ปิยะนุช ยินดีสุข หารือเรื่องการแลกเปลี่ยนข้อมูลภาษีอากรระหว่างประเทศ และเสนอข้อสังเกตในการสนับสนุนเห็นชอบพระราชกำหนดการนี้ โดยหารือเกี่ยวกับร่างพระราชกำหนดฉบับใหม่เกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนข้อมูลภาษีอากร และเรียกร้องให้รัฐบาลยืนยันร่างพระราชบัญญัติแล้วจึงพิจารณาในสภา นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการตรวจสอบบัญชีการเงิน และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล โดยเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาเพิ่มเติมเพื่อป้องกันการล่วงละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวของประชาชน
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวปิยะนุช ยินดีสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๗ พรรคเพื่อไทย วันนี้เป็นการพิจารณาพระราชกำหนดการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อปฏิบัติ ตามความตกลงระหว่างประเทศเกี่ยวกับภาษีอากร พุทธศักราช ๒๕๖๖ หรือที่เรียกว่า กฎหมายเพื่อต่อต้านการเลี่ยงภาษีข้ามชาติ ตามที่คณะรัฐมนตรีได้เสนอมา ดิฉัน ได้ทำการศึกษาแล้วก็อยากที่จะสนับสนุนเห็นชอบใน พ.ร.ก. ฉบับนี้ แต่ดิฉันพบข้อกังวล แล้วก็ข้อสังเกตอยู่บางประเด็นค่ะท่านประธาน
ในประการแรก เราต้องพิจารณาก่อนว่าเหตุผลในการประกาศใช้ พ.ร.ก. ฉบับนี้เป็นไปตามเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญในการตราพระราชกำหนดตามมาตรา ๑๗๒ วรรคหนึ่ง หรือไม่ ที่บัญญัติเอาไว้ให้เป็นไปเพื่อประโยชน์ในอันที่จะรักษาความปลอดภัย ของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจหรือป้องปัดภัยพิบัติ สาธารณะ เพราะหากไม่เป็นไปตามเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญแล้วนั้นดิฉันกังวลว่า อาจจะนำไปสู่การไม่มีผลใช้บังคับมาตั้งแต่ต้นโดยคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญค่ะ ดิฉันเข้าใจดีนะคะว่าประเทศไทยนั้นเป็นภาคีสมาชิกของ Global Forum on Transparency and Exchange of Information for Tax Purposes ซึ่งจำเป็นต้องมีการปฏิบัติตาม พันธกรณีในการแลกเปลี่ยนข้อมูลภาษีอากรภายในเดือนกันยายน ๒๕๖๖ นี้ พันธกรณีนี้ เป็นสิ่งใหม่แล้วก็มีความซับซ้อนเป็นอย่างมาก จึงจำเป็นต้องออกพระราชกำหนดฉบับนี้ เพื่อให้สถาบันการเงินได้เตรียมข้อมูลบัญชีทางการเงินให้พร้อมเพื่อความโปร่งใส ของภาษีอากรระหว่างประเทศ ไม่เช่นนั้นแล้วประเทศไทยอาจถูกจัดให้เป็นประเทศ ที่ไม่ให้ความร่วมมือโดยสหภาพยุโรปได้ค่ะ แต่ดิฉันมีข้อสังเกตค่ะท่านประธาน พระราชบัญญัติฉบับนี้ออกมาเมื่อวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๖๖ ซึ่งสภาผู้แทนราษฎร ได้ถูกยุบไปแล้ว ดิฉันเข้าใจดีว่ารัฐบาลได้เสนอร่างพระราชบัญญัติต่อสภา ซึ่งพิจารณา ชั้นกรรมาธิการเสร็จสิ้นแล้ว แต่เนื่องจากมีการปิดสมัยประชุมสภา ร่างพระราชบัญญัตินี้ จึงค้างการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ดิฉันจึงอยากขอถามท่านประธานว่าเหตุใด เราจึงไม่รอให้จัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ให้ได้เสียก่อนเพื่อยืนยันร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ แล้วจึงค่อยพิจารณาเหมือนกฎหมายปกติที่ผ่านการพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎร ๓ วาระ เพื่อเปิดโอกาสให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอย่างดิฉันและเพื่อน ๆ ได้พิจารณาร่วมกัน อย่างรอบคอบและถี่ถ้วนค่ะ
ประการต่อมา ดิฉันมีข้อกังวลเมื่อดูเนื้อหาของพระราชกำหนดฉบับนี้ โดยเฉพาะความในมาตรา ๑๘ ซึ่งระบุไว้ถึงข้อมูลบัญชีการเงินที่เราจะต้องส่งรายงาน ให้แก่อธิบดี ดิฉันขออ่านบางประการนะคะ
ข้อ ๑ ข้อมูลเกี่ยวกับเจ้าของบัญชีหรือผู้มีอำนาจควบคุมของเจ้าของบัญชี ประกอบไปด้วย ชื่อ ที่อยู่ หมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี วัน เดือน ปีเกิด และสถานที่เกิด
ข้อ ๒ ข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีการเงิน ได้แก่ เลขที่บัญชี ยอดเงินในบัญชี หรือมูลค่าเงินสดในกรมธรรม์ ดอกเบี้ยที่ได้รับ รวมถึงผลประโยชน์อื่นใดตามที่อธิบดีประกาศ กำหนด หรือพูดง่าย ๆ มันคือการตรวจสอบบัญชีของบุคคลธรรมดา ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ ล้วนแล้วแต่เป็นข้อมูลส่วนบุคคลทั้งสิ้นค่ะ ท่านประธานคะ โดยหลักการแล้วการเปิดเผย ข้อมูลเหล่านี้ต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลใช่หรือไม่คะ ซึ่งเจ้าของข้อมูล ก็คือประชาชนตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พุทธศักราช ๒๕๖๒ การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่ขัดต่อ PDPA แต่พระราชกำหนดฉบับนี้ไม่ให้ระบุ หรืองดเว้นการเป็นไปตาม พ.ร.บ. คุ้มครองส่วนบุคคลแต่อย่างใด ดิฉันจึงมีข้อคำถาม ต่อท่านประธานค่ะว่ามีหลักเกณฑ์ กลไก หรือมาตรการกำกับดูแลเกี่ยวกับการให้ ความคุ้มครองข้อมูลบัญชีการเงินที่จำเป็นต้องถูกรายงาน ซึ่งถือว่าเป็นข้อมูลส่วนบุคคล อย่างไรคะ เพื่อไม่ให้เกิดการล่วงละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวของข้อมูลส่วนบุคคล และป้องกันมิให้ถูกนำไปใช้หรือแสวงหาผลประโยชน์ในทางมิชอบ ดิฉันมองว่า พ.ร.ก. ฉบับนี้ เป็นกฎหมายที่กระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมากค่ะ เมื่อดิฉัน ชั่งระหว่างความจำเป็นและสิทธิเสรีภาพที่จะได้รับผลกระทบแล้วนะคะ ดิฉันเห็นว่า ไม่ควรเป็นกฎหมายที่ออกโดยฝ่ายบริหารและบังคับใช้โดยฝ่ายบริหาร แต่ควรจะตราขึ้น โดยผ่านกระบวนการพิจารณากฎหมายตามปกติของสภาผู้แทนราษฎรที่เปิดโอกาส ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้อภิปรายร่วมกันอย่างรอบคอบและถี่ถ้วน
ท่านประธานคะ สุดท้ายนี้ดิฉันเห็นชอบกับ พ.ร.ก. ฉบับนี้ แต่จากข้อสังเกต และคำถามที่ดิฉันได้อภิปรายไปข้างต้นยังเป็นสิ่งที่ดิฉันอยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้พิจารณาเพิ่มเติมเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเราค่ะ ขอบคุณค่ะ