ปิยรัฐ จงเทพ หารือปัญหายาเสพติดที่ยังคงระบาดต่อเนื่อง แม้มีการใช้งบประมาณจำนวนมากในการปราบปราม แต่การขาดการดูแลผู้พ้นโทษและการฟื้นคืนตัวทำให้เกิดการกลับเข้าสู่ระบบอาชญากรรมซ้ำ และเรียกร้องให้มีแผนรับรองและส่งคืนผู้พ้นโทษอย่างเป็นระบบเพื่อยับยั้งวงจรปัญหา
เรียนประธานสภาที่เคารพครับ ผม ปิยรัฐ จงเทพ สมาชิกผู้แทนราษฎร เขตบางนา พระโขนง กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกลครับ กรณีรายงานของ ป.ป.ส. ในครั้งนี้เราจะชี้ให้เห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะเรื่องปัญหา ยาเสพติด หลายท่านได้พูดไปแล้วว่าปัญหายาเสพติดนั้นเป็นปัญหาใหญ่หลวงสำหรับประเทศไทย ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะเรามีผู้ต้องขังหรือจำนวนนักโทษในเรือนจำที่มี การจับกุมไปเป็นจำนวนนับแสนราย โดยมีงบประมาณที่ทาง ป.ป.ส. ได้มีการใช้จ่ายรายปีไป นับ ๓,๑๒๘ ล้านบาท ในปี ๒๕๖๔ ที่ผ่านมา โดยเป็นงบปราบปรามยาเสพติดถึง ๔๖ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๑,๔๓๘ ล้านบาท ซึ่งงบประมาณมูลค่านี้ยังมีงบในการบำบัดอีก ๒๘๗ ล้านบาท ตีเป็น ๙ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็มีงบการป้องกันอีก ๒๓ เปอร์เซ็นต์ กว่า ๗๑๖ ล้านบาท ฉะนั้นแล้ว แผนป้องกันและปราบปรามของ ป.ป.ส. นี้ถือว่าใช้งบประมาณเป็นส่วนใหญ่ของงบประมาณ ทั้งหมดในการจัดการหรือแก้ไขปัญหายาเสพติดในประเทศไทยนะครับ ซึ่งเมื่อไปดูแผน การป้องกันในเล่มที่ท่านได้นำรายงานมา ในหน้าที่ ๒๐ นี้ เป็นแผนปฏิบัติการป้องกัน และปราบปรามยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๖๔ ใช้แนวคิดการแก้ไขปัญหายาเสพติดตามแผนแม่บทย่อย การป้องกันและแก้ไขปัญหาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคง กล่าวคือมุ่งยึดแนวคิดการแก้ไข ปัญหายาเสพติดตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง ปลายทาง ในการดำเนินการอย่างเป็นระบบ ซึ่งนี่คือ ข้อความในบทบัญญัติที่ท่านได้ระบุไว้ในแผนปฏิบัติงานนะครับ ซึ่งแน่นอนในนั้นจะมีข้อที่ ๓ ที่ท่านเน้นย้ำว่าเป็นการปราบปรามกลุ่มค้ายาเสพติด โดยมุ่งเน้นการทำลายโครงสร้างการค้ายาเสพติด ย้ำนะครับ การมุ่งเน้นทำลายโครงสร้าง การค้ายาเสพติด ผู้มีอิทธิพล เจ้าหน้าที่ของรัฐที่ปล่อยปละละเลยการทุจริตและเข้าไปมี ส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ผ่านทางการบูรณาการการข่าว การสืบสวน และการใช้ เทคโนโลยี นี่คือสิ่งที่ท่านได้ระบุไว้ในแผนปฏิบัติการ ซึ่งแน่นอนพอไปดูที่ปัญหาที่ผมกำลัง จะชี้ให้เห็นคือจำนวนผู้ที่ถูกดำเนินคดีในกระบวนการที่ผ่านมานั้น ทั้งที่เป็นผู้ต้องขัง และผู้ต้องโทษในเรือนจำของประเทศไทยนั้นมีกว่า ๒๗๙,๐๐๐ กว่าคน ซึ่งคิดเป็นคดียาเสพติด ๘๑ เปอร์เซ็นต์ คือ ๒๒๗,๐๐๐ คน จากจำนวนผู้ต้องขังทั้งประเทศ ๒๗๐,๐๐๐ คน คิดเป็น เปอร์เซ็นต์กว่า ๘๑ เปอร์เซ็นต์นั้น คิดเป็นผู้เสพรายใหม่ ๑๒๑,๖๔๑ คน คิดเป็นผู้กระทำผิด ซ้ำซากจากจำนวนนี้ถึง ๖,๐๓๔ คน แสดงว่ามีผู้กระทำผิดรายใหม่ ๑๒๐,๐๐๐ กว่าคน ในแต่ละปี โดยล่าสุดนี้เป็นสถิติในปี ๒๕๖๔ มีผู้เข้าบำบัด ซึ่งไม่เกี่ยวกับผู้ต้องโทษ ผู้บำบัด แยกไปต่างหากอีก ๑๕๕,๐๐๐ กว่าราย ในปี ๒๕๖๔ นี้ สิ่งที่ผมอยากจะสอบถามไปทาง ป.ป.ส. ผ่านท่านประธานว่า ท่านทราบหรือไม่ว่าในแผนป้องกันของท่านนั้นที่เกี่ยวกับ เรื่องของการทำลายโครงสร้างการค้ายาเสพติดนั้น สิ่งที่น่ากังวลที่สุดที่สำคัญและไม่มี ในรายงานของท่านคือการที่เครือข่ายยาเสพติดที่อยู่ภายในเรือนจำนั่นละ จำนวนคนที่มี ส่วนเกี่ยวข้องทั้งโทษทางตรงคือมีผู้ค้าและผู้เสพนั้น และผู้ที่กระทำผิดทางอาญาที่มีผลจาก ยาเสพติดนั้นไปรวมตัวกันอยู่ที่เรือนจำของประเทศไทย ที่ผมกล้าพูดอย่างนี้นะครับ ผมมีโอกาสได้เข้าไปศึกษาดูงาน เพราะศาลไม่ให้ประกันตัวบ้าง ฝากขังผมบ้าง อยู่หลายรอบ หลายครั้ง ก็ถือโอกาสศึกษาดูงาน เพราะเรียกร้องประชาธิปไตยไปในตัวด้วย ก็ได้รับทราบว่า ผู้ต้องขังและนักโทษในเรือนจำนั้นส่วนใหญ่เป็นคดียาเสพติดและเขามีเครือข่ายในการขยาย เครือข่ายของพวกเขา และที่สำคัญขออนุญาตเอ่ยชื่อ ท่านประเสริฐ บุญเรือง ได้พูดไว้แล้วว่า ผู้ค้ายาเสพติดทั้งหลายนั้นเขาไม่ได้เกรงกลัวต่อการติดคุก ฉะนั้นการติดคุกของเขาก็คือ การเข้าไปแลกเปลี่ยน Connection การเข้าไปสร้างเครือข่าย ที่พูดเช่นนี้ไม่ได้หมายความว่าทุก คนที่ถูกจับติดคุกนั้นออกมาแล้วจะมาค้ายาเสพติดอีกครั้งหนึ่ง หรือจะมาทำธุรกิจเกี่ยวกับยา เสพติด แต่ผมกำลังบอกว่านั่นคือการเพิ่มโอกาสในการขยายการกระทำผิดในเรื่องยาเสพติด ที่สำคัญก็คือว่าพอผมได้มีการสอบถามว่าถ้าคุณออกมาแล้วทำไมคุณถึงกลับเข้ามา อีกครั้งหนึ่ง สิ่งที่เขาตอบผมคือเขาไม่มีโอกาสในการกลับตัวกลับใจ หมายความว่าเมื่อมี ความด่างพร้อย มีคดีความติดตัว และพ้นโทษออกไปนั้น แม้จะมีใบปลดจากการเป็นนักโทษ หรือผู้ต้องโทษแล้ว หน่วยงานภาครัฐหรือเอกชนไม่สามารถที่จะรับรองการทำงานของ พวกเขาได้ เนื่องจากว่าเป็นผู้ต้องโทษคดียาเสพติด ไม่มีหน่วยงานไหนรับพวกเขาเข้าทำงาน ทำให้พวกเขาต้องกลับไปวนเวียนอยู่ในธุรกิจหรืออาชีพในลักษณะเดิมที่เคยเป็นมานะครับ นั่นก็ไม่จบไม่สิ้นในเรื่องปัญหายาเสพติด ที่สำคัญคือมีแนวโน้มที่จะเพิ่มจากผู้เสพกลายเป็น ผู้ค้า จากผู้ค้ากลายเป็นผู้ค้ารายใหญ่ นั่นคือแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นในทุก ๆ ปี ดังนั้นผมจึงขอฝาก ท่านรองเลขาธิการ ป.ป.ส. ที่ได้มาตอบในวันนี้ว่า อยากจะให้มีการศึกษาแผนการรับรอง การส่งคืนผู้พ้นโทษคุมขังคดียาเสพติดกลับคืนสู่สังคม เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับสังคม และให้พวกเขาได้รับโอกาสในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ รวมถึงแผนการที่จะเข้าไปดูแลกำกับ ในการดำเนินการด้านการข่าวในเรือนจำ หากมีการขยายเครือข่ายกันเกิดขึ้น สำหรับข้อมูล ทั้งหมดที่ผมมีการสอบถามเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ