กันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ หารือประเด็นการป้องกันและตรวจจับอาชญากรรม โดยเสนอการใช้มาตรการ PDR และนำข้อมูลจากประสบการณ์ภาคสนามมาปรับปรุงระบบความปลอดภัย รวมถึงเน้นย้ำปัญหาการฉ้อโกงออนไลน์ทั้งในรูปแบบซื้อขายจริงและมิจฉาชีพมืออาชีพ พร้อมเรียกร้องให้มีการสื่อสารประชาสัมพันธ desperately และเร่งแก้ไขข้อจำกัดการคืนเงินที่ล่าช้า รวมถึงผลักดันความร่วมมือระหว่างตำรวจกับธนาคารให้ตอบสนองได้รวดเร็วขึ้น และเรียกร้องข้าราชการทุกรุ่นให้ยึดมั่นการเสียสละเพื่อประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก
เรียนท่านประธาน ที่เคารพนะครับ ผม อ. เอท กันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต เขตมีนบุรีและสะพานสูง พรรคก้าวไกล วันนี้ต้องขอขอบคุณคณะทีมที่มาชี้แจงนะครับ โดยเฉพาะท่านวาสนา ฟังท่านขอบคุณมากที่ท่านพูดถึง PDR ก็คือการป้องกัน แล้วก็ Detect การค้นหา แล้วก็การ Respond ซึ่ง อ. เอทหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะได้มาตรการนั้นมาใช้ ในเร็ว ๆ นี้นะครับ ซึ่งวันนี้ที่จะมาคุยกับทุกท่านนี่เดี๋ยวจะเรียนฝากท่านประธานเลยครับ ก็อยากจะคุยแค่ประเด็นเดียวครับ ก็คือวันนี้ อ. เอทได้มีโอกาสไปสวัสดีพี่น้องในพื้นที่ของ อ. เอทเอง แล้วก็ไปเจอพี่น้องที่เป็นท่านรองสารวัตรด้วยของฝั่งที่เป็นผู้สืบสวนสอบสวน ก็ไปคุยกับท่านประมาณสักเกือบ ๆ ชั่วโมง แล้วก็ได้คุยท่านเองก็มีประสบการณ์ที่แลกเปลี่ยน กับ อ. เอท ประมาณ ๒ ท่านด้วยกัน ท่านแรกมีประสบการณ์ด้านเกี่ยวกับด้านนี้เลยครับ เกี่ยวกับเรื่องของเทคโนโลยีที่เป็นการป้องกันอาชญากรรมถึง ๔ ปี อีกท่านหนึ่งก็ ๑๐ ปี เพราะฉะนั้นการที่เราคุยกันก็จะได้ข้อมูลที่ค่อนข้างสะท้อนออกมาบางส่วนที่อยากจะมา เล่าให้ท่านฟังในสภาแห่งนี้นะครับก็คือ
ประเด็นแรกเลย เขาบอกว่าถ้าเกิดมี Case ที่เกิดขึ้นประมาณสัก ๑๐ เคส เขาบอกเลยว่า ๓ เคส ที่เป็น Case ซื้อขายนะครับ ไม่ใช่ Case เกี่ยวข้องกับการโดนฉ้อโกง ด้านอื่น ถ้าเป็นซื้อขาย Online จริง ๆ ถ้าเป็น ๑๐ เคส ๓ เคส จะเป็น Case ที่เป็น พ่อแม่พี่น้องจริง ๆ ที่ซื้อขายกัน แล้วเขาก็จะคืนเงินกันถ้าเกิดว่าอาจจะเกิดการผิดพลาด อะไรตามสิ่งที่ควรจะเกิดขึ้นอาจจะแบบไม่ตั้งใจ แต่ที่เหลืออีก ๗ เคส ตำรวจบอกกับ อ. เอทว่า ๑ ใน ๗ เป็น Case ที่อยากจะลองทำชั่วดู อยากจะลองเป็นมิจฉาชีพดู อันนี้ก็เป็น อีก Case หนึ่งที่เราต้องป้องกัน อันนี้ฝากท่านพี่วาสนาไว้นะครับ แล้วอีก ๖ เคส เป็นมิจฉาชีพแบบมืออาชีพ ท่านนึกออกใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้นการที่ตำรวจจะไปเรียกเงินคืน จะไปอายัดหรือจะไประงับ เราก็เมื่อสักครู่ผ่านทั้งมาตรา ๖ มาตรา ๗ ครับ ระงับได้ ๗ วัน ต้องผู้ที่เป็นเหยื่อต้องไปบอกภายในไม่เกิน ๗๒ ชั่วโมง อันนี้เราพูดไปเยอะแล้วอย่างไรก็ไม่ทัน ถูกไหมครับ เพราะว่าสุดท้ายคนโกงที่ชั่วจริง ๆ นี่เขาเป็นวินาที แต่เรามาทำงานกันเป็นวัน เพราะว่าพี่ที่เป็น สน. ที่ อ. เอทเข้าไปคุยนี่เขาบอกเลยว่าการที่จะใช้นี่ OK ครับเราบอกว่า เราโทรไปหาได้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือสุดท้ายก็ต้องมีการยื่นที่เป็นเอกสาร แล้วการยื่นเอกสาร ไปมานี่พี่ครับมันใช้เวลาเป็นเดือน ถ้าเกิดว่าให้ อ. เอทส่งจดหมายท่านไปบางครั้งยื่นตอน มกราคมแล้วตอบกลับมาอีกทีพฤศจิกายนหรือพฤษภาคม เพราะฉะนั้นการใช้เวลายาวนาน แบบนี้ อ. เอทก็เลยอยากที่จะบอกท่านว่าถ้าเรายังคงเป็นแบบนี้อยู่ พ.ร.ก. นี้คงช่วยเราไม่ได้ แน่ ๆ ถูกไหมครับ เพราะฉะนั้นทางพี่ที่เป็น สน. ก็ได้ฝากกับ อ. เอท มาแบบง่าย ๆ เลย เขาบอกว่า อ. เอทครับ ผมอยากจะให้ พ.ร.ก. นี้มันเป็นจริงนะ แล้วอยากที่จะให้ไม่ว่าจะเป็น กระทรวง DES หรือจะเป็น กสทช. หรือใครก็ตามแต่มารับผิดชอบจริง ๆ เขาบอกว่า ๑. เลย เราพูดกันมาเยอะแล้ว อย่างนั้นขอย้ำอีกรอบก็คือการ Promote แบบเมื่อสักครู่นี้ที่เพื่อน สส. อ. เอทบอก พี่วาสนาบอก SMS ที่ส่งมานี่ อ. เอทยังไม่รู้เลยว่าของแบงก์มันไม่มีจริงนี่หว่า ถ้าเป็นคนอื่นส่งมานี่มันเป็น Scam หรือมันเป็นการหลอกลวงจริง ๆ ฉะนั้นแสดงว่า พี่ตำรวจสะท้อนชัดเจนครับว่า ประเด็นที่ ๑ เราต้อง Promote อย่างจริงจัง เพราะฉะนั้นงบ ที่จะไปตั้งคณะอนุกรรมการอะไรนี่ อ. เอทไม่แน่ใจว่ามันจะตอบโจทย์หรือเปล่า แต่ควรจะมี งบประมาณอย่างจริงจังที่บอกทุกอณู ทุกตารางเซนติเมตรเลยว่าเหตุการณ์แบบนี้มันเกิดขึ้นแล้ว แล้วเราจะป้องกันอย่างไร ฉะนั้นการทำ Promote หรือการที่จะสื่อสารให้พี่น้อง พี่ ๆ ที่เป็นตำรวจถึงขั้นเอา Clip ให้ อ. เอทดูว่า Clip นี้ อ. เอทเอาไปเปิดเผยเลยจาก รายการรายการหนึ่ง ขออนุญาต เอ่ยว่าเป็น จิ๋วแต่แจ๋ว อะไรประมาณนี้นะครับ คือมันจะ เป็นอะไรที่ทำให้เปิดตาประชาชน นี่คือสิ่งที่ อ. เอทอยากจะบอกถ้าอย่างนั้นไม่ได้แล้ว ประเด็นแรกเลยก็คือฝากทางคณะทำงานว่าเราจะมีการ Promote อะไรดีกว่าไหม ดีกว่าที่ จะมาแก้ไขเป็นแค่ชั่วครั้งชั่วคราวเพราะ อ. เอทก็ไม่มั่นใจว่าเราจะ Protect ได้ แต่ส่วนตัว ลึก ๆ ก็อยากที่จะให้มันเป็นจริง
และประเด็นที่ ๒ ที่พี่น้องฝากมา ทางตำรวจฝากมา ไม่ใช่ อ. เอทฝากมา เอาคนที่ทำหน้างานจริง เพราะถ้าเกิดเราอยากจะรู้ว่าเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นก็ต้อง เข้าหน้างานจริง ฉะนั้นหน้างานจริงก็คือเวลา ฝากด้วยครับว่าเวลาขอให้เร็วกว่าเดิม ขอให้ทำงานแล้วการตอบสนองระหว่างแบงก์กับตำรวจให้เร็วกว่าเดิมนะครับ
สุดท้ายขออนุญาตฝากคำพูดครับว่าคนทั่ว ๆ ไปก็มีเขาเรียกว่าข้อแม้ หรือข้ออ้างที่จะทำอะไรบางอย่างเพื่อประโยชน์ส่วนตน ฉะนั้น อ. เอทอยากที่จะเห็น คนในอนาคต หรือคนที่เป็นคนรุ่นใหม่ หรือคนรุ่นใหญ่ที่จะเสียสละประโยชน์ส่วนตน แล้วทำเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง ขอบคุณครับ Respect ครับ