พรชัย แจงผลประเมินใช้จ่าย กกต.ปี64 ชี้เหลือ35% หลังโควิดกระทบแผนงาน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๙ สิงหาคม ๒๕๖๖

พรชัย จำรูญพานิชย์กุล รายงานผลการสอบบัญชีและประเมินการใช้จ่ายงบประมาณของคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำปีงบประมาณ 2564 ว่าการดำเนินงานเป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีภาครัฐ แม้มีเงินเหลือจ่ายร้อยละ 35.25 จากแผนงานทั้งสามเนื่องจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งส่งผลให้การฝึกอบรม ประชุม สัมมนา และการบรรจุบุคลากรต้องเลื่อนไปดำเนินการในปีถัดไป รวมถึงความล่าช้าจากความซับซ้อนของโครงการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ส่งผลให้ต้องปรับแผนและยกเลิกบางโครงการ อย่างไรก็ตาม สภาพคล่องทางการเงินยังอยู่ในระดับสูงจากสินทรัพย์หมุนเวียนที่มากกว่าหนี้สินหมุนเวียนถึง 35.03 เท่า และมีการเสนอแนะให้เร่งรัดการดำเนินโครงการให้สอดคล้องกับภารกิจของ กกต. ต่อไป

นายพรชัย จำรูญพานิชย์กุล รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพอย่างสูง ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ ทุกท่านครับ กระผม นายพรชัย จำรูญพานิชย์กุล รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน สำนักงาน การตรวจเงินแผ่นดิน ขอรายงานงบการเงินของคณะกรรมการการเลือกตั้งและการประเมิน การใช้จ่ายเงินของคณะกรรมการการเลือกตั้งสิ้นสุด ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๔ โดยตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๖๐ ได้กำหนดให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งจัดทำงบดุล งบการเงิน และทำบัญชี สำหรับสิ้นสุดบัญชี ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๔ ส่งผู้สอบบัญชีภายใน ๙๐ วัน นับแต่ วันสิ้นปีบัญชี และให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้สอบบัญชีของสำนักงาน คณะกรรมการการเลือกตั้ง รวมทั้งประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สินของสำนักงาน คณะกรรมการการเลือกตั้งนั้น สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว จึงขอรายงานผลการสอบบัญชี และการประเมินผลการใช้จ่ายเงินทรัพย์สินของสำนักงาน คณะกรรมการการเลือกตั้งดังนี้ครับ

รายงานผู้สอบบัญชี สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้ตรวจสอบรายงาน การเงินของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งประกอบด้วยงบแสดงฐานะการเงิน ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๔ งบแสดงผลการดำเนินงานทางการเงิน และงบแสดง การเปลี่ยนแปลงสินทรัพย์สุทธิส่วนทุน สำหรับปีสิ้นสุดวันเดียวกัน และหมายเหตุประกอบ งบการเงิน รวมถึงสรุปนโยบายการบัญชีที่สำคัญ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเห็นว่า รายงานการเงินข้างต้นแสดงฐานะการเงินของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๔ และผลการดำเนินงานสำหรับปีสิ้นสุดวันเดียวกัน โดยถูกต้อง ตามที่ควรในสาระสำคัญตามมาตรฐานการบัญชีภาครัฐและนโยบายการบัญชีภาครัฐ ที่กระทรวงการคลังกำหนด มีผลการตรวจสอบปรากฏตามรายงานของผู้สอบบัญชี โดยแสดงความเห็นแบบไม่มีเงื่อนไข ในส่วนของรายงานการเงินครับ

สำหรับการประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สิน สำนักงานคณะกรรมการ การเลือกตั้งสำหรับปีสิ้นสุด วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๔ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้รับการจัดสรรงบประมาณประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๔ เป็นเงินอุดหนุน จำนวนทั้งสิ้น ๑,๗๖๖.๐๓ ล้านบาท ประกอบด้วย ๓ แผนงานคือ ๑. แผนงานบุคลากรภาครัฐ จำนวน ๑,๓๗๓ ล้านบาท ๒. แผนงานพื้นฐานความมั่นคง จำนวน ๓๔๕.๕๐ ล้านบาท ๓. แผนงาน ยุทธศาสตร์เพื่อสนับสนุนด้านความมั่นคง จำนวน ๔๗.๕๓ ล้านบาท สำนักงานคณะกรรมการ การเลือกตั้งมีเงินเหลือจ่ายตามแผนงานที่จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๔ เป็นจำนวน ๑,๓๒๙.๑๐ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๓๕.๒๕ ของแผนใช้จ่าย เงินที่ เหลือจ่ายส่วนใหญ่แยกประเภทดังนี้ ๑. เป็นเงินที่จัดกิจกรรมเรื่องการฝึกอบรม ประชุม สัมมนา ซึ่งจะต้องยกเลิกไปบางรายการ เพื่อไปดำเนินการในปีงบประมาณ ๒๕๖๕ เนื่องจาก ในขณะนั้นเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคเชื้อไวรัส COVID-19 ๒. เรื่องของ การบรรจุและแต่งตั้งบุคลากรตามตำแหน่งที่ว่าง ทำให้ไม่สามารถบรรจุได้เนื่องจากสถานการณ์ โควิดเช่นเดียวกัน จึงต้องมีการปรับแผนดำเนินการ ๓. กิจกรรมที่มีการกำหนดขอบเขตงาน หรือ TOR ที่เกี่ยวข้องกับหลายส่วนงาน และต้องกำหนดขอบเขตงานย่อยแต่ละส่วนงาน ซึ่งมีปริมาณงานซับซ้อน เช่นโครงการเทคโนโลยีสารสนเทศในการบริหารงานและกิจการ จึงทำให้มีงบประมาณใน ๓ ส่วนที่กล่าวข้างต้นเหลือจากการใช้จ่าย ทำให้มีเงินเหลือจ่าย โดยในปีงบประมาณ ๒๕๖๔ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งมีแผนปฏิบัติงานประจำปี จำนวน ๒๖ โครงการ ดำเนินการแล้วเสร็จ ๗ โครงการ ยกเลิก ๒ โครงการ และยกไป ดำเนินการในปี ๒๕๖๕ จำนวน ๑๗ โครงการ และยกเลิกโครงการแล้ว ๒ โครงการ ส่วนการบริหารจัดการทรัพย์สิน ในสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งมีสัดส่วนสินทรัพย์ หมุนเวียนต่อหนี้สินทุนหมุนเวียน ๓๕.๐๓ เท่า โดยเพิ่มจากปีงบประมาณ ๒๕๖๓ จำนวน ๗.๒๗ เท่า โดยมีทรัพย์สินหมุนเวียนสูงกว่าหนี้สินหมุนเวียนเป็นจำนวนมากซึ่งเป็นสภาพ คล่องทางการเงินที่สูง เนื่องจากมีเงินเหลือจ่ายจากการใช้จ่ายเงินตามแผนใช้จ่าย ปี ๒๕๖๔ ตามที่กล่าวแล้วข้างต้นของสำนักงาน กกต.

ในส่วนเรื่องของการจัดหาครุภัณฑ์ ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง มีแผนการใช้จ่าย เป็นค่าครุภัณฑ์ ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง จำนวน ๒๘๐.๓๔ ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็น เรื่องของงานก่อสร้างอาคารสำนักงาน และการก่อสร้างอื่น ๆ ในส่วนภูมิภาค ซึ่งค่าใช้จ่าย ทั้งสิ้น ๒๔๐.๔๙ ล้านบาท เบิกจ่ายแล้ว จำนวน ๒๗.๒ ล้านบาท มีเหลือจ่าย จำนวน ๒๑๓.๔๗ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๘๘.๗๖ ของแผน ซึ่งการที่ไม่สามารถดำเนินการได้นั้น ของสำนักงาน กกต. ก็เนื่องมาจากสาเหตุการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ในช่วงปี ๒๕๖๔ ทำให้จัดหาแรงงานในการดำเนินการ ซึ่งช่วงนั้นก็เป็นปัญหาเรื่องของ แรงงาน ส่วนเรื่องของการควบคุมครุภัณฑ์ ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง ในการสุ่มตรวจของครุภัณฑ์ ในปี ๒๕๖๔ จำนวน ๑๐ รายการ เป็นเงิน ๓๘๘,๔๑๐ บาท พบว่ามีการจัดทำทะเบียน ครุภัณฑ์ถูกต้องครบถ้วนในการระบุของทะเบียนครุภัณฑ์และการจัดหาที่เหมาะสม

ในส่วนของข้อเสนอแนะ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้เสนอแนะ การดำเนินการดังนี้ ๑. ให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งเร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณ และดำเนินการโครงการให้เป็นไปตามแผนการใช้จ่ายเงิน และแผนปฏิบัติการเหลื่อมปี ให้บรรลุผลสัมฤทธิ์และเงินงบประมาณภายในปีงบประมาณ ๒. ให้ควบคุม กำกับ ติดตาม เป็นไปตามแผนการใช้จ่ายเงิน ระเบียบการและแผนดำเนินงานโครงการพันธกิจให้เหมาะสม กับสภาพแวดล้อมหรือสถานการณ์ปัจจุบัน โดยคำนึงถึงการดำเนินการให้สอดคล้องกับ งบประมาณรายจ่ายประจำปี และผลตามเป้าหมาย ตามภารกิจของสำนักงานคณะกรรมการ การเลือกตั้งให้มีประสิทธิภาพในโอกาสต่อไป ส่วนการดำเนินการตามข้อเสนอแนะในปี ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งได้มีการแจ้งผลการดำเนินการในการตรวจสอบ ของปีงบประมาณ ๒๕๖๓ ว่าอยู่ในระหว่างดำเนินการ แล้วปัจจุบันนี้ก็ได้มีการดำเนินการ มีความคืบหน้าตามที่ได้มีการแจ้งให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินทราบ จึงกราบเรียนมา เพื่อโปรดทราบครับ