อดิศร เพียงเกษ หารือเรื่องยาเสพติดและขอให้ประชุมสภาคองคราชการเมืองทุกฝ่ายมาร่วมแก้ไขปัญหานี้ โดยให้ความเห็นชอบและสนับสนุนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการปราบปรามและป้องกันปัญหายาเสพติด
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอดิศร เพียงเกษ สส. แบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคเพื่อไทย ในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง เมื่อวันที่ ๑๔ พฤษภาคมที่ผ่านมา ผมเชื่อว่าแต่ละพรรคการเมืองก็ไปรณรงค์หาเสียงปราศรัย ทั่วประเทศอย่างหนัก ผลเลือกตั้งก็ออกมาปรากฏให้ท่านเห็น ผมอยู่ในหน่วยปราศรัย ของพรรคเพื่อไทย นโยบายที่พวกเราไปปราศรัยแล้วประชาชนสนใจให้พรรคเพื่อไทย นี่พูดเฉพาะเอาตัวอย่างมาแก้ไข อันดับ ๑ คือเรื่องยาเสพติดครับ เขาคิดย้อนถึงสมัย พรรคไทยรักไทย ย้อนคิดถึง พันตำรวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร อันนั้นเป็นความทรงจำ ของพี่น้อง จับได้ ๒ โมงเช้า บ่ายสองส่งวัด สมัยนั้นยาบ้าเม็ดละ ๔๐๐ บาท สมัยนายกรัฐมนตรีปู ยิ่งลักษณ์ เม็ดละ ๓๐๐ บาท ทุกวันนี้ ๓ เม็ด ๑๐๐ บาท ขายพวงมาลัยแถมยาบ้า ขายยาบ้า แถมพวงมาลัย ปัญหาต่อมาที่ประชาชนสนใจนอกจากยาเสพติดก็เงิน Digital ๑๐,๐๐๐ บาท สินค้าเกษตรตกต่ำ ราคาแก๊ส น้ำมันสูง ปัญหาเรื่องปากท้อง จบปริญญาตรี ๒๕,๐๐๐ บาท เราเห็น Slogan ติดไปหมดตาม อบต. ตามที่สำคัญ ๆ ตามสี่แยก เราเห็น Slogan ที่ฝ่ายรัฐบาลหรือทางราชการได้ขึ้นไว้สวยหรูคล้องจองครับ รักในหลวง ห่วงลูกหลาน ต่อต้านยาเสพติด นั่นคือเป็นปัญหาที่ทุกฝ่ายเห็นกันว่ามีความสำคัญ แต่แก้เท่าไร มันก็แก้ไม่ได้ ผมไม่ได้โทษ ป.ป.ส. นะครับ กฎหมายยาเสพติดมาตรา ๕ มีคณะกรรมการ ปราบปรามยาเสพติด เอามาทุกกระทรวง ทบวง กรม มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน รัฐมนตรี ประจำสำนักนายก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรม กระทรวง แรงงาน กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข ปลัดกระทรวง ผู้อำนวยการสำนัก งบประมาณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อธิบดีกรมศุลกากร อธิบดีกรมสรรพากร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การฟอกเงิน อัยการสูงสุด เป็นกรรมการโดยตำแหน่งมาหมดทั้งประเทศเลยครับ ถ้าดูตาม เฉพาะมาตรา ๕ โล่งใจ มันจะได้บูรณาการแก้ไขปัญหากัน แต่ท่านครับ ประชุมกันแล้ว เราตามยาบ้าไม่ทัน เราตามยาเสพติดไม่ทัน ผมรู้ว่าท่านรู้ จับกุมคุมขัง โชว์กัน สมัย จอมพล สฤษดิ์ ผมยังเด็กอยู่เผาฝิ่นอยู่สนามหลวง นั้นเด็ดขาดประหารชีวิต สมัยที่ผมพูดมาและสมัยที่ผ่านมา ๙ ปี ความเอาจริงเอาจังของหัว หัวไม่กระดิก หางไม่กระดิก หัวไม่ส่าย หางไม่กระดิกอะไร ทำนองนั้นครับ เมื่อวานนี้พรรคเพื่อไทยจัดประชุมเรื่องยาเสพติด โดยเฉพาะ ท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปบรรยายเรื่องยาเสพติด ผมก็มีส่วนร่วมในการพูด ผมว่าในทุกจังหวัดของประเทศไทย ถ้า ๓ คนนี้ไม่รู้ว่ายาเสพติดมี ไม่มีมนุษย์ตัวไหนรู้ เช่นขอนแก่นบ้านผมถ้าผู้ว่าราชการจังหวัดหนึ่ง ผู้การตำรวจหนึ่ง และผู้การทหารหนึ่ง ๓ คนนี้ไม่รู้จะไม่มีแมวตัวไหนรู้เลยว่ายาเสพติดมีหรือเปล่า ผมกำลัง ถามที่ประชุมว่าที่ผ่านมาท่านเอาหูไปนา เอาตาไปไร่ ผมไม่เชื่อว่าผู้ว่าไม่ทราบ ผมไม่เชื่อว่า ผู้การตำรวจไม่ทราบ ผมยิ่งไม่เชื่อว่าทางทหารเขาไม่รู้ ท่านทำอะไรอยู่ครับ ถึงเวลาหรือยังทุกคนไม่ว่าพรรคใด ๕๐๐ คนนี่เรายกขึ้นเป็นวาระแห่งชาติอีกครั้งหนึ่ง ไม่แบ่งท่าน แบ่งเขา แบ่งเรา ถ้าไม่จับไม้จับมือ ถ้าไม่กระดิก ถ้าไปหมุนเอากรรมการ มาตรา ๕ ทั้งหมดทำงานร่วมกัน ยาเสพติดยังลอยนวลอยู่ครับ ขายลอตเตอรี่แถมยาบ้า ขายพวงมาลัยแถมยาบ้าจะปรากฏขึ้นในสภาชุดของเรา ท่านครับ แต่จะแก้ปัญหาที่ผม พูดมานี้ได้ก็ต้องมีนายกรัฐมนตรีครับ ก็ไม่ทราบว่าใครจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีจนป่านนี้แล้ว ยาเสพติด สถานะของท่านประธานไม่รู้จะเป็นอย่างไร ผมก็เป็นห่วงนะครับ การบ้าน การเมืองมันหมุนเวียนอย่างนี้ แต่ว่าปัญหายาเสพติดมันไม่รอการเมืองเรา ผมถึงอยากให้ เรียกร้องว่าเรื่องยาเสพติดสละเรื่องความเป็นพรรคการเมืองออก และมาร่วมทำงานกัน ให้ความเห็น ยกย่อง ป.ป.ส. ซึ่งเป็นหนังหน้าไฟนะครับ ท่านทำคนเดียว ท่านไม่รอดหรอก ท่านจะไปสู้กับพ่อค้ายาบ้าได้อย่างไร ตามไม่ทันหรอกครับ ผมยังเชื่อมั่นว่าการปราบปราม ที่เด็ดขาดและควบคู่กับการป้องกัน เอาผู้เสพเป็นผู้ป่วย เอาผู้ป่วยเป็นผู้เสพ ลักษณะอย่างนี้ ถ้าเอาจริงเอาจังอนาคตลูกหลานของเรายังมีนะครับ เด็กมันเหมือนผ้าขาวอยากลอง มีอะไร ลองหมดครับ โชคดีสมัยผมจะสอบพรุ่งนี้ก็อ่านถึงตี ๒ ตี ๓ เป็นยาขยัน ยาม้าก็เปลี่ยนเป็น ยาบ้าโดยท่านเสนาะ เทียนทอง ที่อยู่กระทรวงสาธารณสุข เราก็แก้ไขกันเป็นขั้นเป็นตอนมา ผมจึงอยากให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติครับท่านประธาน ขอบคุณครับ