ว่าที่ร้อยตรี สมชาติ เตชถาวรเจริญ แสดงความกังวลเกี่ยวกับระยะเวลาการบังคับใช้กฎหมายและขาดมาตราใดๆ ที่กล่าวถึงสิทธิของเจ้าของข้อมูล และเรียกร้องการรับรองว่าข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับพระราชกำหนดการแลกเปลี่ยนข้อมูลจะถูกเก็บรักษาและปกป้องอย่างปลอดภัย นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการรั่วไหลของข้อมูลจากกรมสรรพากรและเรียกร้องการรับผิดชอบจากท่านประธาน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ว่าที่ร้อยตรี สมชาติ เตชถาวรเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต เขต ๑ ขออภิปรายพระราชกำหนดการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อปฏิบัติตามความตกลงระหว่างประเทศ เกี่ยวกับภาษีอากร พุทธศักราช ๒๕๖๖
ในประเด็นที่ ๑ ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่า พ.ร.ก. ฉบับนี้ มิได้เป็นเรื่องเร่งด่วนแต่ประการใด เหตุผลที่ผมกล่าวเช่นนี้ก็เพราะว่าเมื่อเข้าไปดู ในหน้า Website ของ OECD แล้วนี่ในส่วนของ Section Country Monitoring และปรากฏว่ามีการระบุข้อมูลใน Website ว่าประเทศไทยอยู่ระหว่าง Pending status ของ Domestic law หรือการรอแล้วอยู่ระหว่างการออกกฎหมายภายในประเทศนะครับ แต่ปรากฏว่าเมื่อ Click เข้าไปดูในหน้าถัดไปในส่วนของประเทศไทยไม่พบว่ามี TimeLINE ที่กำหนดไว้สอดคล้องกับหมายเหตุของ พ.ร.ก. ฉบับนี้ว่าจะต้องมีการแล้วเสร็จภายใน เดือนกันยายน ๒๕๖๖ แต่ประการใด ปรากฏว่าในหน้า Website ใน Quarter ที่ ๓ ของปี ๒๐๒๓ จะมีอยู่ประมาณ ๕-๖ ประเทศเท่านั้นเอง อาเซอร์ไบจาน โคลัมเบีย กาย่า เซเนกัล และอีก ๒ ประเทศนะครับ ฉะนั้นแล้วยกตัวอย่างเทียบเคียงในกรณีที่ผ่านมา รัฐบาลชุดที่แล้ว พ.ร.บ. อุ้มหาย มีความพยายามที่เสนอ พ.ร.ก. เพื่อเลื่อนระยะเวลา การบังคับใช้กฎหมายฉบับดังกล่าวออกไป แต่สุดท้ายศาลปัดตก แล้วเกิดอะไรขึ้นครับ มีใครในรัฐบาลออกมารับผิดชอบหรือไม่ อย่างไร ทั้ง ๆ ที่ พ.ร.บ. อุ้มหายต่างหาก ที่เป็นกฎหมายที่เข้ามาแก้ไขความเดือดร้อนของประชาชนภายในประเทศ ฉะนั้น ผมไม่เห็นว่า พ.ร.ก. ฉบับนี้เป็นเรื่องเร่งด่วนแต่ประการใดนะครับ
ประการถัดมานะครับ ผมขอหารือผ่านท่านประธานว่า ทั้ง ๓๒ มาตรา ที่อยู่ในมือของผมและของทุก ๆ ท่านในที่นี้ไม่มีมาตราใดแม้แต่มาตราเดียวที่บอกถึงสิทธิ ของเจ้าของข้อมูลเลยครับ เช่น ข้อมูลที่มีอำนาจตามมาตรา ๓ เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ อธิบดี กรมสรรพากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ส่งข้อมูลจะส่งข้อมูลไปให้ใครบ้าง แล้วส่งข้อมูลใดบ้าง แล้วข้อมูลนั้นจะมีการบันทึกว่าส่งเมื่อไร อย่างไรหรือไม่ ไม่ปรากฏ อยู่ใน พ.ร.ก. ฉบับนี้แม้แต่นิดเดียวครับ
ประการถัดมาประการที่ ๓ ธนาคารหรือสถาบันการเงินที่ระบุไว้ในมาตรา ๑๗ และมาตรา ๑๘ ที่จะต้องส่งข้อมูลให้กับอธิบดีกรมสรรพากร หรือผู้มีอำนาจ หรือรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงการคลัง สุดท้ายข้อมูลเหล่านั้นจะต้องถูกส่งต่อไปยังต่างประเทศ ข้อกังวล ก็คือกรมสรรพากรมีมาตรการการเก็บรักษาข้อมูลได้ดีเพียงใด มีโอกาสที่ข้อมูลจะหลุดรั่ว เหมือนข้อมูลของวัคซีนหมอพร้อมที่ผ่านมาหรือไม่ อย่างไร มีมาตรการในการเก็บรักษา ข้อมูลและปกป้องข้อมูลได้ดีมากน้อยเพียงไรนะครับ ที่ผมต้องยก Case กรณีหมอพร้อม ขึ้นมานี่ เพราะมันมีตามสื่อที่ออกทุกท่านทราบดีอยู่แล้วนะครับ Ministry of Public Health Immunization Center ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ออกมามีการรับข้อมูลของผู้ที่มีประวัติ การฉีดวัคซีน แล้วปรากฏว่าข้อมูลดังกล่าวมีการรั่วไหลออกไปตามสื่อที่เป็นหน้าข่าวอยู่ ก็คือ 9Near ๕๕ ล้านรายชื่อ นี่แค่เบา ๆ แค่ข้อมูลของคนที่ได้รับการฉีดวัคซีนยังรั่วออกไป ถึง ๕๕ ล้านรายชื่อนะครับ กระทรวงการคลังกำหนดสิทธิระดับสิทธิการใช้งานระบบของเจ้าหน้าที่ตั้งแต่ข้อที่ ๑ ถึงข้อที่ ๖ ในข้อที่ ๓ มันระบุว่าเจ้าหน้าที่มีสิทธิที่จะนำข้อมูลที่เป็น Excel Sheet ออกไปด้วย ข้อมูลที่นำออกไปไปอยู่ไหนครับ แก๊งมิจฉาชีพก็นำไปหลอกลวงไม่ว่าจะเป็น Call Center ก็ดี อย่าลืมว่าข้อมูลของหมอพร้อมเป็นแค่ข้อมูลเบา ๆ แต่เรากำลังพูดถึง พ.ร.ก. ฉบับนี้เป็นข้อมูลที่ไม่ใช่แค่บัตรประชาชน ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ อายุ อาชีพ แต่มีบัญชี ธนาคาร ยอดเงินในบัญชีธนาคารของบุคคลที่อยู่ภายใต้ พ.ร.ก. ฉบับนี้ ข้อมูลของ หมอพร้อมที่ผ่านมาต้องกราบเรียนท่านประธานว่าที่ผ่านมามีผู้รับผิดชอบ มีผู้ออกมา แสดงความรับผิดชอบหรือไม่ อย่างไร เจ้ากระทรวงที่ดูแลอยู่ เจ้ากระทรวงที่เกี่ยวข้อง กับหมอพร้อมไม่มีใครออกมารับผิดชอบ ทั้ง ๆ ที่ควรจะต้องแสดงความรับผิดชอบ ด้วยการลาออกด้วยซ้ำไป
ประการสุดท้าย หากเกิดการรั่วไหลของข้อมูลจากกรมสรรพากรขึ้นมา ผมอยากจะฝากท่านประธานครับ ใครจะรับผิดชอบหากเกิดการรั่วไหลของข้อมูล โดยเฉพาะ ข้อมูลทางด้านการเงินเหมือนกับข้อมูลของหมอพร้อมที่ยังไม่มีใครออกมาแสดง ความรับผิดชอบ ผมขอฝากท่านประธานแต่เพียงเท่านี้ ขอบคุณครับ