จักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล หารือปัญหายาเสพติดอย่างเร่งด่วน ชื่นชมผลงาน ป.ป.ส. แต่เน้นย้ำว่าการแก้ปัญหาต้องอาศัยการบูรณาการทุกภาคส่วน โดยเสนอมาตรการครบวงจรทั้งการป้องกันตั้งแต่ระดับครอบครัวและชุมชน การยึดทรัพย์เพื่อตัดเส้นทางการเงิน การพัฒนาระบบบำบัดฟื้นฟู พร้อมผลักดันการตั้งศาลเฉพาะด้าน ปรับปรุงกฎหมาย ยกระดับเทคโนโลยี และเพิ่มอำนาจเจ้าหน้าที่ รวมถึงเรียกร้องความร่วมมือระหว่างหน่วยงานและประเทศเพื่อนบ้านเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายจักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย เขต ๔ ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ท่าน สส. ทรงเกียรติหลาย ๆ ท่านได้อภิปรายก็คงจะ ซ้ำกันพอสมควรนะครับ วันนี้เรามาอภิปรายเรื่องผลการปฏิบัติงานของสำนักงาน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดคือ ป.ป.ส. นั้น ผมขอชื่นชมที่ผ่านมานั้น ทำงานได้มีประสิทธิภาพ แต่วันนี้ยาเสพติดเป็นภัยมหันต์ของประเทศ จะให้แต่สำนักงาน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดเป็นสำนักงานเดียวในการดูแลควบคุมนั้น เป็นไปไม่ได้ ประเทศไทยคือบ้านหลังหนึ่งของคนไทย สิ่งที่ต้องทำบูรณาการไปพร้อมกันก็คือ ๖ ขั้นตอน ขอแผ่น Slide ด้วยครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Clip ภาพ)
ที่กระทรวงยุติธรรมโดยเฉพาะ ฯพณฯ สมศักดิ์ได้กำหนดไว้ ๑. การป้องกัน การป้องกันนั้นคือทำอย่างไรให้ยาเสพติด ไม่เข้าประเทศ ทำให้ยาเสพติดนั้นไม่กระจายสู่พื้นที่ของประเทศไทย ไม่ให้เยาวชน เด็ก วัยรุ่นได้สัมผัสกับยาเสพติดให้มากที่สุด ทำอย่างไรครับ วันนี้หน่วยงานที่เห็น ๆ อยู่ ในการปราบปรามยาติดนั้นคงไม่พ้นสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด แล้วก็ทหารตามชายแดน แล้วก็ตำรวจในพื้นที่ ตราบใดยังไม่มีความเข้มแข็งและเข้มข้น ในระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล หมู่บ้าน สถานศึกษา จนถึงครอบครัว ท่านประธานครับ วันนี้ยาเสพติดจะเบิกบานมากกว่านี้ตลอดไป การป้องกันสำคัญที่สุดคือถ้าหากว่า เราสามารถทำให้คนในครอบครัวนั้นไม่ติดยา ในสถานศึกษาให้ความรู้ ตลอดจนสังคม ช่วยกันดูแล เมื่อไม่มีคนเสพถามว่าอยากจะขายได้มากไหม เป็นเรื่องแปลกวันนี้ยิ่งปราบ ยิ่งเยอะ ยิ่งขายยิ่งมีเยอะ ยิ่งถูก แล้วก็มาตรการรัฐผู้เสพเพิ่มจาก ๒ เม็ดเป็น ๑๕ เม็ด เป็นที่งงของผู้นำท้องที่ท้องถิ่นที่จะจับกุม ผมถึงฝากไปว่าการป้องกันเป็นเรื่องใหญ่ เมื่อป้องกันไม่ไหว ทะลักเข้ามาก็ต้องปราบปราม ฯพณฯ สมศักดิ์ เทพสุทิน ได้ตัดสินใจ ลงมาตรการยึดทรัพย์ ๓ ชั่วโคตร จากเราขึ้นไปอีก ๓ ตายาย จากเราลงไปลูกหลาน ที่เกี่ยวข้องในทรัพย์สินกับยาเสพติด ทำให้ตัดตอนในเรื่องเส้นทางการเงินนั้นลดน้อยลง ตลอดจนที่พักยาน้อยลงเพราะกลัว อย่างที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่าวันนี้ผู้ค้ายา ไม่ได้กลัวการจับยาแต่กลัวถูกยึดทรัพย์ อันนี้เป็นเรื่องถูกต้อง เมื่อปราบปรามแล้ว ได้คนมาแล้ว เราก็ต้องมาบำบัดให้กลับไปเป็นคนในสังคมที่ดี แต่ที่ผ่านมานั้นหน่วยงาน ที่รับผิดชอบในการบำบัดนั้นคือกระทรวงยุติธรรมมีหน่วยหรือศูนย์ที่จะบำบัดนั้นน้อยมากครับ ทำให้การต่อเนื่องในการที่จะพาผู้บำบัดไปศูนย์ที่จะรักษานั้นเดินทางมีค่าใช้จ่ายสูง จึงทำให้ การบำบัดไม่ต่อเนื่อง แล้วก็กลับมาเสพยาอีก อีกทั้งเมื่อบำบัดเสร็จแล้วไม่ได้กลับมาติดตาม ประเมินผลว่าคนเหล่านั้นเลิกยาจริงหรือไม่ คนเหล่านั้นมีรายได้หรือไม่ คนเหล่านั้นเขาทำมาหากิน ถูกต้องสุจริต และอยู่ในสังคมนั้นได้หรือไม่ ออกมาแล้วปล่อยแล้วปล่อยเลย สิ่งเหล่านี้ ฝากไปว่าเราต้องหาวิธีการให้เขาฝึกอาชีพให้มีรายได้จนได้ จนเขาสามารถเลี้ยงตัวเอง และครอบครัวได้ เขาก็จะหลุดพ้นจากยาเสพติด อันนี้ฝากไปที่สำนักงานคณะกรรมการ ป้องกันและปราบปรามยาเสพติดว่าเราต้องหางบประมาณตรงนี้ สื่อไปถึงกระทรวง สาธารณสุขว่าเมื่อบำบัดแล้วต้องดูแลต่อ
มาตรการต่อไป ก็คือเมื่อปราบปรามแล้วมันรุนแรง เราต้องมาใช้การยึดทรัพย์ เพื่อตัดตอนผู้ค้ารายใหญ่ ตลอดจนผู้ผลิตไม่ให้มีสายทางการเงินและการพักยาในส่วนต่าง ๆ เพราะกลัวการยึดเงิน อันนี้เป็นสิ่งสำคัญทำให้ทรัพย์ที่กลับคืนมาใช้ประโยชน์ในการบำบัด ผู้ที่ติดยา ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ที่ทางกระทรวงยุติธรรมแล้วก็ทางสำนักงานคณะกรรมการ ป้องกันและปราบปรามยาเสพติดได้กลับคืนมา ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท อันนี้ชื่นชมว่า เป็นผลงานที่ดีนะครับ การทำงานนั้นไม่ให้ทำงานแต่ในประเทศไทย ยานั้นพูดง่าย ๆ ว่ามีไม่กี่เปอร์เซ็นต์ ที่เราผลิตเอง มันมาจากต่างประเทศข้าง ๆ บ้านเราที่ริมโขง สามเหลี่ยมทองคำ เราต้องมี สัมพันธ์ไมตรีกับต่างประเทศ ไปพูดคุยกันว่ามาตรการนี้เราจะทำอย่างไรที่จะให้ยาหมดไป ท่านประธานครับ วันนี้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด มีบุคลากรน้อย ประมวลกฎหมายต่าง ๆ ที่ทำมา ๒ ปีนั้นเจ้าหน้าที่ยังไม่เข้าใจในการใช้ หน่วยงานยังไม่เข้าใจในการใช้ อยากให้ไปนำประมวลกฎหมายยาเสพติดที่เอามาใช้ ๒ ปี ที่ผ่านมานั้นไปทบทวนแก้ไขให้สอดคล้องกับปัญหาจริง จะได้สอดคล้องแล้วก็มีความคล่องตัว โดยเฉพาะในเรือนจำทุกวันนี้ ๘๕ เปอร์เซ็นต์นั้น ท่านประธานครับ เป็นผู้ติดยาเสพติด ผิดทางด้านยาเสพติดทั้งนั้น ขั้นตอนในการดำเนินคดีนั้นต้องไปรอการสอบสวนของตำรวจ ผมอยากเพิ่มเสรีภาพให้กับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ให้มีอำนาจในการสอบสวน และที่สำคัญวันนี้ ศาลเราตั้งมามากมาย ศาลอาญา ศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาเยอะแยะ อยากให้ตั้งอีกศาลหนึ่ง ศาลยาเสพติด เอาไว้เฉพาะในการพิจารณาเรื่องยาเสพติด มีขั้นตอนโดยเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. นั้นเป็นผู้สอบสวน ไม่ต้องรอตำรวจ เรามีเทคโนโลยี แต่เราทำเทคโนโลยีไม่ทันผู้ค้ายา ทำไม เราไม่ทำเครื่องเอกซเรย์คร่อมถนนตามสายทางต่าง ๆ ที่สายหลัก อย่างน้อยก็ปรามว่าวิ่งผ่าน ตรงนี้มีข้อสังเกต มีข้อมูลที่จะ Run ไปให้เจ้าหน้าที่ข้างหน้ารู้ว่ารถคันนี้มียาเสพติด ไม่ใช่ตั้งด่าน ทีละคันแล้วก็ตรวจ อันนี้โบราณมากครับ ก็ฝากไปที่ ป.ป.ส. ว่างบประมาณต่าง ๆ ผมคิดว่า สมาชิกสภาในที่นี้ถ้าท่านสามารถจะดำเนินงานเรื่องอุโมงค์เอกซเรย์ให้กับยาเสพติดตัวนี้ จับกุมยาเสพติดได้ผมว่าเป็นเรื่องดีให้ทันสมัย วันนี้ต้องกราบเรียนว่าเรามียาเสพติดเป็นปัญหา ใหญ่หลวง เพราะประเทศชาติเรายังเดินไม่ได้ ถ้าช้ากว่านี้จะย่ำแย่ โดยเฉพาะปัญหาใหญ่กว่า ยาเสพติดคือปัญหาตั้งรัฐบาล ไม่มีนายกรัฐมนตรี ถ้าหากวันนี้ท่านยังเล่นเกมการเมืองไม่จบสิ้น ทำให้การตั้งนายกรัฐมนตรีและการมีนายกรัฐมนตรีช้าไปประเทศชาติจะล่มจม แล้วก็ยาเสพติด จะเบิกบาน ก็ฝากไปที่ทั้งหน่วยงานแล้วก็ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา ทุกท่านว่าเดินหน้ากันเถอะครับ ลูกหลานเราจะติดยากันหมดแล้ว ลูกหลานเราจะตายกัน หมดแล้ว แล้วก็ฝากไปถึงสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดว่า กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย แล้วก็กระทรวงยุติธรรมเป็นหลัก ก็กราบเรียนท่าน ประธานว่าเป็นกำลังใจให้กับทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะสำนักงานคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามยาเสพติดและหน่วยงานที่กระทรวงยุติธรรมให้ดำเนินการตรงนี้ให้สำเร็จ แล้วก็ทำงานอย่างเข้มแข็งครับ ขอบคุณครับ