สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๙ สิงหาคม ๒๕๖๖

รวี เล็กอุทัย แสดงความกังวลเกี่ยวกับการดำเนินงานของ กสทช. และเรียกร้องให้หน่วยงานนี้เตรียมการป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พร้อมหารือเรื่องความชัดเจนของรายงานงบการเงินและค่าใช้จ่ายที่สูงเกินไป

นายรวี เล็กอุทัย อุตรดิตถ์

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ กระผม นายรวี เล็กอุทัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุตรดิตถ์ เขต ๓ พรรคเพื่อไทย สำหรับการอภิปรายรายงานการสอบบัญชีและรายงานการเงิน สำหรับ ปีสิ้นสุด ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๓ และรายงานการตรวจสอบการประเมินผล การใช้จ่ายเงินและทรัพย์สินสำหรับปี ๒๕๖๓ ของสำนักงานคณะกรรมการกิจการ กระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติหรือ กสทช. นะครับ ขอ Slide ขึ้นด้วยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

ผมขอแบ่งประเด็นคำถามครับ เพื่อให้ทาง กสทช. ได้โปรดชี้แจงให้เกิดความกระจ่าง โดยแบ่งออกเป็น ๒ ส่วนดังนี้ ๑. ประเด็น ด้านการดำเนินงานเชิงนโยบายที่ส่งผลกระทบต่อประโยชน์ของสาธารณะ ๒. ประเด็น ความชัดเจนของรายงบการเงิน

ประเด็นที่ ๑ ถึงแม้ว่าวันนี้ทางผู้ชี้แจงจะเป็นทางท่าน สตง. กสทช. อาจจะไม่ได้มา แต่ผมขอฝากประเด็นไปถึงทาง กสทช. ด้วยว่า สืบเนื่องจากพระราชกำหนด มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีซึ่งมีผลบังคับใช้ไปเมื่อตั้งแต่ วันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๖๖ และได้ผ่านการพิจารณา และมีการลงมติเห็นชอบจากสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรเป็นเรียบร้อยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทาง กสทช. ซึ่งเป็นหนึ่งในหน่วยงานสำคัญ ในการขับเคลื่อนมาตรการออกกฎหมายฉบับนี้ ท่านได้เตรียมการอย่างไรเพื่อปกป้อง ผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เช่นขบวนการแก๊ง Call Center อย่างที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายไป โดยเฉพาะการวางแนวปฏิบัติ ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดความรัดกุมและความปลอดภัย มากที่สุด

ประเด็นที่ ๒ Slide ถัดไปด้วยครับ เกี่ยวกับความชัดเจนของรายงาน ของงบการเงิน ก็เหมือนที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายไปเช่นเดียวกันว่าทำไมถึงมี ความล่าช้าในการเสนอรายงานของงบการเงินนี้ซึ่งเป็นการรายงานของปี ๒๕๖๓ ซึ่งก็ล่วงเลย ระยะเวลามาหลายปีแล้วครับ ณ ปัจจุบันนี้ปี ๒๕๖๖ แล้ว แล้วส่วนต่อมาก็คือเมื่อพิจารณา ถึงรายได้และรายจ่ายจากการดำเนินงาน ในส่วนของรายได้ในปี ๒๕๖๓ จะเป็นจำนวนเงิน ๑๐๔,๘๒๑,๕๙๒,๓๑๒.๑๐ บาท ในขณะที่มีรายจ่ายอยู่ที่ ๘๒,๔๐๒,๙๒๒,๕๕๗.๑๓ บาท ซึ่งเมื่อพิจารณาในส่วนของรายจ่าย โดยเฉพาะหมวดของค่าใช้จ่ายในการประมูล หมวดของ ค่าทดแทนชดใช้ หรือค่าตอบแทนตามคำสั่งหัวหน้า คสช. และหมวดค่าใช้จ่ายตามคำพิพากษา ศาลปกครองสูงสุด ซึ่งรวมกันแล้วคิดเป็นประมาณ ๓๘ เปอร์เซ็นต์ของรายจ่ายจาก การดำเนินการทั้งหมดนะครับ มีประเด็นที่ผมอยากจะขอเรียนถามทางผู้ชี้แจงเกี่ยวกับ รายจ่ายทั้ง ๓ ส่วนนี้ เนื่องจากตัวผมเองนั้นไม่ได้มีความรู้เรื่องของการดำเนินงานด้านการ จัดการประมูล และผมก็เชื่อว่าพี่น้องประชาชนทางบ้านอยากทราบ เช่นเดียวกันถึงวิธีการ ดำเนินงานของ กสทช. โดยเฉพาะการจัดการประมูลว่าเหตุใดจึงมีค่าใช้จ่ายในการจัดประมูล สูงถึงกว่า ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือคิดเป็นประมาณ ๓๗ เปอร์เซ็นต์ของค่าใช้จ่ายจาก การดำเนินงานทั้งหมด จึงอยากรบกวนให้ทางผู้ชี้แจงช่วยอธิบายให้เกิดความเข้าใจด้วย ในส่วนต่อไปเป็นประเด็นค่าใช้จ่ายที่อยากจะรบกวนให้ทาง กสทช. ช่วยชี้แจงนั้นก็คือ ค่าทดแทน ชดใช้ หรือค่าตอบแทนตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ซึ่งเป็นตัวเลขกว่า ๙๓๐ ล้านบาท ว่าตัวเลขนี้มีที่มาที่ไปอย่างไร เพราะ คสช. นั้นถูกยุบไปแล้วตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ ดังนั้นทำไม ถึงยังมีค่าใช้จ่ายหรือภาระผูกพันก้อนนี้ตามมาอยู่อีกจนถึงปี ๒๕๖๓ และในส่วนค่าใช้จ่าย สุดท้ายที่อยากให้ชี้แจงนั่นก็คือค่าใช้จ่ายตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ซึ่งเป็นจำนวนเงินกว่า ๗๗๑ ล้านบาท ทาง กสทช. ได้ดำเนินการไปแล้วหรือไม่ อย่างไร กับผู้ที่ทำให้เกิดความเสียหายนี้ครับ และเมื่อพิจารณาประกอบกับหมายเหตุที่ ๔๙ ตามรายงานของชุดนี้ กรณีข้อพิพาทและคดีที่สำคัญจะพบว่า กสทช. ถูกฟ้องเป็นจำนวน รวมทั้งสิ้น ๓๐ คดี ซึ่งมีทุนทรัพย์รวมถึง ๑๒๖,๕๐๙.๔๓ ล้านบาท ในขณะที่ กสทช. เอง เป็นโจทก์ทั้งหมด ๗ คดี คิดเป็นทุนทรัพย์ ๔,๗๙๒.๘๔ ล้านบาท จึงอยากทราบว่าทาง กสทช. ได้มีแนวทางในการแก้ไขลดข้อพิพาทและคดีความต่าง ๆ นี้อย่างไร เพื่อไม่ให้มีข้อพิพาท หรือคดีความเกิดขึ้นซ้ำอีกในอนาคตครับ จึงเรียนมาผ่านท่านประธานไปยังผู้ชี้แจงเพื่อกรุณา ตอบข้อซักถามทั้งหมดนี้ต่อไปด้วยครับ ขอบพระคุณครับ