เอกราช ชี้อาชญากรรมไซเบอร์พุ่ง เสนอปรับกฎหมาย-เร่งป้องกันรั่วไหล

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๓ สิงหาคม ๒๕๖๖

เอกราช อุดมอำนวย หารือปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์ที่เพิ่มสูงขึ้น พร้อมเสนอให้มีการปรับปรุงกฎหมายให้ทันต่อเทคโนโลยี เรียกร้องให้ประชาชนระมัดระวังการตกเป็นเหยื่อ และเตือนถึงโทษของการเปิดบัญชีม้าหรือซิมม้า พร้อมตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงาน แสดงความกังวลต่อปัญหาข้อมูลรั่วไหลซ้ำซาก เรียกร้องให้มีมาตรการป้องกันไซเบอร์อย่างจริงจัง วิพากษ์วิจารณ์การใช้พระราชกำหนดแทนการผ่านสภา และเสนอให้รัฐบาลใหม่ให้เกียรติกระบวนการนิติบัญญัติ

นายเอกราช อุดมอำนวย กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม เอกราช อุดมอำนวย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตดอนเมือง พรรคก้าวไกล ขอบคุณท่านประธานที่เปิดโอกาสให้อภิปรายเรื่องพระราชกำหนดในการป้องกัน และปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ก่อนอื่นขออนุญาตขึ้น Slide นะครับ เพื่อจะอภิปรายเรื่องนี้อย่างกว้างขวาง

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

ผมอยากฉายภาพให้เห็นว่า อาชญากรรมทาง Cyber ทั่วโลกในปี ๒๕๖๖ เป็นฝันร้ายของผู้คนและภาคธุรกิจในยุค Digital เพราะว่ามีคดีทั่วโลกมากกว่า ๖๕๐,๐๐๐ คนนะครับ ๕๐,๐๐๐ คดีที่ได้รับผลกระทบ ๓ อันดับคดีที่เกิดมากที่สุดไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการหลอกลวง เรื่องของการละเมิด แล้วก็เรื่องของการโกงกัน แน่นอนว่ากฎหมายของไทยก็ต้องปรับตัวให้ทันกับอาชญากรรม ทางเทคโนโลยีที่เกิดขึ้น ขอ Slide ถัดไปก็จะเห็นว่าผมอาจจะรวบรัดเพื่อให้เป็นประโยชน์ ต่อพี่น้องประชาชนทางบ้านที่จะได้เห็นว่า พ.ร.ก. ฉบับนี้มีความสำคัญกับพี่น้องอย่างไร Slide ถัดไปจะเห็นนะครับว่าเมื่อมีการถูกหลอกและตกเป็นเหยื่อขอให้พี่น้องประชาชนรีบไป แจ้งธนาคารและตำรวจทันที แต่ท่านแจ้งธนาคารเพื่ออายัดได้ทันทีนะครับแล้วท่านต้องไป แจ้งความภายใน ๗๒ ชั่วโมง ซึ่งก็จะสามารถระงับธุรกรรมให้รวดเร็ว

ประเด็นที่ ๒ ก็คือเรื่องของบัญชีม้า SIM ม้า หากมีการโฆษณาซื้อขายมีโทษ ก็ต้องเตือนพี่น้องประชาชนที่อาจจะตกเป็นเหยื่อ หรือว่าอาจจะถูกล่อลวงก็ต้องระวัง เพราะว่าการกระทำผิดถ้าหากว่าสืบทราบมาว่าท่านไปเปิดบัญชีก็จะมีโทษหนักขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผู้เปิดบัญชีเองหรือผู้โฆษณา

ประเด็นที่ ๓ ก็คือเรื่องของการที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถที่จะแลกเปลี่ยน ข้อมูลระหว่างกันไม่ว่าจะเป็นธนาคารกับตำรวจ DSI ป.ป.ช. หรือว่าผู้ให้บริการโทรศัพท์ ที่เป็นทั้ง ๓ เจ้า ตอนนี้เหลือ ๒ เจ้าแล้วครับ ควบรวมไป ก็มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ผมมีคำถามเรื่องของการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันนั้นมีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด และความรวดเร็วในการส่งข้อมูลข่าวสารกัน และมาตรการรองรับจากภาครัฐ Slide ถัดไป ก็จะเห็น นี่คือการแลกเปลี่ยนกัน ขอ Slide ถัดไปเลยนะครับ ข้อมูลคนไทยหลุด ๕๕ ล้านคน มันเกิดจากหน่วยงานภาครัฐ หรือไม่ ชื่อ นามสกุล วันเกิด ที่อยู่ เบอร์โทร เลขบัตร โทรศัพท์ เคยเกิดเหตุแบบนี้ พิธีกรชื่อดัง ขออนุญาตเอ่ยนามท่านนะครับ แต่ไม่เสียหาย คุณสรยุทธ สุทัศน์จินดา พิธีกรข่าว ก็ได้ยืนยัน ว่ามีข้อมูลหลุดจริง ขอ Slide ถัดไปนะครับ นอกจากนี้ภายใน ๔ ปีหน่วยงานรัฐของไทย ทำข้อมูลหลุดไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโรงพยาบาล การสอบ TCAS หรือว่าข้อมูลจาก นักท่องเที่ยว หรือในโรงพยาบาลต่าง ๆ ไม่ใช่ว่าหน่วยงานจะผิดนะครับ แต่ว่าเป็นการที่จะ สะท้อนให้เห็นว่าจะต้องมีมาตรการในการป้องกันที่ไม่ให้ข้อมูลจากภาครัฐหลุดไปถึงอาชญากร ผมขออนุญาตเปรียบเทียบ Slide ถัดไปจะเห็นนะครับว่าตั้งแต่มีพระราชกำหนดป้องกัน และปราบปรามฉบับนี้ ผมนำข้อมูลจากกองบังคับการการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับ อาชญากรรมทางเทคโนโลยีนะครับ ช่วงสถิติระหว่าง ๑ มีนาคม ๒๕๖๕ จนถึง ๒๘ มิถุนายน ๒๕๖๖ ก็จะพบว่าคดีเฉลี่ยเพิ่มขึ้น ๓๑ เปอร์เซ็นต์ และเมื่อเปรียบเทียบกันก็จะเห็นว่า มีการหลอกลวงซื้อขาย การหลอกลวงให้ทำงาน การหลอกลวงกู้เงิน หรือหลอกลวงให้ลงทุน เพิ่มขึ้นทุกวัน เฉลี่ยแล้วอย่างการหลอกลวงซื้อขาย ๓๒๒ ราย/วัน ที่ถูก มีเฉพาะ Call Center ที่รัฐปราบปรามอย่างหนัก จึงลดลงเล็กน้อย แต่เฉลี่ยทุกคดีเพิ่มขึ้น ๓๑ เปอร์เซ็นต์ ผมชวน ที่ประชุม ท่านประธานลองมาดูยุทธศาสตร์ชาติและความมั่นคง ท่านเขียนเอาไว้ตั้งแต่ ปี ๒๕๖๐ ว่าท่านรู้อยู่แล้วว่าปัญหามันจะมีตั้งแต่เรื่องของการโจมตีทาง Cyber โดย Hacker จะมีการโจรกรรมแก้ไขข้อมูล จะมีการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศ การเผยแพร่ข้อมูล เพื่อความปั่นป่วน และท่านก็เขียนเองในยุทธศาสตร์ชาติว่าจะต้องป้องกันแก้ไขปัญหา ความมั่นคงทาง Cyber Slide ถัดไปด้วยครับ เพราะฉะนั้นในเมื่อท่านรู้อยู่แล้ว คำถามคือ ท่านมีอำนาจมาตั้งแต่รัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ ปี ๒๕๕๗ แล้วยุทธศาสตร์ชาติท่านเขียน ตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ ทำไมเพิ่งมาออกพระราชกำหนดเอาในปี ๒๕๖๖ ขอ Slide ถัดไปก็จะเห็นว่า ตั้งแต่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ออกพระราชกำหนดไปแล้ว ๓๑ ฉบับ ซึ่งเมื่อเทียบเท่ากับ ๓๐ ปีที่ผ่านมาเพิ่งออกไป ๓๑ ฉบับเท่านั้นเอง ดังนั้นรัฐบาล รักษาการ คุณประยุทธ์ตอนมีอำนาจก็พยายามลดขั้นตอนของการออกกฎหมายไม่ให้เกียรติสภา ที่ ท่านควรรีบออกท่านไม่ออกกฎหมาย แต่ที่ท่านไม่ควรออกท่านก็ไปออก อย่างพระราชกำหนดใน การเลื่อนการบังคับใช้พระราชบัญญัติป้องกันการซ้อมทรมาน หรือ พ.ร.บ. อุ้มหาย ที่เราเรียกกันนี่นะครับ ยังไม่มีใครแสดงความรับผิดชอบเลย และเมื่อพิจารณาตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๒ ที่บอกว่าเพื่อประโยชน์อันที่จะรักษาความปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และปัดป้องภัยพิบัติสาธารณะ ผมก็เห็นชอบนะครับว่าพระราชกำหนดฉบับนี้มีความจำเป็นจริง ๆ เพื่อป้องกันความเสียหาย แต่สุดท้ายก็อยากจะท้วงติงนิดหนึ่งว่า ก็ยังขาดเรื่องของการรับรองความปลอดภัยของข้อมูล ภาครัฐ แต่เท่าที่มีจำเป็นก็ต้องบังคับใช้ไปก่อน สุดท้ายไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาล ผมก็ฝากว่า ขอให้ท่านให้เกียรติสภาแห่งนี้ ถ้าท่านคิดว่ามีปัญหาก็ควรจะใช้เวทีสภาในการออก พระราชบัญญัติ อย่าทำเหมือนรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ที่ผ่านมา ขอบคุณครับ