กัณวีร์ สืบแสง หารือทั้งในด้านการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการเก็บพลุ-ประทัดและการควบคุมสถานประกอบการที่เก็บวัตถุอันตราย โดยชี้ถึงช่องโหว่และปัญหาการขาดการมีส่วนร่วมของชุมชน พร้อมเสนอให้มีประชาพิจารณ์และจัดทำธรรมนูญชุมชนร่วมกับท้องถิ่นเพื่อป้องกันเหตุซ้ำ รวมถึงเรียกร้องการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างยั่งยืนในด้านที่อยู่อาศัย การศึกษา และสุขภาพทั้งกายและใจตามหลักมนุษยธรรม
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายกัณวีร์ สืบแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม ก่อนอื่นต้องขออนุญาตแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบ และรวมทั้ง ผู้ที่เสียชีวิตด้วยนะครับต่อเหตุการณ์ครั้งนี้ วันนี้ผมจะขออภิปรายสั้น ๆ ในเรื่องเกี่ยวกับ สาเหตุแห่งปัญหา และรวมทั้งสาเหตุนี้จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับช่องโหว่ในการบังคับใช้กฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับการเก็บโกดัง พลุ ประทัด รวมทั้งดอกไม้เพลิง แล้วก็จะรวมทั้งนำเสนอ ข้อเสนอที่จะแก้ไขปัญหาตรงนี้ออกมาว่าเราจะสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างไรที่จะไม่ให้ โศกนาฏกรรมครั้งนี้เกิดขึ้นอีกต่อไปนะครับ
การอภิปรายอันที่ ๒ นี้ผมอยากจะเสนอต่อที่ประชุมนี้ ก็คือเรื่องเกี่ยวกับ กระบวนการเยียวยา กระบวนการฟื้นฟูตามหลักมนุษยธรรมหลักสากล รวมทั้งหลักสังคม สงเคราะห์จะเป็น ๒ เรื่องที่ขออภิปรายสั้น ๆ ครับ
ในเรื่องแรก ตามที่ผู้อภิปรายในเบื้องต้นได้อภิปรายในหลาย ๆ เรื่องนะครับว่า จริง ๆ แล้วผมขอเรียนอย่างนี้ครับท่านประธาน จริง ๆ ต้องขออนุญาตตกใจด้วยความเคารพ ว่าเรามีกฎหมายหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ. เกี่ยวกับวัตถุอันตราย พ.ร.บ. เกี่ยวกับ อาวุธปืน เครื่องกระสุน วัตถุระเบิด พ.ร.บ. ความปลอดภัย อาชีวอนามัย สภาพแวดล้อม ในการทำงาน เรามีต่าง ๆ มากมาย ข้อบังคับต่าง ๆ เราก็มี ไม่ว่าจะเป็นข้อบังคับ แนวทาง ปฏิบัติแบบบูรณาการของ ๕ กระทรวงที่เพื่อนผู้อภิปรายได้อภิปรายไปเรียบร้อยแล้ว แต่ทำไมกฎหมายต่าง ๆ ข้อบังคับต่าง ๆ ถึงยังไม่สามารถที่จะเอาไปบังคับใช้ได้ ปัญหาตรงนี้ ละครับมันคือปัญหาหลัก ๆ ของเราที่เรายังมีปัญหามามากกว่า ๑๐๐ ครั้ง จาก ๑๐ กว่าปี ที่ผ่านมา ดังนั้นเรื่องนี้จำเป็นที่เราจะต้องมาดูว่าต้นเหตุของปัญหามันอยู่ตรงไหน การบังคับ ใช้กฎหมาย สาเหตุต่าง ๆ ที่เพื่อนสมาชิกได้บอกว่าส่วยคือปัญหาหลัก ๆ การคอร์รัปชัน ต่าง ๆ คือปัญหาหลัก แต่จริง ๆ แล้วปัญหาหลัก ๆ คือว่า การไม่มีส่วนร่วมของ ภาคประชาชน การไม่มีส่วนร่วมของประชาชนเจ้าของพื้นที่ที่จะมาบอกว่าพื้นที่ตรงนี้เขาจะมี ความคิดอย่างไรในการจะจัดตั้งโกดัง สถานประกอบการต่าง ๆ ในพื้นที่ตรงนี้เกี่ยวกับในการ บรรจุพลุ ประทัดต่าง ๆ ในพื้นที่ของเขา ที่มูโนะเองที่เราเห็นว่าที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปราย ในเบื้องต้นว่าโกดังที่เก็บพลุก็อยู่ใกล้กับบ้านไม่เกิน ๒ เมตร อันนี้ละครับจริง ๆ แล้ว มีแผนแม่บทของเราอยู่ในการที่ว่าหากเกิดมีการกระทำใด ๆ ที่จะมีการกระทบต่อชุมชน ต่อพื้นที่จำเป็นต้องมีการจัดทำประชาพิจารณ์ให้เกิดขึ้น จำเป็นต้องมีการฟังเสียง พี่น้องประชาชนว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นจะสามารถมีการสร้างได้หรือไม่ อันนี้ละครับจะเป็น การแก้ไขปัญหาแบบยั่งยืน อันนี้ละครับจะทำให้เราสามารถเสริมอำนาจให้กับชุมชน เสริมอำนาจให้กับประชาชนในการ พิจารณาร่วมกัน สมการง่าย ๆ เลยครับว่าคนที่เซ็นใบอนุญาตบ้านช่องของเขาไม่ได้อยู่ติดกับ พื้นที่ที่มีโกดังเก็บพลุ เก็บระเบิด แต่คนที่อยู่ตรงนั้นไม่มีอำนาจในการจะเซ็นใบอนุญาต เพราะฉะนั้นคนที่เซ็นไม่ได้อยู่ คนที่อยู่ไม่ได้เซ็น เราจำเป็นต้องแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุไม่ให้เกิด เหตุการณ์ครั้งนี้อีกในอนาคต เพราะฉะนั้นข้อเสนอในการแก้ไขปัญหาตรงนี้ก็คือ ให้มีการจัดทำประชาพิจารณ์หากจะมีโกดังเก็บพลุ เก็บประทัด เก็บดอกไม้เพลิง ใกล้ชุมชนไหน ก็จำเป็นจะต้องมีการพิจารณาจัดทำประชาพิจารณ์ จะต้องมีการคิดพิจารณาในเรื่องเกี่ยวกับ การจัดทำธรรมนูญชุมชนให้ได้ แล้วไปสอดคล้องกับตัวกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น อันนี้เป็นข้อเสนอ คล้าย ๆ กับการจัดทำ SEA ไม่ว่าจะเป็น การประเมินผลกระทบทางยุทธศาสตร์เกี่ยวกับสภาพแวดล้อม สิ่งแวดล้อมต่าง ๆ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้สามารถทำได้
อันที่ ๒ ที่ผมขออนุญาตอภิปรายสั้น ๆ ณ ปัจจุบันนี้การฟื้นฟูและการเยียวยา สำหรับผู้มีผลกระทบ การฟื้นฟูและเยียวยาสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์มูโนะนี้ เราเห็นครับว่ามันเป็นแค่การกุศล คือการ Charity คือการให้ของไปโดยที่ไม่ได้ Plan เกี่ยวกับการวางแผนในการที่จะวางแผนการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน เพราะฉะนั้นผลกระทบ ตรงนี้จำเป็นต้องใช้หลักการมนุษยธรรมตามหลักสากล เราเห็นครับ โศกนาฏกรรมครั้งนี้มีผู้ ได้รับผลกระทบมากกว่า ๔๐๐ ครัวเรือน ๑,๐๐๐ กว่าชีวิตที่ได้รับผลกระทบ ดังนั้นต้องวางแผนตั้งแต่ต้นว่าตอนนี้ความต้องการสูงสุดของพวกเขาคืออะไร มีเพื่อน อภิปรายไปแล้วครับ สิ่งสำคัญหลัก ๆ ก็คือเรื่องเกี่ยวกับพื้นที่พักพิง พื้นที่พักพิงที่ผมได้ลงไป สังเกตการณ์ได้เห็นครับว่าคนที่ได้รับผลกระทบ ผู้ที่มีพื้นที่พักพิงที่ไม่สามารถอยู่ได้ในบ้าน ตัวเองกลับไปอยู่ในพื้นที่ที่ใช้เป็นพื้นที่พักพิงเป็นการชั่วคราว แต่ว่าถ้าเราดูจริง ๆ แล้ว ผลกระทบหลัก ๆ เรื่องเกี่ยวกับบ้านพักอาศัยจำเป็นต้องใช้ระยะเวลายาวนาน อาจจะใช้เวลา เป็นปี เพราะฉะนั้นในส่วนราชการ ในท้องถิ่น หรือรัฐบาลเรา เพราะว่าเป็นการทำผิด ของส่วนราชการ ในการออกใบอนุญาตนี้เราจำเป็นต้องรับผิดชอบต่อผู้ได้รับผลกระทบ เราอาจจะคิด พิจารณาเกี่ยวกับ Model ที่เราเคยใช้ในช่วง COVID-19 ก็ได้ ในการจัดสรร พื้นที่ที่ให้คนที่ได้รับผลกระทบไปอยู่เป็นระยะเวลานาน เพราะว่าเราจะต้องมีการเยียวยา เกิดขึ้น ในเรื่องเกี่ยวกับการศึกษาครับ เด็กนักเรียน จำเป็นครับต้องได้รับการศึกษา จะทำ อย่างไรในการที่จะเอาเด็กนักเรียนนี้กลับเข้ากระบวนการการศึกษาให้ได้ ในเรื่องเกี่ยวกับ สาธารณสุข การแพทย์ จิตใจ จำเป็นมาก ๆ ครับ เพราะฉะนั้น ๓ เรื่องหลัก ๆ นี้จะเป็น ๓ เรื่องที่จำเป็นต้องมีการพิจารณาอย่างเร่งด่วน สามารถที่จะจัดหาพื้นที่พักพิงให้เขาอยู่ได้ เป็นการกึ่งถาวร ๒. เอาเด็กนักเรียน นักศึกษาเข้ากระบวนการศึกษาให้ได้ ๓. เรื่องเกี่ยวกับ การสาธารณสุข ขอบคุณครับ