ปวิตรา ชี้แก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกผู้สูงอายุ วอนเร่งปราบปรามแทนผลักภาระ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๓ สิงหาคม ๒๕๖๖

ปวิตรา จิตตกิจ หารือปัญหาการหลอกลวงของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง กระทบแม้แต่เจ้าหน้าที่ระดับสูง โดยชี้ให้เห็นถึงการรั่วไหลของข้อมูลส่วนตัวจากรัฐและช่องว่างในกฎหมาย พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินมาตรการป้องกันและปราบปรามอย่างเข้มงวด แทนการผลักภาระให้ประชาชนต้องป้องกันตัวเอง

นางสาวปวิตรา จิตตกิจ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉัน ปวิตรา จิตตกิจ ค่ะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตบางกอกใหญ่ ธนบุรี ภาษีเจริญ แขวงศิริราช และแขวงบางเชือกหนัง กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกลค่ะ ท่านประธานคะ นาทีนี้ไม่มีประชาชนคนไทยคนไหนไม่รู้จักแก๊ง Call Center ค่ะ แม้กระทั่ง สส. อัยการ และขออนุญาตเอ่ยนามนะคะ ท่าน พลตำรวจโท กรไชย คล้ายคลึง ผู้บัญชาการตำรวจ Cyber ณ ขณะนั้นค่ะ ท่านก็ได้รับสายแก๊ง Call Center เช่นเดียวกันค่ะ ขอ Slide ค่ะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

จากการสำรวจของสวนดุสิต Poll เมื่อปี ๒๕๖๕ มีประชาชนมากถึง ๒๑.๐๒ เปอร์เซ็นต์ ที่ได้รับสายตรงจาก แก๊ง Call Center ค่ะ แล้วก็มีถึง ๓๒.๘๗ เปอร์เซ็นต์ ที่ยืนยันได้ว่าญาติพี่น้อง คนรอบตัว เพื่อนฝูงได้รับการ Attract จากทางแก๊ง Call Center เรียกได้ว่าปัญหาของแก๊ง Call Center นี้ ถือเป็นภัยสังคมที่คุกคามประชาชนชาวไทยแบบถ้วนหน้าไปแล้วค่ะ ขอ Slide ถัดไปค่ะ ที่ผ่านมารัฐบาลได้ละเลยต่อการปราบปรามแก๊ง Call Center อย่างจริงจังค่ะ กว่าจะเกิด พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ปี ๒๕๖๒ หรือกฎหมาย PDPA เราต้องรอจนถึง วันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๖๕ นั่นหมายถึงใช้เวลาถึง ๓ ปีค่ะ และพระราชกำหนดมาตรการ ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. ๒๕๖๖ ฉบับนี้เช่นกันนะคะ ก็จะใช้ได้ตั้งแต่วันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๖๖ นั่นหมายความว่าเราปล่อยปะละเลยให้แก๊ง Call Center ได้สร้างฐานอิทธิพลหลอกเงินคนไทยไปแล้วมากกว่าหลายหมื่นล้านบาทค่ะ ที่ผ่านมาภาครัฐ พยายามรณรงค์ให้ประชาชนป้องกันตนเองค่ะ แต่ก็ไม่ได้มีความพยายามที่จะปราบปราม แก๊ง Call Center เหล่านี้อย่างจริงจังนะคะ ดิฉันโดยส่วนตัวไม่ใช่ว่าไม่ได้เห็นด้วยกับ การรณรงค์ที่ภาครัฐนำเสนอมานะคะ เพราะแค่ลำพังเพลงอย่าโอน ๆ ที่ภาครัฐพยายามรณรงค์ ให้ประชาชนตระหนักรู้มันยังช่วยอะไรไม่ได้ค่ะ มันเหมือนกับการลอยแพแล้วผลักภาระ ไปให้กับประชาชนต้องดูแลและปกป้องตัวเองจากโจรมิจฉาชีพที่เรียกว่าแก๊ง Call Center นี้ค่ะ ท่านประธานคะหลายท่านได้เห็น Clip ที่แชร์กันมาที่เราด่าทอแก๊ง Call Center แก้เผ็ด สนุกค่ะ ถูกใจ สะใจ แต่จริง ๆ แล้วมันไม่ได้สนุกและตลกแบบนั้นนะคะ ข้อเท็จจริงก็คือ แก๊ง Call Center เหล่านี้เมื่อเขาถูกด่าค่ะ เขาวางสายแล้วเขาก็ยังจะโทรต่อไป โทรจนกว่า จะได้เหยื่อตัวจริงแล้วก็จะได้ในที่สุด ซึ่งเป้าหมายของโจรเหล่านี้ก็คือผู้สูงวัย ผู้สูงอายุที่ ในวันทำงานลูกหลานออกไปทำงานค่ะ มีโอกาสอย่างสูงมากที่เขาต้องรับสายโดยลำพัง ไม่มีโอกาสที่จะปรึกษาใคร แล้วก็ต้องรับสายโจรไปนะคะ ลูกหลานออกไปทำงานกันหมด และเสียงแรกที่มักจะได้ยินค่ะจะเป็นเสียงที่บันทึกเทปเอาไว้เพื่อให้กดหมายเลขต่าง ๆ แล้วก็ มีผู้สูงอายุประมาณ ๓-๕ เปอร์เซ็นต์ ที่หลงกลกดเลขดังกล่าวพร้อมกับโอนเงินไปนะคะ จากนั้นแก๊ง Call Center ก็จะติดต่อเข้ามา โทรกลับเข้ามาหาเหยื่อโดยอ้างว่าเป็น ตำรวจบ้าง หน่วยงานราชการบ้าง หรือว่าเป็นเจ้าหน้าที่สรรพากรบ้าง หลาย ๆ Action ก็คือ โทรเข้ามาเพื่อเป็นการข่มขู่หลอกลวง หว่านล้อมผู้สูงอายุให้หลงเชื่อแล้วก็โอนเงินไปค่ะ ที่เจ็บปวดที่สุดค่ะคือการใช้ความรักที่ ปู่ย่าตายาย มีกับลูกหลานของเขามาเป็นอุบาย ในการหลอกลวงให้โอนเงินนะคะ อ้างว่าบัญชีของลูกหลานของท่านพัวพันกับกรณียาเสพติด พัวพันกับสิ่งผิดปกติ กระทำผิดกฎหมายบ้าง หรือว่าต้องเอาเงินนี้ไปชำระค่ามัดจำ ค่าประกันตัว หรือว่าไปใช้จ่าย คือชดใช้ค่าเสียหายต่าง ๆ เหตุผลที่เหยื่อหลงเชื่อนี้ ไม่ใช่ว่าโจรเก่งอย่างเดียว ไม่ใช่แก๊ง Call Center สามารถ หว่านล้อมหรือมีเทคนิคในการหลอกลวงผู้สูงอายุอย่างเดียวค่ะ มันหมายถึงแก๊ง Call Center พวกนี้เขาจะใช้ข้อมูลส่วนตัวที่แท้จริงมาพูดให้ผู้สูงอายุหลงเชื่อค่ะ เขาสามารถ เอาข้อมูลที่เป็นชื่อ นามสกุล เบอร์โทรศัพท์ ที่อยู่ เลขบัตรประจำตัวประชาชนมาพูดได้อย่าง ละเอียดถูกต้อง แล้วมันจะไม่ถูกได้อย่างไรคะท่านประธาน ก็ในเมื่อข้อมูลเหล่านี้มันหลุด ออกมาจากฐานข้อมูลภาครัฐ ในบางกรณีเป็นเพราะเจ้าหน้าที่รัฐนี่ละค่ะเอาข้อมูลเหล่านี้ไป ขายให้กับแก๊ง Call Center และบางกรณีแก๊ง Call Center ก็ใช้วิธีการส่ง Link ไปทาง LINE หรือส่ง SMS ไปยังเหยื่อหลังจากนั้นก็จะแนะนำให้กรอกข้อมูลต่าง ๆ เพื่อให้เหยื่อ กรอกรหัสผ่านเข้าบัญชีตัวเอง หรือกดยอมรับเพื่อให้โจรเข้าไปควบคุมระยะไกลได้ และหลังจากนั้นเขาก็จะโอนเงินออกจากบัญชีเหยื่อไปจนหมด ถือว่าเป็นเรื่องน่าเศร้ามากนะ คะ ที่พ่อแก่แม่เฒ่า ปู่ย่าตายาย ของเราต้องตกเป็นเหยื่อแก๊ง Call Center เหล่านี้นะคะ เพราะเงินที่ท่านหามา ทำมาด้วยความสุจริตค่ะท่านอาบเหงื่อต่างน้ำ ประกอบอาชีพสุจริต เก็บหอมรอมริบจะใช้ในยามบั้นปลายของชีวิต และหวังว่าจะไม่ได้พึ่งพาลูกหลานมากนัก จะสามารถดูแลตัวเองได้ แต่ท้ายที่สุดแล้วก็ไม่พ้นเงื้อมมือโจรเหล่านี้ค่ะ นี่ไม่ใช่แค่ การลักทรัพย์ หรือการฉ้อโกงนะคะ มันเป็นการปล้นเวลา ปล้นความสุขของชีวิตคนคนหนึ่งค่ะ ท่านประธานคะแก๊ง Call Center เหล่านี้นอกจากจะเป็นภัยต่อสังคม เป็นภัยต่อผู้สูงอายุ รวมถึงประชาชนผู้รับสายแล้วยังถือเป็นตัวถ่วงความเจริญของภาคธุรกิจอื่น ๆ อีกด้วยที่เขา ประกอบอาชีพด้วยความสุจริตค่ะ ปัจจุบันผู้ประกอบการต่าง ๆ มักจะมี Call Center ไว้บริการ มีการติดต่อ Service After Sale มีการส่ง e-Mail ส่งข้อความไปยังลูกค้าผ่านระบบ แล้วก็ LINE แล้วก็ปรากฏว่ามีประชาชนจำนวนหนึ่งหวาดระแวงพอได้รับสายก็เลยด่ากลับมา ทีนี้เจ้าหน้าที่ ที่ทำงานด้วยความสุจริตก็เสียใจ และยังไม่รวมถึงเทคนิคใหม่ ๆ ที่เข้ามาทำอย่างแนบเนียนค่ะ ในพื้นที่บางกอกใหญ่ ธนบุรี ภาษีเจริญ ศิริราช และบางเชือกหนัง ที่ดิฉันเป็นผู้แทนอยู่นี้ เป็นเขตที่มีผู้สูงอายุอยู่มาก ดิฉันไม่ต้องการเห็นผู้สูงอายุเหล่านี้ตกเป็นเหยื่อของโจรเหล่านี้ต่อไป ดิฉันขอสนับสนุนพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. ๒๕๖๖ ฉบับนี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารัฐบาลจะสนับสนุนงบประมาณอย่างเพียงพอ เพื่อให้เกิดการบังคับใช้อย่างจริงจังค่ะ ขอบพระคุณค่ะ