ธีระชัย ตั้งข้อสังเกตใช้งบ กกต. ขอชี้แจงความคุ้มค่า

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๙ สิงหาคม ๒๕๖๖

ธีระชัย แสนแก้ว ตั้งข้อสังเกตการใช้งบประมาณของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยเฉพาะการเดินทางไปต่างประเทศก่อนการเลือกตั้ง ซึ่งมีข้อกังวลเรื่องความคุ้มค่าและประสิทธิภาพ พร้อมทั้งตั้งคำถามต่อโครงสร้างการใช้จ่ายที่เกินรายได้และสัดส่วนงบบุคลากรที่สูงถึงร้อยละ 93 รวมถึงการตั้งเงินสำรองบำเหน็จที่เพิ่มขึ้นทุกปี เสนอให้ สตง. ทบทวนระเบียบเพื่อใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่าและเรียกร้องให้องค์กรดำเนินงานด้วยความสุจริตและเที่ยงธรรมเพื่อคุ้มค่ากับภาษีของประชาชน

นายธีระชัย แสนแก้ว อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย เขต ๗ ประกอบไปด้วยอำเภอกุมภวาปี อำเภอประจักษ์ศิลปาคม และอำเภอเมือง ๑ ตำบล คือตำบลหนองไผ่ ท่านประธานครับ ก่อนที่ผมจะมีข้อสอบถามหรือตั้งข้อสังเกต ท่านประธาน จำได้ไหมก่อนที่จะการเลือกตั้งในช่วงเดือนเมษายน คณะกรรมการการเลือกตั้งได้เดินทางไป ต่างประเทศ ไปดูงานหลายประเทศ ฮังการี สโลวาเกีย แอฟริกาใต้ เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ สหรัฐอเมริกา นิวซีแลนด์ และออสเตรเลีย ท่านใช้งบประมาณใช้จ่ายไปเท่าไร ผมเป็นห่วง งบประมาณท่านวางไว้เพียงพอหรือไม่ครับ ขณะที่พวกเรา ท่านประธาน รวมทั้ง ท่านประธานด้วย เดินหาเสียงกับพี่น้องประชาชน ตากแดด ตากลม ตากฝน นำเสนอ นโยบายเพื่อที่จะให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจ เพื่อที่จะเข้ามาเป็นปากเป็นเสียงแทนพี่น้อง ประชาชนในสภาแห่งนี้ กว่าจะได้มาพูดในวันนี้เลือดตาแทบกระเด็นนะครับ ในช่วงเวลานั้น เกิดปัญหาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องการเลือกตั้งมากมายในช่วงที่ท่านไปดูงาน ไม่ว่าจะเป็น Website ล่ม Website ของ กกต. การลงทะเบียนล่วงหน้าก็ไม่สามารถที่จะลงได้ทัน เหตุการณ์ ปัญหาการลงทะเบียน ปัญหาเกี่ยวกับการสอบนโยบายต่าง ๆ ของพรรคการเมือง เยอะแยะไปหมด พี่น้องประชาชนเป็นไปด้วยความล่าช้า เนื่องจากว่าในช่วงขณะนั้น แม้กระทั่งสมัครผู้แทนราษฎรแล้วการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้ง ยังตรวจสอบไม่ทันเลย ตรวจสอบไม่เป็นเลย ก็ไม่รู้ตรวจสอบอย่างไรครับ ใช้งบประมาณ ไปเยอะแยะไม่สามารถตรวจสอบผู้สมัครรับเลือกตั้งหรือผู้มีสิทธิในการสมัครรับเลือกตั้งได้ อย่างนี้เป็นปัญหา ด้วยเหตุประการนี้ผมอยากจะขออนุญาตท่านประธานผ่านไปยังผู้ชี้แจง และสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งซึ่งเป็นหน่วยงานหลัก โดยมีข้อสังเกตที่เกี่ยวข้อง ๓ ประเด็นด้วยกัน

ประเด็นแรก จากรายงานฉบับนี้แจ้งว่าสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เป็นหน่วยงานที่รับงบประมาณในปี ๒๕๖๔ และรายได้อื่นรวมกันแล้ว ๑,๗๙๓ ล้านบาท แต่มีค่าใช้จ่ายในปี ๒๕๖๔ ประมาณ ๒,๔๕๖ ล้านบาท แสดงให้เห็นว่าในปีงบประมาณ ๒๕๖๔ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งมีการใช้งบประมาณมากกว่ารายได้ ๖๖๓ ล้านบาท อย่างไรก็ตามสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งก็นำเงินเหลือสะสมมาจัดทำแผนการใช้จ่าย ในปีงบประมาณ ๒๕๖๔ ในประเด็นนี้ผมขอเรียนถามท่านประธานผ่านไปยังผู้ชี้แจง และสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าท่านมีหลักเกณฑ์ในการใช้งบประมาณจาก เงินใช้จ่ายสะสมแต่ละปีอย่างไร และหากในปีใดที่เงินเหลือจ่ายสะสมมีไม่เพียงพอ ท่านมี การวางแผนแนวการบริหารงบประมาณอย่างไร

ประเด็นที่ ๒ จากรายงานฉบับนี้แสดงให้เห็นว่าถึงงบประมาณด้านบุคลากร พ.ศ. ๒๕๖๔ มีไว้ถึง ๑,๖๗๓ ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นร้อยละ ๙๓ ของงบประมาณที่ได้จาก การจัดสรรทั้งหมด นั่นแสดงว่าสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งเหลืองบประมาณที่จะไป ใช้ในการดำเนินงานตามแผนโครงการเพียงเล็กน้อย หรือไม่ก็ต้องดึงเงินเหลือจ่ายสะสม การใช้งบประมาณซึ่งมันขัดกับหลักการบริหารงานภาครัฐใหม่ คือต้องทำให้หน่วยงาน ขนาดเล็กลดจำนวนคนลง แต่ได้ค่าประสิทธิภาพและงานมากขึ้น และพัฒนาคุณภาพ การบริหารประชาชนดีขึ้น ประเด็นนี้ผมขอเรียนถามท่านประธานผ่านไปยังผู้ชี้แจง และสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งว่า ท่านได้กำหนดแนวทางในการบริหารงบประมาณ ของบุคลากรไว้เหมาะสมกว่านี้หรือไม่ และท่านจะมีวิธีการในการลดปรับสมดุลด้านค่าใช้จ่าย ในด้านบุคลากรอย่างไร

ประเด็นสุดท้าย ในรายงานแสดงถึงเงินสำรองบำเหน็จที่สำนักงาน คณะกรรมการการเลือกตั้งตั้งไว้ทุกปี โดยอิงกับระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วย บำเหน็จพนักงาน ลูกจ้าง พ.ศ. ๒๕๕๑ ตามข้อ ๑๖ ตามระเบียบฉบับนี้ระบุว่าสำนักงาน จัดเป็นเงินสำรองเงินบำเหน็จ โดยคำนวณจากเงินเดือนพนักงานและลูกจ้างที่ได้รับ ปีงบประมาณในปี ๒๕๖๔ มีงบประมาณ ๘๘๖ ล้านบาท และในปี ๒๕๖๓ มีเงินตรงนี้ ๘๕๕ ล้านบาท จะเห็นได้ว่าการตั้งงบสำรองบำเหน็จสูงเกิน สูงขึ้นตามเงินเดือนที่เพิ่มขึ้นถึง ๓๑ ล้านบาท ข้อ ๙ ตามระเบียบฉบับนี้ที่ผมได้ไปอ่านดูได้จ่ายเงินบำเหน็จแก่พนักงาน และลูกจ้างที่ทำงานมาแล้วไม่น้อยกว่า ๓ ปี ด้วยเหตุ ๑. ครบกำหนดออกตามวาระ เกษียณอายุ ตาย ลาออก ถูกสั่งให้ออก ประเด็นนี้ผมเห็นว่าการตั้งเงินสำรองบำเหน็จที่สูง เกินไป จะเป็นไปได้หรือไม่ที่ สตง. จะแนะนำให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งแก้ไข ระเบียบนี้ เพื่อจะได้นำงบประมาณส่วนนี้ไปใช้ดำเนินการตามแผนโครงการ ซึ่งน่าจะเกิด ประโยชน์ในการบริหารราชการมากกว่านี้

สุดท้ายผมขออนุญาตฝากท่านประธานผ่านไปยังสำนักงานคณะกรรมการ การเลือกตั้งว่าท่านเป็นองค์กรหลัก เป็นองค์กรเดียวที่มีหน้าที่ในการจัดให้มีการเลือกตั้ง ทั้งระดับชาติ ระดับท้องถิ่น เป็นผู้จัดให้ออกเสียงประชามติในเรื่องสำคัญต่าง ๆ ของประเทศนี้ และยังมีอำนาจให้คุณให้โทษพรรคการเมือง นักการเมือง และพี่น้องประชาชน ดังนั้น ผมขอให้ท่านดำเนินงานให้เป็นไปด้วยความสุจริตและเที่ยงธรรม ให้คุ้มค่ากับเงินภาษี ของพี่น้องประชาชนด้วยครับ ขอขอบคุณครับ