สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๓ สิงหาคม ๒๕๖๖

ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ พูดถึงการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการบล็อกบัญชีธนาคาร และการร้องเรียนที่ไม่สะดวก โดยขอความเข้าใจว่ากฎหมายที่ออกไปนั้นไม่ใช่กฎหมายทางการเมือง แต่เป็นเรื่องของการทำงานร่วมกันของเจ้าหน้าที่ในการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ขอตอบข้อชี้แจงผ่านท่านประธานไปยังท่านอดิศร เพียงเกษ สั้น ๆ นะครับ ท่านได้พูดถึงเรื่องการเสนอ พ.ร.ก. ซึ่งผมเข้าใจว่า พ.ร.ก. นี่มันควร จะจบในรัฐบาลที่แล้ว ในสภาชุดที่แล้ว เพราะตอนที่เรายกร่างกันนี่ตอนที่เราคุยเรื่องปัญหา ต่าง ๆ แล้วก็เป็นที่มาของต้องยกเลิก ไม่ใช่ยกเลิก ไม่รอ พ.ร.บ. แล้ว แก้ พ.ร.บ. ไม่ทัน เพราะว่ากระบวนการมันช้ามาก เลยดึงเรื่องที่มันจำเป็นที่ Pin Point เรื่องของการทำระบบ แก้ปัญหาเรื่องบัญชีม้ากับ SIM ม้านี่ดึงขึ้นมาก่อน เพราะมันเป็นเรื่องเร่งด่วน ซึ่งทุกหน่วยงาน อยากทำแต่ไม่มีอำนาจ ประชาชนก็อยากทำนะครับ วันนี้โดนหลอกไปร้องเรียนอยากจะ อายัดบัญชีใช้เวลาเป็นวัน อยากจะให้ทำได้ทันทีเพื่อจะเอาเงินคืนประชาชนให้ได้มากที่สุด ก็เลยออกเป็น พ.ร.ก. แต่ว่าเราเริ่มตั้งแต่ประมาณเดือนพฤศจิกายนเริ่มยกร่างเริ่มคุยกัน แล้วก็ มาถึงเข้า ครม. ครั้งแรกวันที่ ๘ ธันวาคม ซึ่งผมกะว่าถ้าอย่างนั้นผ่านนี่ก็จะเข้าสภา ช่วงสมัยที่แล้วได้ทันนะครับ แต่เนื่องจากว่าพอเข้าไปเสร็จก็มีข้อทักท้วงจาก ก.ล.ต. หรือบางหน่วยงาน ซึ่งก็ต้องเข้าใจว่ากฎหมายนี่เวลาจะออกมันจะมีผู้ที่อาจจะไม่เห็นด้วย หรือมีข้อขัดข้องก็ต้องถอนออกมาแก้ พอแก้ไปแก้มากลับมาอีกทีเป็นวันที่ ๒๔ มกราคมปีนี้ ซึ่งมันก็เริ่มจะไม่ทันแล้ว เพราะว่าสภาจะหมดสมัยประชุมเดือนกุมภาพันธ์ ภายใน เดือนกุมภาพันธ์ แต่พอผ่าน ครม. เสร็จก็ไปเจอกระบวนการของการตรวจร่างการพิจารณา ของกฤษฎีกาต่าง ๆ ก็ทำให้สุดท้ายกฎหมายถึงได้มีการประกาศมาจริง ๆ มีผลบังคับใช้ หรือประกาศในราชกิจจานุเบกษาในวันที่ ๑๖ มีนาคมซึ่งก็ไม่ทัน ไม่ทันวาระของสภา ผู้แทนราษฎรในขณะนั้น ซึ่งเจตนาจริง ๆ พวกเราตั้งใจจะให้เข้าทัน แต่ว่าเนื่องจาก มันมีกระบวนการตรวจสอบแก้ไขหรือว่ามีผู้ที่คัดค้านในบางเรื่องจะมีการปรับปรุง ทำให้กระบวนการไม่ทัน ก็ต้องเรียนท่านอดิศร แต่ว่าอยากให้พวกเราเข้าใจนิดหนึ่งว่า ผมเข้าใจครับว่ากฎหมายนี้ถึงแม้จะเป็นกฎหมายของรัฐบาลที่ไม่ใช่มาจากสภาชุดนี้ แต่ว่าเจตนาของกฎหมายนี้ไม่ได้เป็นกฎหมายที่เกี่ยวกับการเมืองหรือว่าเป็นเรื่องนโยบาย ของพรรคใดพรรคหนึ่งเลยนะครับ ไม่ใช่เป็นนโยบายของพรรคหรือนโยบายของการเมือง มันเป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ธนาคาร กสทช. ทำงานร่วมกันมาระยะหนึ่งและเห็นว่า มันเป็นปัญหาจริง ๆ ที่อยากได้อำนาจในการเข้าไปแก้ปัญหาให้ประชาชน ส่วนอำนาจนี้ มันจะพอไม่พอนี่ผมก็ยังคิดว่าก็เป็นเรื่องที่สภาชุดต่อไปคือชุดนี้จะพิจารณากันอีกที ว่าจะปรับปรุงหรือแก้ไข แต่ว่าในภาพรวมตรงนี้ผมเชื่อว่าทั้งหมดเขาพอใจแล้ว อำนาจที่มีอยู่ ตอนนี้เรื่องต่อไปคือเป็นเรื่องของการบริหารจัดการ เรื่องของกระบวนการ ทำงาน การไปกำหนดคณะทำงานร่วมกัน การพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ด้วยระบบ AI ระบบอะไรต่าง ๆ เพื่อจะเข้ามาทำงานเรื่องนี้ให้เกิดประสิทธิภาพให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นเหมือนอย่างหลายคนเขาบอกว่าผลลัพธ์อาจจะยังไม่เห็นนะครับ วันนี้ท่านเพิ่ง กินยาตัวนี้ไปได้ ๔ เดือน มาตรการบางอย่างนี่ยังไม่เสร็จเลยนะครับ ธนาคาร ต้องไปสร้างระบบคอมพิวเตอร์เชื่อมโยงข้อมูลกัน ซึ่งเขามีอยู่ ๒ หรือ ๓ เฟส นี่ วันนี้เพิ่งได้ Phase 1 เอง Phase 2 ก็จะเสร็จเร็ว ๆ นี้ผมจำได้ว่าเดือนหน้านะครับ มันจะเป็นระยะ ๆ ในการพัฒนาระบบ Software เพื่อจะได้เชื่อมโยงข้อมูลในการบล็อก บัญชี ระงับบัญชี เพราะฉะนั้นมันต้องใช้เวลาในการทำงานนะครับ เช่นเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ต้องวางระบบในการเข้าไปดำเนินคดีต่าง ๆ เช่นตอนนี้แจ้งความได้ทุกที่ ก็ไม่ได้หมายความว่าถ้าไปแจ้งที่จังหวัดเชียงใหม่แล้วตำรวจที่เชียงใหม่ทำคดีนะครับ เขาจะมี การรวมคดีมาให้ตำรวจที่ทำหน้าที่ด้าน Cyber เขาเรียก Cyber Police ชื่อเต็มว่า บช.สอท. กองบัญชาการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเป็นเจ้าภาพหลักในการดูนะครับ เพียงแต่ว่าทุกคนรับแจ้งความแล้วรวมเรื่องมาเพื่อไม่ให้ประชาชนต้องเดือดร้อนเป็นภาระ ต้องไปแจ้งความที่กรุงเทพฯ หรือที่ บช.สอท. หรือที่หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง ให้แจ้งที่ไหนก็ได้เราใช้ระบบคอมพิวเตอร์ในการรวบรวมคดีนะครับ เพราะคดี Online ส่วนใหญ่มันจะเป็นเกิดขึ้นหลายที่นะครับ แต่บางทีก็เป็นคนร้ายคนเดียวกัน ต้องรวมคดี และให้ บช.สอท. เป็นคนดำเนินการ ก็ฝากไว้สั้น ๆ เรียนท่านอดิศร เพียงเกษ ด้วยว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของการเมืองจริง ๆ ครับ ไม่ใช่นโยบาย เป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ คุยด้วยกันมา เพื่ออยากจะให้เกิดอำนาจในการดูแลแก้ไขปัญหาให้ประชาชนครับ ขอบคุณครับ