประธานสภาที่เคารพ กระผม พริษฐ์ วัชรสินธุ สมาชิกผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคก้าวไกล ผมขออนุญาต มีส่วนร่วมในการอภิปรายรับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินของสำนักงาน คณะกรรมการการเลือกตั้งหรือว่า กกต. ท่านประธานครับ แต่ก่อนที่ผมจะลงรายละเอียด อภิปรายเนื้อหาสาระของรายงานนั้น ผมจะขออนุญาตตั้งข้อสังเกตว่าถึงแม้พระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญนั้นไม่ได้กำหนดให้ กกต. ต้องมาชี้แจงรายงานการเงินด้วยตัวเอง แต่ผมก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าหากในอนาคต กกต. จะมาชี้แจงด้วยตัวเองนั้น การตัดสินใจ ในลักษณะนั้นจะเป็นการแสดงให้เห็นชัดว่า กกต. นั้นพร้อมจะให้เกียรติกับพี่น้องประชาชน ที่ผมจำเป็นต้องพูดแบบนี้เป็นพิเศษกับ กกต. เพราะว่า กกต. นั้นมีสถานะเป็นองค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๖๐ ซึ่งนับวันนั้นก็จะมีความห่างเหินจากประชาชนมากขึ้นเรื่อย ๆ กระบวนการสรรหาและรับรองคนที่จะมาเป็นกรรมการ กกต. ก็ไม่ได้มีประชาชนหรือว่าผู้แทน ของประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วม กระบวนการถอดถอนที่เคยเปิดให้ประชาชนนั้นสามารถ เข้าชื่อได้ ณ ปัจจุบันก็หายไปในรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๖๐ ดังนั้นทเวทีชี้แจงและซักถาม ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้จึงเป็นกลไกที่เหลืออยู่เพียงไม่กี่กลไกเท่านั้น ที่จะเปิดให้ประชาชนนั้น สามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการประเมิน ทักท้วง และเสนอแนะต่อการทำงานของ กกต. ผมเข้าใจดีว่าท่านถูกออกแบบมาให้มีความเป็นอิสระในการตรวจสอบฝ่ายการเมือง แต่ผม ก็อยากจะย้ำว่านั่นไม่ได้หมายความว่าท่านควรจะมีความเป็นอิสระจากการถูกตรวจสอบ โดยประชาชน ดังนั้นในเมื่อวันนี้ทาง กกต. ไม่ได้มาชี้แจงด้วยตนเอง ผมจะขออนุญาตมุ่งเป้า ไปที่ ๒ ประเด็นที่อยู่ในรายงานการเงินฉบับนี้ และที่ผมหวังว่า สตง. ในฐานะผู้ชี้แจงนั้น จะสามารถกรุณาให้ความเห็นได้

ประเด็นที่ ๑ การไม่ปรากฏอยู่ของงบการเงินของกองทุนเพื่อการพัฒนา พรรคการเมือง ซึ่งผู้สอบบัญชีก็ได้ชี้แจงไว้ในหมายเหตุในหน้าที่ ๑ ถึงหน้าที่ ๒ ผมเข้าใจดีว่า มาตรฐานการบัญชีของภาครัฐฉบับที่ ๓๕ นั้นก็เพิ่งจะบังคับใช้ ก็เลยอาจจะทำให้ไม่สามารถ รวมงบการเงินกองทุนนั้นเข้ามาอยู่ในรายงานการเงินฉบับนี้ได้ แต่ผมอยากจะใช้เวทีนี้ ในการย้ำกับพี่น้องประชาชนถึงความสำคัญของการที่ประชาชนนั้นจะสามารถเข้าถึง งบการเงินของกองทุนพรรคการเมืองได้ ที่มันมีความสำคัญครับท่านประธาน เพราะว่า ในขั้นพื้นฐานสภาวะทางการเงินของกองทุนพรรคการเมืองนั้นเป็นสิ่งที่สามารถบ่งบอกได้ ถึงสุขภาพของประชาธิปไตยในประเทศไทย เพราะยิ่งกองทุนมีรายได้เยอะเท่าไร จากการที่ ประชาชนนั้นสนับสนุนพรรคการเมืองและสมทบผ่านแบบ Form ภาษีประจำปีก็ยิ่งสะท้อน ให้เห็นว่าประชาชนนั้นมีความศรัทธา และพร้อมจะสนับสนุนพรรคการเมืองที่มีอยู่ แล้วเช่นเดียวกันยิ่งกองทุนนี้สามารถจัดสรรงบประมาณให้กับพรรคการเมืองได้เยอะเท่าไร ก็ยิ่งจะทำให้พรรคการเมืองนั้นสามารถดำเนินการต่อไปได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องหวังพึ่ง แหล่งทุนที่อาจจะมีผลประโยชน์แอบแฝง แต่ยิ่งไปกว่านั้นความสำคัญของการที่ประชาชน จะเข้าถึงงบประมาณกองทุนนี้ มันมีอยู่ว่า หาก กกต. ไม่เปิดเผยให้ประชาชนเข้าถึงงบ กองทุนนี้ได้ ผมก็มีความกังวลว่าประชาชนจะตั้งคำถามว่า กกต. นั้นกำลังปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความย้อนแย้งหรือไม่ ที่ผมใช้คำว่าปฏิบัติหน้าที่ด้วยความย้อนแย้ง มันมีความหมายว่า ถ้าหาก กกต. นั้นไม่เปิดเผยให้ประชาชนเข้าถึงงบกองทุนนี้ได้ มันหมายความว่าอะไร หมายความว่าในขณะที่ กกต. นั้นไม่พร้อมจะเปิดเผยให้ประชาชนเข้าไปตรวจสอบ การบริหารกองทุนนี้ แต่ กกต. กลับไปออกระเบียบที่ไปเพิ่มเงื่อนไขอย่างมหาศาล กับพรรคการเมืองว่าสามารถนำเงินจากกองทุนนี้ไปใช้ทำอะไรได้บ้าง ถ้าผมจะขออนุญาต ขยายภาพให้เห็นเพิ่มเติม สิ่งที่ผมกำลังพูดถึงนั้นหมายความว่าในขณะที่ กกต. นั้นไม่พร้อม จะเปิดเผยให้ประชาชนเข้าไปตรวจสอบอย่างเข้มข้นว่า เขากำลังบริหารกองทุนที่มีสินทรัพย์ หมุนเวียนอยู่เป็นหลายร้อยล้านบาทอย่างไร แต่หากประชาชนคนหนึ่งตัดสินใจจะสนับสนุน พรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งด้วยเงินเพียง ๕๐๐ บาท ผ่านการกรอกแบบ Form ภาษี ประจำปี เงิน ๕๐๐ บาทนั้นกลับถูกตรวจสอบอย่างเข้มข้นมากว่าสามารถนำไปใช้อะไรได้ ถ้าหากพรรคการเมืองต้องการจะนำไปใช้ทำอะไรก็ต้องกรอกหรือว่าชี้แจงเขียนโครงการ เข้าไป กกต. อย่างน้อย ๑๕ วันก่อน หรือหากพรรคการเมืองต้องการจะนำเงินก้อนนั้น ไปสำรวจความคิดเห็นของประชาชนก็ปรากฏว่าทำไม่ได้ เพราะว่าไม่ได้อยู่ใน List ของกิจกรรมที่ กกต. อนุญาต ดังนั้นเพื่อให้ผมและประชาชนมีความมั่นใจว่า กกต. นั้นไม่ได้ ดำเนินการด้วยความย้อนแย้งในลักษณะนี้ ผมเลยอยากจะฝากท่านประธานครับ ถามท่านประธานผ่านไปยัง สตง. ว่าในปีล่าสุดนี้ กกต. ได้ให้ความร่วมมือกับ สตง. ในการตรวจสอบงบการเงินของกองทุนอย่างเต็มที่และตรงต่อเวลาหรือไม่ และหากใช่ สตง. นั้นพึงพอใจหรือยังกับมาตรฐานความโปร่งใสและมาตรฐานทางบัญชีของกองทุน พรรคการเมือง

ประเด็นที่ ๒ ที่ผมอยากจะอภิปรายเกี่ยวกับงบการเงินในวันนี้ คือความเสี่ยง ต่อสภาวะทางการเงินของ กกต. จากการมีอยู่ของสิ่งที่เรียกว่าใบส้ม อย่างที่เราทราบดีครับ ๑. ผลงานของรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๖๐ นั้นคือนวัตกรรมทางการเมืองที่เรียกว่าใบส้ม ซึ่งเป็นการเพิ่มอำนาจใหม่ให้กับ กกต. อำนาจนี้ได้กำหนดไว้ว่าหาก กกต. มีความเชื่อว่า ผู้สมัครที่ชนะการเลือกตั้งนั้นได้กระทำการทุจริต ถึงแม้จะยังไม่ได้พิสูจน์ในชั้นศาล กกต. นั้นก็มีอำนาจในการขับคน ๆ นั้นออกจากตำแหน่ง สส. ได้ และให้มีการจัด การเลือกตั้งใหม่โดยไม่เปิดสิทธิให้ผู้สมัครคนนั้นสามารถกลับมาแข่งขันได้ นวัตกรรมนี้ มีความอันตรายอย่างมากครับ เพราะหากในที่สุดแล้วศาลพิพากษาว่าผู้สมัครดังกล่าว ไม่ได้กระทำผิดตามที่ กกต. สันนิษฐาน การแจกใบส้มของ กกต. นั้นไม่เพียงแต่จะเป็น ความอยุติธรรมที่ทำให้ผู้แทนคนนั้นต้องเสียโอกาสในการเข้ามาทำงานตามเจตจำนง ของประชาชน แต่การแจกใบส้มของ กกต. ยังทำให้ กกต. มีความเสี่ยงที่จะถูกฟ้องให้ชดเชยค่าเสียหาย ที่เกิดขึ้น อย่างเช่นที่ปรากฏแล้วในกรณีของคุณสุรพล เกียรติไชยากร พรรคเพื่อไทย ที่ถูกแจกใบส้มหลังชนะการเลือกตั้งในเชียงใหม่ เขต ๘ เมื่อปี ๒๕๖๒ ก่อนที่ในที่สุดนั้น ศาลจะตัดสินว่าคุณสุรพลไม่ผิด แล้วทำให้ กกต. นั้นต้องจ่ายเงินเยียวยาถึง ๖๒ ล้านบาท ดังนั้นผมเลยอยากจะถามท่านประธานผ่านไปยัง สตง. ว่าในบรรดาคดีที่ กกต. กำลัง ถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายอยู่นั้นมีคดีไหนไหมที่เกี่ยวข้องกับการแจกใบส้ม ทั้งในการเมือง ระดับชาติ การเลือกตั้งระดับชาติ และการเลือกตั้งระดับท้องถิ่น และแม้จะไม่มี ผมอยากจะ ถามว่า สตง. มีความกังวลหรือไม่ว่าการเปิดช่องให้มีการแจกใบส้มในลักษณะนี้จะเป็น การเพิ่มความเสี่ยงโดยไม่จำเป็นต่อสภาวะทางการเงินของ กกต. ในเมื่อ กกต. ไม่มา ชี้แจงด้วยตัวเองในวันนี้ครับ ผมก็หวังว่า สตง. จะช่วยให้ความชัดเจนใน ๒ ประเด็นนี้ กับพี่น้องประชาชนได้ ขอบคุณมากท่านประธาน