จิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับความล่าช้าและข้อบกพร่องในการตรวจสอบบัญชีของ กสทช. โดยเฉพาะความคลาดเคลื่อนในรายงานการเงินที่แตกต่างจากรายงานประจำปี รวมถึงการลงรายการค่าใช้จ่ายที่เกินจริงในหลายหัวข้อ พร้อมเรียกร้องให้ สตง. ชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อความโปร่งใส
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดศรีสะเกษ ท่านประธานครับ แต่เดิมผมไม่ได้คิดว่าจะอภิปราย เกี่ยวกับเรื่องรายงานการตรวจสอบบัญชีของผู้สอบบัญชีเกี่ยวกับ กสทช. แต่พอได้เห็น เอกสารก็ค่อนข้างจะตกใจเป็นอย่างยิ่ง เหตุผลที่ผมตกใจ ก็เพราะว่า กสทช. เป็นหน่วยงาน เป็นองค์กรที่มีขนาดใหญ่ มีสินทรัพย์ระดับหลายแสนล้าน แต่ปรากฏว่าเมื่อทำบัญชีมาแล้ว ผู้ตรวจสอบบัญชีกลับมีปัญหาในการตรวจสอบบัญชีเป็นอย่างยิ่งนะครับ ต้องขออนุญาตใช้คำว่า มีปัญหาเป็นอย่างยิ่ง ที่ว่ามีปัญหาเป็นอย่างยิ่ง ส่วนหนึ่งเป็นเรื่องของ เวลาครับ การตรวจสอบบัญชีความจริงแล้วใช้เวลาไม่เกิน ๑๒๐ วัน ถ้าเป็นบริษัทเอกชนปกติ ก็ให้ ๕ เดือน หรือประมาณ ๑๕๐ วัน แต่ถ้าเป็น กสทช. ให้เพิ่มอีก ๑ เดือน เป็น ๑๘๐ วัน แต่ปรากฏว่าครบ ๖ เดือนแล้วผู้ตรวจสอบบัญชีก็ยังตรวจไม่เสร็จครับท่านประธาน ตรวจเสร็จ ก็ต้องข้ามมาอีกปีหนึ่งเป็นปี ๒๕๖๕ ในเดือนกันยายน ใช้เวลากว่า ๒๑ เดือน จากเดิมที่ต้อง ใช้เวลาแค่ ๖ เดือน แสดงให้เห็นว่าต้องมีอุปสรรคอะไรบางอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ การเข้าถึงข้อมูลหรืออุปสรรคอื่น ๆ จึงมีอุปสรรคในการตรวจสอบบัญชี เพิ่งมาตรวจสอบ บัญชีแล้วเสร็จในเดือนกันยายน พ.ศ. ๒๕๖๕ และยิ่งไปกว่านั้นเมื่อมีการตรวจสอบพบ ข้อบกพร่อง เมื่อมีการแจ้งต่อผู้บริหาร ผู้บริหารก็ยังแก้ไขไม่แล้วเสร็จนะครับ และโดยทาง ผู้สอบบัญชีมีเขียนหมายเหตุไว้ว่า ณ วันที่มีการรายงานแจ้งผู้บริหารไปแล้ว แต่ผู้บริหาร ก็ยังแก้ไขไม่แล้วเสร็จ ผมก็ไม่มั่นใจว่าจนถึงวันที่พวกเราอภิปรายอยู่นี้ทาง กสทช. ได้ดำเนินการแก้ไขให้แล้วเสร็จหรือยัง หรือมีอุปสรรคอะไร ก็จะฝากทาง สตง. ช่วยแจ้ง พวกเราด้วยว่า ณ วันนี้ทาง กสทช. ได้ดำเนินการแก้ไขให้แล้วเสร็จแล้วหรือไม่ และเมื่อดู รายละเอียดของรายงานนะครับ ผมขออนุญาตไปแค่บางประเด็น แล้วก็จะพยายามไม่ให้ซ้ำ กับทางท่านผู้อภิปรายผู้อื่น มี ๓-๔ ประเด็น แต่ผมขออนุญาตกล่าวถึงในหน้า ๓ และหน้า ๔ ปรากฏว่ารายงานประจำปีที่ กสทช. ยื่นต่อสภาแห่งนี้ภายใน ๑๒๐ วัน และยื่นต่อ ครม. ด้วย มีส่วนแตกต่างจากรายงานการเงินที่ผู้สอบบัญชีสอบแล้วที่ยื่นให้พวกเราพิจารณาวันนี้อย่างมี นัยสำคัญจำนวนมากอยู่ในหน้า ๓ และหน้า ๔ นะครับ ซึ่งผมก็ขออนุญาตกล่าวถึงเฉพาะ ๓ ประเด็นก็แล้วกันเป็นตัวอย่าง ประเด็นหนึ่งที่มีความแตกต่างก็คือค่าใช้จ่ายตามคำสั่ง ศาลปกครองสูงสุด ในการรายงานประจำปีของ กสทช. ที่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบบัญชี กล่าวว่าไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ของผู้สอบบัญชีสอบแล้วมีค่าใช้จ่าย ๗๗๑.๖๗ ล้านบาท แต่ส่วนนี้ สามารถอธิบายได้ครับ เนื่องจากคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดเพิ่งมีคำพิพากษา ในปี ๒๕๖๔ เมื่อมีคำพิพากษาในปี ๒๕๖๔ ก็คงจะต้องใช้เวลา วันที่ลงวันที่ในคำพิพากษา กับวันที่อ่านคำพิพากษาอาจจะไม่ใช่วันเดียวกัน เมื่อมีคำพิพากษาในปี ๒๕๖๔ ย่อมไม่ปรากฏ ในรายงานการเงินของ กสทช. ก่อนที่จะมีการตรวจสอบบัญชี ส่วนนี้ผมคิดว่าให้ความเป็นธรรมกับ กสทช. สามารถอธิบายได้เนื่องจากคำพิพากษายังไม่ออกครับ แต่อีก ๒ ประเด็น ผมเห็นแล้ว ผมก็ตกใจมาก อย่างเช่นในหน้า ๔ ค่าสาธารณูปโภค รายงานประจำปีก่อนตรวจสอบบัญชี ๘๑.๘๖ ล้านบาท ขณะที่ สตง. ตรวจสอบแล้วบอกว่าลงบัญชีได้แค่ ๗๘.๗๕ ล้านบาท ถามว่าสาธารณูปโภคนี่เป็นค่าใช้จ่ายอะไรครับท่านประธาน เป็นเรื่องค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปา ส่วนนี้ยังมีปัญหาความคลาดเคลื่อนในการลงบัญชี ผมก็รู้สึกแปลกใจมาก เพราะจริง ๆ เท่าที่เคยตรวจสอบบัญชี เคยอ่านบัญชีจำนวนมาก ยังไม่ค่อยเคยเห็นว่ามีบริษัทไหน หรือองค์กรใดมีปัญหาในการลงบัญชีค่าสาธารณูปโภคนะครับ อันนี้เป็นเรื่องที่แปลกมาก ๆ ก็อยากจะให้ทาง สตง. ให้ข้อมูลกับเราเพิ่มเติมว่าคลาดเคลื่อนตรงไหน ส่วนอีกประเด็นหนึ่ง เรื่องของค่าใช้สอยครับท่านประธาน กสทช. บอกว่ามีค่าใช้จ่าย ๑,๔๒๒.๙๗ ล้านบาท ในขณะที่ สตง. ตรวจสอบแล้วปรากฏว่าค่าใช้จ่ายจริง ๆ ควรจะเป็น ๑,๑๑๘.๒๓ ล้านบาท หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ กสทช. ลงค่าใช้จ่ายเกินไป ๓๐๔.๗๔ ล้านบาท ซึ่งถามว่าค่าใช้สอย เป็นอะไร ก็อยู่ในหมายเหตุที่ ๔๓ ในหน้า ๔๒ ท่านประธานครับ มีค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ในประเทศ มีเรื่องของค่าเช่า มีค่าใช้จ่ายของการจ้างที่ปรึกษา การบริจาคการกุศล ค่าใช้จ่าย ในการเดินทางไปต่างประเทศ ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เหล่านี้ความจริงแล้วไม่น่าจะมีความคลาดเคลื่อน แต่สุดท้ายก็คลาดเคลื่อนไปถึง ๓๐๔.๗๔ ล้านบาทเศษ ซึ่งก็น่าเสียดายที่ในรายงานการตรวจสอบ บัญชีนี้มีหมายเหตุลงเฉพาะค่าใช้จ่ายที่ผู้ตรวจสอบบัญชีก็คือ สตง. คิดว่าสมควรจะลงหรือว่า ลงได้ แต่ส่วนที่ลงไม่ได้ไม่ได้นำข้อมูลมาใส่ ถ้าในคราวหน้าท่านได้นำข้อมูลมาแจ้งต่อเราว่า ค่าใช้จ่ายที่ สตง. เห็นว่าลงไม่ได้มีอะไรบ้าง ก็จะเป็นประโยชน์ครับ ก็ฝากทาง สตง. ให้ข้อมูล กับเราว่าประสบปัญหาอะไรในการตรวจสอบบัญชี เพื่อที่สภาแห่งนี้จะช่วยผลักดัน ให้การตรวจสอบบัญชีของ กสทช. สามารถดำเนินการได้ภายในระยะเวลา ๖ เดือนหลังจาก ที่สิ้นงวดบัญชี เพื่อให้การพิจารณาของสภาเป็นไปอย่างทันเหตุการณ์และสามารถแก้ไข ปัญหาให้พ่อแม่ พี่น้องประชาชนได้ ขอบพระคุณครับ