ภัณฑิล น่วมเจิม ตั้งข้อสังเกตการบริหารงบประมาณของ กกต. ทั้งในด้านความโปร่งใส ความจำเป็นในการถือครองสินทรัพย์และที่ดิน รวมถึงการใช้จ่ายเงินกองทุนกว่า 1,900 ล้านบาทที่ให้ผลตอบแทนต่ำ การจ้างงานและจัดซื้อซอฟต์แวร์ที่ไม่เห็นผลชัดเจน ตลอดจนการเดินทางไปศึกษาดูงานในประเทศที่ไม่เกี่ยวข้องกับระบบการเลือกตั้ง พร้อมตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพในการดำเนินงานและตัวชี้วัดผลสัมฤทธิ์ที่ล้มเหลวในการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ภัณฑิล น่วมเจิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กทม. เขตคลองเตย เขตวัฒนา ก็จะเป็นในเรื่อง การรับทราบรายงานของทาง กกต. ก็ผ่านไปทาง สตง. ขอ Slide แรกเลยครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
ประเด็นแรก ก็จะเป็นในเรื่อง ของเงินนอกงบประมาณ เข้าใจว่าอยู่ในรายงานประจำปี ๒๕๖๕ ในรายงานประจำปีจะมี การระบุเงินนอกงบประมาณ ๑,๘๑๕ ล้านบาท ก็เป็นคำถามผ่านทาง สตง. กลับไปทาง กกต. ว่ามันมีได้อย่างไร เพราะพันธกิจหลักของ กกต. ก็คือการจัดการเลือกตั้งให้โปร่งใส ยุติธรรม กกต. เป็นหน่วยงานรับงบประมาณ จริง ๆ ควรจะทำ Budgeting หรือทำเงินให้อยู่ ในงบประมาณให้ได้ทั้งหมดเลย ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน อ่านรายงานประจำปีกับตัวรายงาน ทางการเงินแล้ว คือในรายงานบัญชีมีเงินรับงบประมาณมา ๑,๗๐๐ กว่าล้านบาท แต่มี เงินนอกงบประมาณอีก ๑,๘๐๐ ล้านบาท อันนี้ก็คือตรวจสอบไม่ได้ว่าเอาเงินตรงนี้มาแล้วใช้ ทำอะไร ในงบดุลก็จะมีเรื่องของการถือครองที่ดินและอาคาร ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท อันนี้ ก็เป็นคำถามเหมือนกันว่าหน่วยงานอย่าง กกต. มีที่ดินหรืออาคาร ผมเข้าใจว่าส่วนใหญ่ ต้องไปเช่าหรืออยู่กับหน่วยงานราชการอื่น ก็ไม่แน่ใจครับ เมื่อสักครู่นี้มีการพูดถึงเรื่อง การสร้างตึกเหมือนกันนะครับ ก็ไม่แน่ใจว่ามันเกี่ยวข้องกับพันธกิจหลักของ กกต. อย่างไร อันนี้ก็เป็นการตั้งคำถามว่ามันควรจะมีสินทรัพย์มูลค่าเป็น ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาทอยู่ในงบดุล ด้วยหรือเปล่า มีงบขาดทุนสะสมต่อเนื่อง พูดภาษาชาวบ้านง่าย ๆ คือรายจ่ายมากกว่ารายได้ เนื่องจากเป็นหน่วยรับงบประมาณก็ต้องมีการประเมินว่าตัวเองจะใช้จ่ายปีหนึ่งเท่าไร จริง ๆ ไม่ควรขาดทุนนะครับ ควรจะรู้ว่าปีนี้ ๆ มีการจัดการเลือกตั้งเท่านี้ ๆ จะต้องใช้เงินเท่าไร ไม่ควรจะต้องมีการทำ Budgeting หรือการประเมินที่ผิดพลาด
อีกประเด็นหนึ่งที่ฝากไว้นะครับ ผมไปดูงบเงินฝากกับสถาบันการเงิน รวมถึง เงินลงทุนอื่น ๆ ทั้งระยะสั้น ระยะยาว ๑,๙๐๐ ล้านบาท เป็นคำถามว่าทำไม กกต. ต้องมีเงิน ติดเก๊ะหรือเอาเงินไปทำอะไร ๑,๙๐๐ ล้านบาท มัน Plan ได้นี่ครับ จะมีจัดการเลือกตั้ง มีเลือกตั้งซ่อมเท่าไร อย่างไร ต้องมีบุคลากรในการส่งเสริมการเรียนรู้ประชาธิปไตยอะไร อย่างไร ทำไมต้องใช้เงินถึง ๑,๙๐๐ ล้านบาท แล้วแถม ๑,๙๐๐ ล้านบาทเอาไปฝาก ดอกเบี้ยนะครับ รายได้จากดอกเบี้ย ๑๐ กว่าล้านบาท ผมว่าคืนคลังไปดีกว่าไหมครับ แล้วให้เขาไปบริหาร จะเก็บเงินไว้ทำไมตั้งเกือบ ๒,๐๐๐ ล้านบาท แล้วรายได้ออกมาก็ ๑๐ กว่าล้านบาท ผลตอบแทนระดับแย่มาก ๑-๒ เปอร์เซ็นต์ ถือว่าบริหารเงินที่ติดเก๊ะอยู่ ผิดพลาดนะครับ
อีกประเด็นหนึ่งนะครับ ภาระผูกพันจากการถูกฟ้อง และเป็นผู้ฟ้องเอง ถูกฟ้อง ๒๐๐ กว่าล้านบาท เป็นผู้ฟ้องเอง ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท ก็ตั้งคำถามเหมือนกันว่า มันก็เป็นอะไรที่ทำให้ Balance Sheet หรือว่างบดุลมันงอกออกไปโดยไม่จำเป็น แล้วมี ผู้ฟ้องเป็นสิบ ๆ รายเลย เป็นกรรมการการเลือกตั้งไม่ใช่หรือครับ แล้วเที่ยวไปทะเลาะกับชาวบ้าน ไปสร้าง Liability มีคนฟ้อง คนถูกฟ้อง เข้าใจแล้วบางทีเป็นเรื่องกฎหมายมันต้องไปฟ้อง แต่ก็โดนฟ้องกลับ เหมือนกัน อันนี้ก็ฝากทาง สตง. ไป Comment ทาง กกต. นิดหนึ่งอย่าไปเที่ยวทะเลาะ กับคนอื่นเขา มันไม่ Work ครับ ยอดคงเหลือที่ไม่ได้เบิกจ่ายเมื่อสักครู่นี้มีพูดไปแล้วบางส่วน แสดงว่าอะไร ประสิทธิภาพในการเบิกจ่ายงบประมาณ หมายความว่าอย่างไรเมื่อสักครู่นี้ ท่านบอกต้องเร่งรัดเบิกจ่ายให้หมด ก็คือต้องเอาเงินออกไปใช้ทั้ง ๆ ที่ตัวเองวางงบประมาณ ไว้ไม่เป๊ะ เบิกไปเบิกไม่หมด ก็นี่คือตั้งคำถามกลับไปในเรื่องของประสิทธิภาพการวางงบประมาณ แล้วเบิกจ่ายไม่หมด เข้าใจแล้วมีเรื่องโควิดเข้ามาแทรกนะครับ
หน้าถัดไปครับ ในงบดุลบอกมีเจ้าหนี้ระยะสั้น ผมก็ไปดูในหมายเหตุบอกเป็น โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ๒๐๐ กว่าล้านบาท ก็ไม่รู้ไปค้างจ่ายใคร กกต. นี่ก็ขยันมาก ทำ Application Smart Vote ตาสับปะรด Civic Education THAIVOTE ทำ Website ทำอะไร เยอะมาก แต่หลายท่านกดเข้าไปดู Invalid HTTP 404 ไม่เจออะไรเลย กดเข้าไปมีแต่ PDF เอาพวกกระดาษมา Scan ใส่ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันไปจ้างใครมาทำตั้งเยอะแยะ ข้อมูลก็ข้อมูล เดียวกัน เสียสตางค์ไป ๒๐๐ กว่าล้านบาท แล้วยังค้างไม่ยอมจ่ายเขาอีก ก็ไม่แน่ใจ Credit Term หรือเปล่า ก็ฝากไปตรวจดูแล้วกันว่า ๒๐๐ ล้านบาท ไปจ้าง Software อะไรวิลิศมาหราขนาดนั้น ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ประมวลผลออกมากว่าจะรู้ผลก็ตั้ง ๒ เดือนช้ามาก วิเคราะห์อะไรก็ไม่มีเลย ใช้เงินทำอะไร๒๐๐ กว่าล้านบาท
อีกอันหนึ่งนะครับ ผมก็เข้าไปดูพนักงานประเภทวิชาการ เข้าใจเป็นคำศัพท์ มันเป็น Pillar เป็นหมวด มันก็มีพนักงานระดับปฏิบัติการ มีอะไรอย่างนี้ ๑,๕๕๓ คน เพิ่งรู้ กกต. จ้างคนมาวิเคราะห์ มาทำวิจัยอะไรกันตั้ง ๑,๕๐๐ กว่าคนทั่วประเทศ มีผลงานอะไร วิเคราะห์อะไรกันครับ อยากจะรู้เหมือนกัน อยากจะอ่าน แทนที่คุณจะไปทำเรื่องคุณภาพ การอบรม กปน. หรือกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง พวกเรารู้ดีที่สุดเพราะเราเป็น สส. ไปดู Procedure Layout เวลาจัดวางขานคะแนนเละตุ้มเป๊ะได้หมดเลย ไม่มีคุณภาพเลย การเอาเงินไปใช้แทนที่จะเอาไปใช้ให้มันตรงจุด เพราะตัวเองมีหน้าที่จัดการเลือกตั้งให้มัน โปร่งใส ยุติธรรม แต่กลับเอาไปทำอะไรครับ ไปดูงาน ผมไปดูงาน OK ก็มี เขาก็อยากไป เที่ยวกัน ไปนอร์เวย์บ้าง สวิตเซอร์แลนด์บ้าง ไปโอซาก้า ก็ OK อ้างว่าเป็นประเทศที่เจริญแล้ว แต่อันหนึ่งตกใจไปจอร์แดน ไม่รู้ไปทำไม จะไปดู World Heritage ไปดู Petra หรืออย่างไร จอร์แดนเขามีระบบการเลือกตั้งที่มันก้าวหน้าขนาดนั้นเลยครับ งงมากเลยไปจอร์แดน ไปทำไม
สุดท้ายนะครับ ความจริงมีอีกเยอะ คู่มือประชาชนพลเมืองคุณภาพ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าเล่ม เป็น Booklet เล่มเล็ก ๆ เล่มหนึ่งก็คงไม่แพง ๓ บาท ๕ บาท ก็พิมพ์ ออกไปเยอะมาก ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันเอาไปแจกใคร หมดสตางค์ไปตั้งเยอะ โค่นต้นไม้ ไปกี่ต้น ไปทำรายงานพวกนี้ มันได้ประโยชน์อะไรครับ พลเมืองมันมีคุณภาพมากขึ้น หรือเปล่าครับ จากรายงานพวกนี้ที่พนักงานประเภทวิชาการ ๑,๕๐๐ คนมานั่งเขียน ผลิตอะไรพวกนี้ออกมา
KPI ของ กกต. มันคือการให้คนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งเยอะ ๆ แต่ปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๕ มีเลือกตั้ง อบต. เทศบาลนคร ปรากฏก็มีตัวเลขแปลก ๆ ออกมา อย่างเทศบาลนคร ๒๙.๕ เปอร์เซ็นต์ แต่แปลก อบต. ได้ตั้ง ๗๕ เปอร์เซ็นต์ นี่จะมาอ้างอะไร อ้างว่าถ้าเผื่อ เลือกตั้งท้องถิ่นมันไกลตัวคนไม่ไปเลือก เดี๋ยวคนจะมาเลือก มันเป็นหน้าที่ตัวเองจะต้องดูแล ต้องทำ บริหารจัดการการเลือกตั้ง ประชาสัมพันธ์อะไรให้มีคุณภาพ
หน้าสุดท้าย ก็คงต้องขอตำหนิผ่านไปในเรื่องของประสิทธิภาพการใช้ งบประมาณ มีข้อร้องเรียนเยอะมาก แต่วันนี้ไม่อยากพูดเยอะ เพราะต้องการจะอยู่กับตัวเลข ทั้งการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรที่มีปัญหาเยอะมาก ลงทะเบียนไปแล้วก็ปรากฏเลือกไม่ได้ วันสุดท้าย หรือ Mailing ไป ไปรษณีย์วันสองวัน ที่อังกฤษก็มีข้อร้องเรียนเข้ามา เลือกตั้ง ล่วงหน้านอกเขตไปดูสิครับ กล่อง เงื่อนไขในการปฏิบัติการ บางทีตัวเองก็เซ็นผิดบ้าง ผมไปเลือกล่วงหน้า ผมยังต้องดูเลยว่าบัตรถูกต้องไหม กล่องถูกต้องไหม ทำไมไม่เอา งบประมาณไปจัดการเลือกตั้งให้มันมีประสิทธิภาพ ก็ฝากไว้แค่นี้ครับ ผ่านไปทาง สตง. ว่า KPI ของ กกต. ผมว่าล้มเหลวครับ