วิโรจน์ ตั้งข้อสังเกตเหตุระเบิดมูโนะ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๓ สิงหาคม ๒๕๖๖

วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ตั้งข้อสังเกตเหตุระเบิดที่มูโนะ ชี้ปัญหาจากการตั้งโกดังพลุโดยไม่ได้รับอนุญาตในชุมชน และการไม่ถูกลงโทษผู้เกี่ยวข้องทั้งที่มีประวัติเคยถูกจับ พร้อมตั้งคำถามถึงความบกพร่องของเจ้าหน้าที่และช่องโหว่ในระบบยุติธรรม รวมถึงประเด็นการคอร์รัปชันและธุรกิจสีเทาในพื้นที่นราธิวาส โดยเฉพาะการเก็บส่วยในอุตสาหกรรมดอกไม้เพลิงและการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เท่าเทียม เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งตรวจสอบขบวนการเรียกรับผลประโยชน์ ปรับปรุงระบบควบคุมวัตถุอันตรายอย่างโปร่งใส และดำเนินการปราบปรามการรีดไถของเจ้าหน้าที่อย่างจริงจังเพื่อป้องกันความขัดแย้งจากความเหลื่อมล้ำและขาดความเป็นธรรม

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานที่เคารพครับ รายละเอียดความเสียหายที่เกิดขึ้นที่มูโนะผมคงไม่พูดซ้ำ เพราะมี เพื่อนสมาชิกหลายท่านก็พูดไปแล้ว ผมคิดอย่างนี้ครับว่าผมเรียนปรึกษาท่านประธาน แบบตรงไปตรงมา แล้วก็พูดกับเพื่อนสมาชิกทุกท่านผ่านท่านประธานด้วยว่า จากการประเมินหลุมระเบิดที่เมื่อสักครู่ท่านรอมฎอนได้เอามาเปิดให้ดูนะครับ คือมีการประเมินกันว่ามันมาจากดินดำที่เป็นส่วนผสมของพลุที่เก็บไว้ที่โกดังนี่ ไม่ใช่น้อย ๆ ครับ ท่านประธานครับ น่าจะมีมากถึง ๒-๓ คันรถสิบล้อ มีน้ำหนักรวมกันอาจจะมากถึง ๕ ตัน รัศมีการทำลายล้างนี่ ๒ กิโลเมตร ท่านประธานครับ อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาสนี่ อยู่ในพื้นที่กฎอัยการศึกนะครับเป็นไปได้อย่างไรครับที่เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายปกครองจะไม่รู้เลยว่ามีโกดังเก็บพลุ ในปริมาณมหาศาลไว้ที่ใจกลาง ชุมชน จะอ้างว่าไม่รู้ อ้างว่าไม่รู้แบบท่านรองนายกที่รักษาการอยู่นี่ก็คงไม่ได้ครับ ผมก็ต้อง พาท่านประธานย้อนกลับไปดูข่าวเมื่อวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๙ ตอนนั้น กอ.รมน. ภาค ๔ ส่วนหน้า ใช้กฎอัยการศึกตรวจโกดัง ๕ แห่ง ยึดดอกไม้เพลิง ๖๐ ตัน โดย ๓๐ ตัน ยึดได้จาก โกดัง ๒ ห้องที่มูโนะครับ โดยเจ้าของโกดังก็เป็นคนคนเดียวกันกับเจ้าของโกดังที่ระเบิด ในวันที่ ๒๙ กรกฎาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจฝ่ายความมั่นคงจะอ้างว่าไม่รู้นี่ ฟังไม่ขึ้นครับท่านประธาน เมื่อไม่กี่วันก่อน ๒๔ กรกฎาคม เพื่อนสมาชิกของผมคุณณัฐพล ก็พูดไปแล้วว่าโรงงานผลิตพลุที่ดอยสะเก็ด เชียงใหม่ก็เพิ่งระเบิดไป กระทรวงมหาดไทยก็เร่ง ทำหนังสือแจ้งผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ลงวันที่ ๒๖ กรกฎาคม ให้กำชับ และตรวจสอบโรงงาน แล้วก็โกดังผลิตพลุดอกไม้เพลิงต่าง ๆ แต่ก็ยังมาเกิดเหตุที่มูโนะใน วันที่ ๒๙ กรกฎาคมอีก คงมีข้อสงสัยกันใช่ไหมครับว่า เฮ้ย ทำไมมีหนังสือจาก กระทรวงมหาดไทยไปแล้ว กำชับไปแล้วถึงตรวจสอบโกดังผีแห่งนี้ไม่เจอ ยังครับ วันที่ ๓๐ กรกฎาคม อธิบดีกรมการปกครองก็ทำหนังสือเร่งรัดมาอีกฉบับหนึ่งครับให้นายอำเภอ ๘๗๘ แห่งทั่วประเทศเร่งตรวจสอบ ผมยืนยันกับท่านประธานครับว่าต่อให้ทำหนังสืออีกกี่ฉบับก็หาโกดังผีแห่งนี้ไม่เจอ เพราะโกดังผีแห่งนี้ไม่ได้ขออนุญาตในการเก็บดอกไม้เพลิง ท่านประธานก็ถามต่อ แล้วทำไม โกดังผีแห่งนี้มันไม่ยอมขออนุญาต ก็เพราะถ้ามันขออนุญาตก็จะออกใบอนุญาตให้ไม่ได้ เพราะตามประกาศกระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวง แรงงาน กระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องหลักเกณฑ์การควบคุมและกำกับดูแลการผลิต การค้า การครอบครอง การขนส่งดอกไม้เพลิงและวัตถุที่ใช้ในการผลิตดอกไม้เพลิง พ.ศ. ๒๕๔๗ อาคารที่ผลิตดอกไม้เพลิงต้องไม่ตั้งอยู่ใจกลางชุมชน กำหนดระยะห่างนะครับ ซึ่งเพื่อนสมาชิกก็ได้พูดไปแล้วว่าต้องห่างจากแนวรั้วอย่างน้อย ๒๐ เมตร อาคารต้องสร้าง ด้วยวัสดุไม่ติดไฟ แล้วถ้าเกิดมีความจำเป็นต้องทำให้เกิดประกายไฟต้องทำให้อยู่ห่างออกไป อย่างน้อย ๑๕ เมตร มีประกาศควบคุมอย่างดีครับ แต่โกดังเก็บพลุแห่งนี้ทุกอย่างสวนทาง กับประกาศฉบับนี้เลย ตั้งอยู่ในตลาดมูโนะใจกลางชุมชน ไม่มีมาตรการความปลอดภัยใด ๆ เหตุระเบิดเกิดขึ้นจากการเชื่อมเหล็กในโกดังแล้วเกิดประกายไฟ ดูสิครับ แถมเจ้าของโกดัง ก็ยังเคยถูกจับในคดีลักลอบเก็บพลุมาแล้วเมื่อปี ๒๕๕๙ ถามต่อว่า เฮ้ย ไม่ขอใบอนุญาตนี่ แล้วเจ้าของเขาไม่กลัวเกรงกฎหมายอะไรเลยหรือ ท่านประธานครับ เขาจะกลัวทำไมครับ เพราะตามมาตรา ๗๗ ของ พ.ร.บ. อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน โกดังพลุเถื่อน โรงงานผลิตพลุเถื่อน การตั้งโรงงานนำเข้า จำหน่ายพลุ เถื่อน ดอกไม้เพลิงเถื่อนถ้าไม่ขออนุญาตมาตรา ๗๗ ลงโทษแค่จำคุกไม่เกิน ๑ เดือน ปรับไม่เกิน ๑,๐๐๐ บาท แถมในปี ๒๕๕๙ เงินบาทเดียวก็ไม่ได้ปรับ คุกสักวันหนึ่งก็ไม่ได้อยู่ จับกุมเป็นข่าวใหญ่โต แต่สุดท้ายมีอภินิหารอะไรเกิดขึ้นก็ไม่ทราบ ซึ่งต้องไปสอบกันต่อ อัยการสั่งไม่ฟ้อง ทำไม กอ.รมน. ภาค ๔ ส่วนหน้าทำไมทำงานได้หละหลวมขนาดนี้ ตำรวจเกิดอะไรขึ้นถึงกับอัยการสั่งไม่ฟ้อง

ต่อครับ ท่านประธาน สมมุติว่าถ้าอยู่ดี ๆ คนประกอบอาชีพสุจริตไปขอ ใบอนุญาตที่เก็บดอกไม้เพลิง ผลิตดอกไม้เพลิงต้องเจอกับอะไรบ้างครับ ก็ต้องมีภาระ ในการทำตามคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ ๓๖๗/๒๕๔๔ เรื่อง การกำหนดเงื่อนไข ลงในใบอนุญาตว่าด้วยการเก็บรักษาดอกไม้เพลิง โดยมีหน้าที่ต้องทำบัญชีเป็นรายเดือน แสดงแหล่งที่มาของดอกไม้เพลิง ปริมาณดอกไม้เพลิง ยอดคงเหลือให้นายทะเบียนท้องที่ ตรวจภายในวันที่ ๑๕ ของทุกเดือน นี่ละครับ สู้จ่ายส่วยทุกวันที่ ๓๐ ดีกว่า ไม่ต้องทำอะไรเลย เป็นโกดังผีล่องลอยอยู่อย่างนั้น ผมคิดว่ากรณีนี้ผู้บัญชาการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส แล้วก็แม่ทัพภาค ๔ รู้อยู่แก่ใจอยู่แล้วว่าพื้นที่ตำบลมูโนะ อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส เป็นพื้นที่ที่ชุกชุมไปด้วยธุรกิจสีเทา สินค้าหนีภาษีบ้าง ยาเสพติดบ้าง การค้าแรงงานเถื่อนบ้าง ตกลงพื้นที่ตรงนี้ยังคงมีกฎอัยการศึกอยู่หรือเปล่าครับ แล้วตกลงกฎอัยการศึกเอามาใช้ เพ่งเล็งแต่ประชาชนอย่างเดียวใช่หรือไม่ ตกลงธุรกิจสีเทาเหล่านี้แม่ทัพภาค ๔ และหน่วยงานความมั่นคง และเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ถือว่ามันเป็นภัยความมั่นคง ของราชอาณาจักรหรืออย่างไร หรือมองว่ามันเป็น Sponsor ของฝ่ายความมั่นคงกันแน่ มีข้อครหาตลอดครับท่านประธานว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเรียกรับ ผลประโยชน์ มีการเก็บส่วยส่งต่อให้นายเป็นทอด ๆ แล้วพื้นที่ตรงนี้ผมคิดว่าคนนราธิวาส เหลืออดกันแล้ว เพราะที่ผ่านมาเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมานี่เองก็เพิ่งจะมีการดำเนินคดี กับอดีตนายตำรวจระดับสูง อดีตนายอำเภอที่เคยปฏิบัติหน้าที่ในจังหวัดนราธิวาสในคดี ร้ายแรงพอสมควร จริงเท็จเป็นประการใดก็ต้องขึ้นอยู่กับกระบวนการยุติธรรมคือคดีครอบครองยาเสพติด และความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับทรัพย์สิน ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ช่วยเหลือ ผู้ต้องหาคดียาติดให้พ้นจากการถูกดำเนินคดี ทำไมตำรวจระดับสูงถึงเป็นอย่างนี้ ทำไมเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองแทนที่จะไปเป็นหลักยึดให้คนนราธิวาสถึงถูกดำเนินคดีแบบนี้ กรณีโกดังพลุระเบิดในครั้งนี้ ผมฝากท่านประธานผ่านไปยังนายกรัฐมนตรีเลย ถ้าจะตัดตอน แค่เจ้าของโกดังผมว่าประชาชนยอมรับไม่ได้ครับ ต้องสอบสวนในประเด็นส่วย และการเรียกรับผลประโยชน์ด้วย คนในพื้นที่เขารู้ดีว่าจ่า ฟ มีความสัมพันธ์กับนักการเมือง ในพื้นที่ เป็นคนที่คอยเก็บส่วยส่งนาย ตอนนี้ได้ข่าวว่าย้ายไปแล้ว แต่ประชาชนก็กังวลว่า ย้ายไปเป็นพิธีนะครับ แล้วเดี๋ยวก็จะย้ายกลับมาเหมือนกับการเลือกตั้งครับ ประชาชน เลือกเป็นพิธาสุดท้ายได้เป็นพิธี เขาก็กลัวอย่างนี้ ผมก็อยากรู้ว่าตกลงแล้วจ่า ฟ ที่ว่านี่ กับ ผบ.ตร. พลตำรวจเอก ดำรงศักดิ์ใครจะใหญ่กว่ากัน ไม่ใช่ว่าพอ พลตำรวจเอก ดำรงศักดิ์ เกษียณปุ๊บ จ่า ฟ กลับมาเก็บส่วยเหมือนเดิม ประชาชนตั้งคำถามว่ารัฐบาลปล่อยให้ตำรวจ แบบนี้ไปรีดไถคนนราธิวาสได้อย่างไร แล้วถ้าปล่อยให้การกดขี่รีดไถยังเป็นอยู่แบบนี้คน นราธิวาสและคนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้จะรู้สึกอย่างไรครับ การรีดไถแบบนี้ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นี่ละครับคือชนวนแห่งความขัดแย้งที่แท้จริง เพราะที่ใดมีการกดขี่ ที่นั่นย่อมมีการต่อสู้เป็นเรื่องปกติ สิ่งที่รัฐบาลควรเร่งดำเนินการครับท่านประธาน ผมขออนุญาตสรุปคือการแก้ไข พ.ร.บ. อาวุธปืนครับให้ปรับอัตราโทษในการไม่ขออนุญาต ให้รุนแรงขึ้น มีระบบการลงทะเบียนปริมาณยอดคงเหลือของดอกไม้เพลิงที่สามารถตรวจสอบ ย้อนหลังเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโกดังเถื่อน โรงงานพลุเถื่อนเกิดขึ้น และที่สำคัญที่สุดครับ ต้องเร่งปราบปรามส่วยและการรีดไถของเจ้าหน้าที่รัฐที่ตำบลมูโนะอย่างจริงจัง ไม่ให้คนเหล่านี้ อาศัยอำนาจรัฐ อาศัยชุดสีเขียวลายพราง สีกากีในการกดขี่ประชาชนอีกต่อไป พลุไม่ได้อยู่ แค่ในโกดังครับท่านประธาน พลุวันนี้มันอยู่ในใจคน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้หมดแล้ว และพลุที่มันสุมอยู่ในใจคนถ้ามันโดนกด โดนขี่ ไม่แคล้วครับสักวันมันก็ระเบิดออกมา ขอบพระคุณครับท่านประธาน