เทอดชาติ ชัยพงษ์ หารือเรื่องการตรวจเงินแผ่นดิน และเรียกร้องการสนับสนุนจาก กกต. ในการใช้งบประมาณ โดยเน้นย้ำถึงหน้าที่และภารกิจของ กกต. ที่เปลี่ยนแปลงไปจากการเป็นภาครัฐมาเป็นอิสระ และมีการใช้จ่ายงบประมาณที่ไม่สมดุล ทำให้เกิดความสูญเปล่าของงบประมาณ นอกจากนี้ยังเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการดำเนินการทางการเมืองอย่างเต็มที่
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม เทอดชาติ ชัยพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย เขต ๕ พรรคเพื่อไทย วันนี้ทางสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้มาชี้แจงในฐานะผู้สอบบัญชีและรายงานการเงิน ให้กับ กกต. ซึ่งการทำหน้าที่ของ กกต. ในการใช้งบประมาณก็จะเกี่ยวข้องกับภารกิจครับ พี่น้องครับ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ หมวด ๑๒ องค์กรอิสระ ส่วนที่ ๒ มาตรา ๒๒๒ นั้นให้มีคณะกรรมการการเลือกตั้ง
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Clip ภาพ)
โดยให้มี ๗ คนทำหน้าที่ตามมาตรา ๒๒๔ หลัก ๆ ๓ ประการก็คือ การจัดการเลือกตั้ง การสืบสวน ไต่สวนวินิจฉัย และออก กฎระเบียบ นี่เป็นภารกิจหลัก เพราะฉะนั้นภารกิจหลักที่เกิดขึ้นนี้จะสอดคล้องกับการใช้ งบประมาณที่ทางสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้ชี้แจงมา เพราะฉะนั้น กกต. ยุคแรก จึงเป็นองค์กรอิสระที่เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ ประชาชนเองก็ชื่นชม มีความหวังว่า ท่านจะทำหน้าที่ในการเลือกตั้งอย่างสุจริตและเที่ยงธรรม ซึ่งบทบาทนี้ก็เปลี่ยนแปลงมาจาก การที่ให้หน่วยงานภาครัฐนั้นดำเนินการ ก็เป็นองค์กรอิสระที่ทำหน้าที่ในการเลือกตั้งตรงนี้ โดยตรง วันเวลาเปลี่ยนผ่านมา ๒๖ ปี วันนี้ภารกิจสำคัญของการดำเนินการใน ๓ ส่วนหลัก ที่พูดถึง ซึ่งมาตรา ๒๒๔ นั้นกำหนดให้หน้าที่ ๖ ข้อก็ยังคงอยู่ อย่างไรก็ตามพัฒนาการของ กกต. นั้นก็เกิดความเข้มแข็งขึ้นมาก แต่ก็มีจุดอ่อนอยู่หลายประการ เช่น เรื่องความล่าช้า ของการประกาศผลการเลือกตั้ง ความล่าช้าของการรับรองผลสมาชิก ความไม่แน่นอน ของการคำนวณคะแนนของสมาชิกแบบบัญชีรายชื่ออะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ดังที่เป็นข่าว ในสังคม นี่คือภารกิจสำคัญแรกที่ประชาชนอยากเห็นในการทำงานของ กกต. นอกจากนั้น ยังมีภารกิจอื่นที่สำคัญเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นการมีส่วนร่วม หรือการเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจให้พลเมืองการปกครองระบอบประชาธิปไตย ซึ่งเดี๋ยวผมจะได้พูดกันต่อนะครับ อย่างไรก็ตามการใช้จ่ายงบประมาณของสำนักงาน กกต. ปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ ที่ได้รับทราบ ในรายงานนั้น ในงบแสดงผลการดำเนินงานทางการเงิน รายได้ปี ๒๕๖๓ ตัวเลขกลม ๆ ๑,๘๕๗ ล้านบาท แต่ปี ๒๕๖๔ นั้นแสดงให้เห็นว่ามีรายได้ลดลงอยู่ที่ ๑,๗๙๓ ล้านบาทกว่า ๆ อันนี้คืองบประมาณที่ดำเนินงานในปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ ซึ่งแสดงให้เห็นว่างบประมาณ ที่ดำเนินการนั้นลดลง ส่วนรายจ่ายในปี ๒๕๖๓ กลับพบว่ามีรายจ่ายในปี ๒๕๖๓ นั้น ๒,๓๗๙ ล้านบาท ตัวเลขกลม ๆ ปี ๒๕๖๔ ประมาณ ๒,๔๕๖ ล้านบาท รายได้ต่ำกว่า ค่าใช้จ่ายสุทธิในตัวเลขกลม ๆ ปี ๒๕๖๓ ประมาณ ๕๒๒ ล้านบาท ปี ๒๕๖๔ ๖๖๓ ล้านบาท ฉะนั้นสำนักงาน กกต. นั้นแสดงว่ามีการบริหารจัดการรายได้เพื่อให้เกิดความสมดุลของ งบประมาณ ฉะนั้นทางผู้สอบบัญชีพอมีที่ไปที่มาได้หรือไม่ว่ามีการจัดการรายได้ตรงนี้อย่างไร ในการที่จะบริหารจัดการให้เกิดความสมดุลในประมาณปี ๒๕๖๔ ท้ายนี้ก็อยากจะฝาก กกต. ไป ๒ ประเด็นหลักผ่านทางผู้สอบบัญชีครับ เพราะว่าภารกิจนั้นจะสัมพันธ์กับการใช้ งบประมาณ
ประการแรก ก็คือการส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมือง ยังมีการดำเนินงาน ในรอบปีประมาณ ๒๕๖๔ น้อยมาก คงเหลืองบประมาณถึง ๗๒ กว่าล้านบาท อันนี้ก็แสดง ให้เห็นว่า กกต. ยังไม่ได้ดำเนินการในส่วนนี้อย่างเต็มที่ในการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน เกี่ยวกับการดำเนินการทางการเมือง
ประการที่ ๒ งบประมาณของการให้ความรู้ด้านพลเมืองศึกษาและการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ในปี ๒๕๖๔ มีเงินคงเหลือ ๖๓ ล้านบาท ใช้งบไปเพียง ๗,๕๐๐,๐๐๐ กว่าบาท จากงบประมาณ ๗๑ กว่าล้านบาท ซึ่งโครงการเหล่านี้มีความสำคัญอย่างมากที่สร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับประชาชน เยาวชน ในด้านการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นเรื่องสำคัญครับ เป็นเรื่องสำคัญยิ่งกว่าการจัดการเลือกตั้งอีก เพราะฉะนั้นงบประมาณ ก้อนนี้จึงเป็นเรื่องที่ทาง กกต. เองนั้นจะต้องรับไปพิจารณาว่าในช่วงที่ผ่านมาตั้งงบประมาณ ไว้เยอะ แต่ใช้ไปน้อย ซึ่งก็ถือว่าเป็นความสูญเปล่าของงบประมาณ ส่วนการใช้จ่ายด้านอื่น ๆ นั้นก็มีผู้อภิปรายไปแล้ว
อย่างไรก็ตามเรื่องเหล่านี้เป็นภารกิจหน้าที่หลักของพวกเราโดยตรง ที่จำเป็นจะต้องสร้างการรับรู้การมีส่วนร่วมในเรื่องทางการเมืองและการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตย ก็ขอให้ทาง กกต. ได้ดำเนินการในปีงบประมาณต่อไป ฝากทาง ผู้สอบบัญชีครับ และขอให้กำลังใจคนทำงานทุก ๆ ท่านในการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ องค์กรอิสระให้มีความอิสระ ให้สุจริต โปร่งใส ตรวจสอบได้ เป็นที่พึ่ง เป็นความหวัง ของประชาชน ขอบคุณครับ