ร่มธรรม ตั้งข้อสังเกต พ.ร.ก.ไซเบอร์ พร้อมเสนอคืนเงินผู้เสียหายทันที

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๓ สิงหาคม ๒๕๖๖

ร่มธรรม ขำนุรักษ์ หารือปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์ที่ทวีความรุนแรงและส่งผลกระทบต่อผู้มีรายได้น้อยอย่างรุนแรง เรียกร้องให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด มีบทลงโทษที่รุนแรงและการจับกุมที่รวดเร็ว พร้อมเสนอให้ปรับปรุงร่าง พ.ร.ก. โดยพิจารณาใช้ พ.ร.บ. แทนเพื่อความรอบคอบ รวมถึงเพิ่มมาตรการป้องกันการกลั่นแกล้งผ่านการอายัดบัญชีเท็จ และเร่งคืนเงินให้ผู้เสียหายอย่างทันท่วงที

นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ พัทลุง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ร่มธรรม ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ลำดับแรกครับ ผมขอขอบคุณทางรัฐบาลที่ได้คำนึงถึงการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม ทางเทคโนโลยี เพราะเป็นปัญหาที่เร่งด่วนและสำคัญระดับชาติ และมีการหลอกลวง ทั้งทางโทรศัพท์ หรือที่เรียกว่า Call center หรือทางอิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ อีกมากมาย สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนที่ถูกหลอกเป็นจำนวนมาก ซึ่งถือเป็น ปัญหาทั้งด้านความมั่นคงและเป็นภัยต่อเศรษฐกิจของประเทศ ปัจจุบันมีข่าวอาชญากรรม Cyber ที่น่ากังวลอยู่บ่อยครั้งครับ โดยทางตำรวจ Cyber ได้รายงานสถิติการหลอกลวง ที่ผู้เสียหายแจ้งความ Online ตั้งแต่ ๑ มีนาคม ๒๕๖๕ ถึง ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๖๖ มีจำนวน คดีทั้งสิ้น ๒๙๖,๒๔๓ คดี เท่ากับมีสถิติการแจ้งความประมาณ ๕๒๕ คดีต่อวัน มูลค่า ความเสียหายเกือบ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท เฉลี่ย ๗๔ ล้านบาทต่อวัน มีผู้เสียหายสูงสุดถึง ๑๐๐ ล้านบาท จึงเป็นสถานการณ์ขั้นวิกฤติครับ ส่วนรูปแบบการโกงของมิจฉาชีพ มีหลากหลายรูปแบบ เช่น มีการหลอกขายสินค้า Online มีการหลอกให้ทำงานเสริม ผ่านช่องทาง Online มีการหลอกให้กู้เงิน มีแก๊ง Call center ข่มขู่ให้เกิดความหวาดกลัว มีการหลอกให้ลงทุน และหลอกให้รักและลงทุน และมีวิธีอื่นอีกมากมาย มากไปกว่านั้นครับ เมื่อผู้กระทำผิดได้รับเงินจากผู้เสียหายแล้ว ก็มีการโอนเงินของผู้เสียหายต่อไปยังบัญชีอื่น ๆ ที่เป็นผู้ร่วมขบวนการเป็นทอด ๆ อย่างรวดเร็ว หรือเรียกว่าบัญชีม้า ซึ่ง พ.ร.ก. นี้มีส่วนช่วย คุ้มครองประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากภัยทางการเงิน โดยช่วยลดขั้นตอนให้เหยื่อ สามารถแจ้งธนาคารให้ระงับบัญชีต้องสงสัยได้โดยตรงอย่างรวดเร็ว และมีผลบังคับโทษ บัญชีม้าและเบอร์มือถือม้า อย่างไรก็ตามครับท่านประธาน ผมคิดว่าสาระสำคัญของปัญหา อาชญากรรมทางเทคโนโลยีคือการคืนทรัพย์ให้ประชาชนที่ถูกหลอกอย่างรวดเร็ว เพราะสำหรับผู้เสียหายนอกจากต้องการให้มิจฉาชีพได้รับโทษแล้ว ก็ต้องการได้รับทรัพย์สิน หรือเงินที่เสียหายคืน โดยการดำเนินคดีที่กฎหมายเปิดช่องให้ได้รับเงินคืนที่เสียไปจาก การถูกหลอกลวงคือการร้องทุกข์ที่เป็นมูลฐานความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมาย อาญา ซึ่งการเรียกร้องค่าเสียหายต้องไปกล่าวกันในทางแพ่งต่อไป โอกาสที่เหยื่อ หรือผู้เสียหายจะได้รับเงินคืนจึงไม่ใช่เรื่องง่าย เกิดความล่าช้า หรืออาจไม่ได้เงินคืนเลย ซึ่งประชาชนที่โดนหลอกไปได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก การโดนหลอก ๑๐,๐๐๐ บาท หรือ ๒๐,๐๐๐ บาท บางท่านอาจจะมองเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่นั่นอาจจะเป็นเงินทั้งหมด ที่เขามีอยู่ก็ได้ และเมื่อชาวบ้านถูกหลอกมากขึ้นจากอาชญากรรม Cyber ก็ซ้ำเติม ความยากจนเข้าไปอีก การคุยเรื่องกฎหมายนี้ นี่จึงเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด

ท่านประธานครับ ผมมีความเห็นชอบที่จะมี พ.ร.ก. หรือกฎหมาย ด้านอาชญากรรมทางเทคโนโลยี แต่มีคำถามติดใจบางประการดังนี้ครับ

๑. ทำไมจึงเป็น พ.ร.ก. ครับ ผมเข้าใจดีครับว่าการออก พ.ร.ก. เป็นไปเพราะ ความเร่งด่วนของรัฐบาล แต่ พ.ร.บ. มีความละเอียดชัดเจนและรอบคอบมากกว่า ซึ่งต้อง ผ่านความเห็นชอบของสภาอย่างละเอียด มีการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการที่มีทั้ง สส. และผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ ผมเห็นว่าเรื่องที่สำคัญเช่นนี้หากเป็น พ.ร.บ. จะเหมาะ ที่สุดครับ

๒. พ.ร.ก. นี้บังคับใช้ไปแล้วตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ขอสอบถามว่า สามารถป้องกันปราบปรามอาชญากรรม Cyber ได้มากน้อยแค่ไหน ตัวเลขผู้ได้รับ ผลกระทบลดลงหรือไม่ เพราะเท่าที่ผมประสบนะครับ ยังมีแก๊ง Call center โทรศัพท์มาหา บ่อยครั้ง และล่าสุด Page ตำรวจ Cyber เองก็ยังถูกมิจฉาชีพปลอม Page เพื่อใช้เป็น เครื่องมือหลอกผู้เสียหายอีกทีหนึ่ง ซึ่งหลอกให้โอนเงินโดยอ้างเพื่อจะช่วยดำเนินการติดตาม หรือกู้คืนทรัพย์ที่สูญเสียไปกลับคืนมาได้ นี่เป็นการหลอกซ้ำหลอกอีกทีครับท่านประธาน

๓. ตามมาตรา ๑๓ ในวาระแรก ให้นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้น เพื่อกำหนดแนวทางป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี รวมทั้งให้คำแนะนำ และคำปรึกษาเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อยากทราบว่า ขณะนี้คณะกรรมการนี้ได้ดำเนินการอะไรบ้าง มีแนวทางและข้อเสนอแนะในเบื้องต้น เป็นอย่างไร เพราะผมหวังและคิดว่าคณะกรรมการนี้ จะเป็นประโยชน์อย่างมากในการแก้ไข ปัญหาอาชญากรรม Cyber ต่อไป

๔. ขอถามว่าจะมีวิธีการ กระบวนการคืนเงินให้กับประชาชนผู้ที่ถูก หลอกลวงทาง Cyber อย่างรวดเร็วได้อย่างไร ซึ่งเป็นสาระสำคัญที่สุดที่ผู้เป็นเหยื่อต้องการ เพราะในความเป็นจริงแล้วกระบวนการยึดทรัพย์ ติดตามทรัพย์ เกิดการล่าช้าครับ ผมขอ ยกตัวอย่างของประเทศจีนนะครับที่ได้มีกองบัญชาการที่คอย Monitor เรื่องนี้โดยเฉพาะ เจอปุ๊บก็สามารถอายัดเงินได้ปั๊บและคืนเงินได้ทันที

๕. ขอสอบถามว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการทำงานเชิงรุก ที่สาวไปถึง ต้นตอและมีการตรวจค้นจับกุมหรือไม่ สามารถจับมิจฉาชีพได้มากน้อยเพียงใดเมื่อเทียบกับ จำนวนคดีที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหากไม่มีการคืนเงินและจับต้นตอไม่ได้ ปัญหานี้คงไม่มีทางลดลง และในความเป็นจริงแล้วผู้กระทำความผิดมีหลายบัญชีม้าครับ โอนเงินไปเป็นทอด ๆ ออกไป เป็น Cryptocurrency ออกไปต่างประเทศ เราจะตามคืนเงินเหล่านี้ได้อย่างไร

๖. ผมขอตั้งข้อสังเกตว่ามาตรา ๗ ตาม พ.ร.ก. นี้ อาจถูกนำไปใช้เพื่อ กลั่นแกล้งผู้อื่นได้หรือไม่ เช่น อาจมีการแจ้งเหตุปลอมให้อายัดบัญชีเพื่อกลั่นแกล้งผู้อื่น โดยผมขอยกตัวอย่าง พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคล สูญหายในมาตรา ๒๙ วรรคสอง ระบุไว้ชัดเจนว่า ถ้าได้กระทำการแจ้งโดยสุจริตไม่ต้อง รับผิดทางแพ่ง ทางอาญา หรือทางวินัย แม้ภายหลังปรากฏว่าไม่มีการกระทำความผิด ตามที่แจ้ง การระบุข้อความเช่นนี้ครับจะทำให้ พ.ร.ก. ฉบับนี้รัดกุมและสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น เป็นประโยชน์เพื่อป้องกันต่อผู้แจ้งที่มีเจตนาสุจริต อีกทั้งควรกำหนดความผิดสำหรับการแจ้ง ให้อายัดบัญชีจากผู้ที่มีเจตนาแจ้งโดยทุจริตเพื่อกลั่นแกล้ง ใน พ.ร.ก. นี้เพิ่มเติม

สุดท้ายครับ ท่านประธานครับ อาชญากรรมทางเทคโนโลยีเป็นภัย ความมั่นคงและเศรษฐกิจของประเทศ ประชาชนในประเทศเราเผชิญปัญหาความยากจน และปัญหาหนี้สินอยู่แล้ว และหากยังมีคนโดนหลอกโกงทาง Cyber อีกก็ซ้ำเติมความยากจน ประเทศก็ไม่มีความมั่นคง ผมคิดว่ากฎหมายนี้เมื่อมีแล้วควรบังคับใช้ให้ได้จริงอย่างมี ประสิทธิภาพ ปราบปราม จับกุม และลงโทษผู้กระทำผิดได้อย่างจริงและรวดเร็ว ต้องเพิ่ม บทลงโทษที่แรงกว่ากฎหมายฉบับอื่นที่เกี่ยวข้อง เมื่อมีแล้วต้องไม่มีใครกล้ากระทำผิดอีก แต่ความเป็นจริงที่ปรากฏคือ ยังมีคนถูกหลอกทุกวัน ณ เวลานี้ ขณะที่ผมกำลังอภิปรายอยู่นี้ แก๊ง Call Center ก็ยังทำงานอยู่เช่นกันครับท่านประธาน จนกลายเป็นเรื่องปกติ ในประเทศนี้ซึ่งไม่สามารถปล่อยให้เกิดต่อไปได้ อีกทั้งยังควรป้องกันและให้ความรู้ประชาชน เกี่ยวกับภัยทาง Cyber และสาระสำคัญที่สุดครับ ประชาชนต้องไม่โดนหลอกอีก และ ประชาชนที่โดนหลอกต้องได้เงินคืน ต้องคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนไว้ให้ได้ ครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ