ศรัณย์ ทิมสุวรรณ หารือประเด็นปัญหาการออก พ.ร.ก. ว่าด้วยการติดตามเงินจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่ค้างมานานกว่า 2 ปี โดยเสนอให้เปลี่ยนเป็น พ.ร.บ. เพื่อความยั่งยืนและมีกรอบการใช้อำนาจที่ชัดเจน โปร่งใส เป็นระบบมากขึ้น พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความล่าช้าในการคืนทรัพย์ให้ผู้เสียหายในประเทศ และเสนอให้ ก.ล.ต. เข้ามาควบคุมแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อป้องกันการฟอกเงิน รวมทั้งเห็นด้วยในหลักการแต่เสนอให้ปรับปรุง พ.ร.ก. ให้มีความเข้มงวดและคุ้มครองสิทธิประชาชนมากยิ่งขึ้น
ขอบคุณครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย เกี่ยวกับ พ.ร.ก. นี้ ต้องบอกว่า คิดว่าตัวผมเองก็มีส่วนทำให้เกิด พ.ร.ก. นี้เพราะว่าถ้าย้อนไป ๒ ปีเราเคยมีการพูด เรื่องนี้กันในสภาแล้วในหลาย ๆ โอกาส ไม่ว่าจะเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจหรืออะไรต่าง ๆ ซึ่งผมเข้าใจหน่วยงานไม่ว่าจะเป็นธนาคาร ทางตำรวจ เพราะตลอด ๒-๓ ปีที่ผ่านมา ในสมัยรัฐบาลที่แล้วนะครับ ตอนนั้นผมก็ได้ทำงานร่วมกับกรรมาธิการ DE กับอนุกรรมาธิการ ของท่านสยาม หัตถสงเคราะห์ ที่ติดตามเรื่องนี้รวมกับผู้เสียหาย ซึ่งตั้งแต่ ๒ ปีแล้วครับ เราก็เห็นปัญหาเหล่านี้มาตลอดว่าธนาคารเองอยากจะช่วย แต่ไม่สามารถปิดบัญชีได้ ผู้ต้องหาหลาย ๆ ท่านที่อยู่ในทีมที่ทำงานร่วมกันช่วยสืบสวน ช่วยหาจนหาเจอแล้วด้วยว่า บัญชีที่รับเงินต่อจากเขาเป็นบัญชีไหน อยู่ที่ธนาคารไหน แต่พอไปแจ้งก็อย่างที่ทราบครับ ไม่มีอำนาจในการจะไประงับหรือไปติดตามอะไรต่าง ๆ ซึ่งอันนี้ผมไม่ได้ว่านะครับ ผมเข้าใจ เพราะว่าทำงานร่วมกับหลาย ๆ ท่านทั้งธนาคารเอง ทั้งตำรวจเอง โดยเฉพาะตำรวจนี่ ตอนแรกผมเข้าใจท่านดีมากเพราะว่ามีหลายหน่วยมาก แจ้งไปมีประมาณ ๔ หน่วย แต่ละหน่วยบางหน่วยก็อยู่ ๆ อยากจะตั้งก็ตั้งขึ้นมา อุปกรณ์ เจ้าหน้าที่ก็ไม่พร้อม อันนี้เล่าให้ฟังนะครับ ในอนุกรรมาธิการเราได้เห็นปัญหาเหล่านี้ตั้งแต่ ๒ ปีที่แล้ว เพราะฉะนั้นในการที่จะมาออก พ.ร.ก. ผมยังคิดว่าจริง ๆ เราทำได้ดีกว่านี้ ถ้าจะทำจริง ๆ ทำ พ.ร.บ. ถ้าทำตั้งแต่ ๒ ปีที่แล้วมันก็เสร็จ คือ OK ท่านจะบอกว่ามันช้า แต่ว่าหลาย ๆ อย่าง ที่เราเห็นใน พ.ร.ก. ฉบับนี้มันก็คือจุดที่ทำไมสมาชิกหลาย ๆ ท่าน ผมเชื่อว่าทุกท่าน ก็อยากให้ออกเป็น พ.ร.บ. เพราะว่ามันยังมีช่องว่างอีกมากมายที่เราเป็นห่วง ผมเข้าใจเจตนา ที่ท่านทำออกมาแล้วท่านบอกว่าท่านต้องรีบทำ ท่านทำพฤศจิกายน มกราคม อยากจะให้เข้า อยากจะให้ทำให้เสร็จให้ผ่านสภาภายในสมัยประชุมนี้แล้วอันนี้เข้าใจได้ครับ แต่คำถาม คือเราน่าจะทำก่อนหน้านี้ตั้งนานแล้ว เพราะว่านี่ไม่ใช่ปัญหาที่เพิ่งเกิดขึ้นปีที่แล้ว เท่าที่ผมสอบถามตำรวจหลาย ๆ ท่านที่ทั้งรับคดี ทั้งสืบสวนเองเขาไม่มีอำนาจ ไม่ว่าจะเป็น การประสานกับธนาคาร ธนาคารประสานรับทราบแล้วก็ไม่สามารถที่จะดำเนินการต่อได้ เพราะติดกฎหมาย ติดระเบียบต่าง ๆ อันนี้มันไม่ใช่เรื่องใหม่เลยครับ มันไม่ใช่เรื่อง ที่เพิ่งเกิดขึ้นปีที่แล้วแล้วท่านจะบอกว่าเราต้องเร่งออก พ.ร.ก. เพื่อแก้ไขปัญหานี้ แต่ผมก็ดีใจที่อย่างน้อยก็มีเครื่องมือให้ทั้งตำรวจและหน่วยงานต่าง ๆ สามารถติดตามได้ ซึ่งเราจะเห็นว่าหลังจากมีเราจะได้เห็นข่าวว่าเริ่มมีการจับกุม เริ่มมีการตามเงินมาได้บ้าง ซึ่งอันนี้ผมก็ดีใจที่เห็น แต่ว่าอีกปัญหาหนึ่งที่ตามมาซึ่งอันนี้ผู้เสียหายหลาย ๆ ท่าน ก็ฝากมาว่าเราได้เห็นว่ามีการจับกุมคนที่กระทำผิดและเราก็สามารถยึดเงินมาได้ แต่ว่าประชาชนไม่ได้เงินคืน
- ๘ ๔/๑ เพราะว่าการกระทำผิดนั้นเกี่ยวข้องกับต่างประเทศ แต่กลายเป็นว่าเงินที่ยึดมาได้เราเอาไป คืนต่างประเทศก่อน คนในประเทศไทยยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ อันนี้เป็นประเด็นหนึ่งที่ฝาก มาจากผู้เสียหายนะครับ ผมมองว่านี่อาจจะเป็นสิ่งหนึ่งที่เราต้องดูในอนาคตว่าถ้าเราสามารถ ดำเนินการได้แล้ว ตามจับได้แล้ว ยึดทรัพย์ได้แล้วจะทำให้ผู้เสียหายได้รับการช่วยเหลือ ได้รับการเยียวยาได้อย่างไร เพราะตอนนี้เมื่อท่านมีอำนาจในการตามจับแล้วนี่ สิ่งที่ ผู้เสียหายได้ตอนนี้คือความสะใจ อย่างน้อย ๆ คนที่ขโมยเขาถูกจับ แต่ความเสียหายที่เขา ได้รับมันยังไม่ได้รับความช่วยเหลือ อันนี้ก็อยากที่จะฝากเป็นประเด็น
แล้วก็ประเด็นในการใช้อำนาจ อันนี้ก็อย่างที่เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่าน ได้ฝากไว้ครับ เพราะว่า พ.ร.ก. ของท่านเขียนมาค่อนข้างที่จะไม่ละเอียด อันนี้ซึ่งก็เข้าใจได้ แต่ว่าเมื่อเขียนมาไม่ละเอียดแล้วมันก็ถูกต้องที่พวกเราในฐานะตัวแทนของประชาชน จะต้องสงสัยว่าอำนาจที่ท่านได้มาถ้ามันถูกนำไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้องมันก็เกิดผลเสีย กับประชาชนเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน หรือความไม่ชัดเจน อันนี้ส่วนตัวนะครับว่า ท่านบอกว่าท่านตั้งกรรมาธิการขึ้นมา กรรมาธิการกำหนดแนวทางในการใช้อำนาจหรืออะไรต่าง ๆ ซึ่งถ้าเป็น พ.ร.บ. อย่างน้อย ๆ พวกเราในฐานะ สส. ในฐานะตัวแทนสามารถช่วยกันเกลาว่าอำนาจควรจะเป็นอย่างไร ควรจะมีบทลงโทษไหม ควรจะมีข้อจำกัดอย่างไรบ้าง เพื่อปิดช่องว่างที่เพื่อนสมาชิกทุกท่าน กังวลว่าอำนาจที่ท่านได้ไปมันจะก่อผลเสียอย่างอื่นหรือเปล่า เราเข้าใจครับว่าท่านไม่ได้ ออก พ.ร.ก. มาเพื่อที่จะเข้าไปดูข้อมูลของประชาชน แต่ไม่มีใครบอกได้ว่ามันจะไม่เกิด เหตุนั้นขึ้น เพราะฉะนั้นก็อยากจะฝากอีกประเด็นหนึ่งครับว่าเรื่องนี้ในอนาคตผมเชื่อว่า เดี๋ยวต้องมีการแก้ไข
ประเด็นสุดท้าย คือตอนนี้เรามีธนาคาร มีตำรวจ มีกระทรวงดิจิทัลแล้ว อีกช่องทางหนึ่งที่เป็นช่องทางในการย้ายเงินของผู้เสียหาย ก็คือ Digital Asset เพราะฉะนั้น ในอนาคต กลต. อาจจะต้องมีส่วนร่วม เพราะว่า กลต. คือผู้ให้ใบอนุญาตกับ Platform ต่าง ๆ ที่เป็นผู้ให้บริการซื้อขายแลกเปลี่ยน Digital Asset และ Digital Asset เอง ก็ถูกพิสูจน์แล้ว ทางท่านตำรวจน่าจะทราบดีว่ากลุ่มมิจฉาชีพ กลุ่มอาชญากรรมต่าง ๆ ก็ใช้ช่องทางนี้ในการโยกย้ายเงิน ซึ่งจากหน่วยงานที่ท่านมานั่งนี่เราไม่สามารถตามเรื่องนั้นได้ เพราะเราไม่มีหน่วยงานที่ควบคุมดูแลเรื่อง Platform ต่าง ๆ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่อยากจะฝากไว้ ผมอาจจะไม่เห็นด้วยทั้งหมดใน พ.ร.ก. นี้ แต่ผมก็เข้าใจว่ามันยังช่วยให้ท่านสามารถทำงาน เพื่อแก้ปัญหาให้กับประชาชนได้บ้าง เพราะฉะนั้นผมก็ยอมรับว่าเห็นด้วย แต่อยากที่จะแก้ ให้มันดีกว่านี้ครับ