ธีระชัย แสนแก้ว หารือเรื่องพระราชกำหนดฉบับเกี่ยวกับอาชญากรรมเทคโนโลยี วิพากษ์วิจารณ์การออกพระราชกำหนดฉบับนี้ของรัฐบาล โดยกล่าวว่าออกเพื่อหวังผลทางการเมือง และไม่คำนึงถึงปัญหาของประชาชน และเรียกร้องให้ใช้กฎหมายที่มีอยู่แก้ไขปัญหาการหลอกลวงประชาชน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย กระผม ใคร่ขออนุญาตท่านประธานในการที่จะกราบเรียนผ่านไปยังคณะรัฐมนตรี หรือหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องในการที่กระผมมีความห่วงใยเกี่ยวข้องกับตั้งข้อสังเกตในพระราชกำหนดฉบับนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ
ประเด็นแรก เหตุใดรัฐบาลชุดก่อนซึ่งเพิ่งเร่งรัดออกพระราชกำหนดฉบับนี้ ก่อนวันครบวาระของรัฐบาลชุดที่แล้วเพียง ๑ สัปดาห์เท่านั้นทั้ง ๆ ที่ปัญหาของพี่น้อง ประชาชน ปัญหาอาชญากรรมเรื่องนี้มีมานานนับ ๑๐ ปีแล้ว ตลอดระยะเวลา ๔ ปีท่านไป ทำอะไรอยู่ เกือบจะ ๙ ปีด้วยซ้ำท่านไปนั่งทำอะไรอยู่ อันนี้คือเป็นข้อข้องใจของผม ปัญหาที่ เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมเทคโนโลยี เหล่านี้มันเป็นกลโกงวิธีที่ทันสมัย เดี๋ยวนี้ยุคสมัย มันไปถึงไหนแล้ว เพราะฉะนั้นคนเฒ่าคนแก่ ลูกเล็กเด็กแดงอยู่ต่างจังหวัดเจอหมด แม้กระทั่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็เหมือนกันก็จะมีโทรศัพท์เข้ามาโดยไม่รู้ต้นสายมาจาก ไหน พอโทรมาถ้าเราไม่รับก็คิดว่าจะเป็นหัวคะแนนมันก็จำเป็นต้องรับ พอรับแล้วก็ Call Center ครับ นี่ละคือเป็นปัญหาที่ทำให้เราเกือบจะวิกลจริตไปหมดแล้วในประเทศนี้ ท่านที่เคารพครับตั้งแต่รัฐบาลประยุทธ์ ๑ จนถึงประยุทธ์ ๒ ครองอำนาจบริหารมาเกือบ ๙ ปี มีอำนาจเบ็ดเสร็จ มีทั้งมาตรา ๔๔ มีทั้งเจ้าหน้าที่รัฐ มีทั้งอำนาจ มีทั้งกฎหมายต่าง ๆ แล้วท่านคิดว่าการออกพระราชกำหนดฉบับนี้นี่ก่อนที่จะมีการยุบสภา อยู่ครบวาระนะครับ แล้วท่านออกมาเพื่อที่จะหวังผลทางการเมืองหรือท่านไปกดดันอะไรเพื่อที่จะไปบอก พี่น้องประชาชนว่าจะเสียนะครับ ก็เลยออกพระราชกำหนดฉบับนี้เพื่อที่จะไปบอก พี่น้องประชาชน คือหาเสียงกับพี่น้องประชาชนผมเข้าใจอย่างนั้น ผมจะเข้าใจถูก เข้าใจผิด ผมย่อมจะคิดได้ เพราะฉะนั้นการแก้ปัญหาของพี่น้องประชาชนมันจะต้อง คิดมาก่อน ตรงนี้ท่านเพื่อนสมาชิกก็บอกแล้วว่ามันมีปัญหาแล้วเงินนับหมื่นล้านที่มันโกงไป หาต้นตอไม่รู้ ไม่เห็น เพราะฉะนั้นท่านก็มาคิดบอกว่าผมจะใช้ฉายาพระราชกำหนดฉบับนี้ว่า ฉบับควายหายแล้วล้อมคอก
ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานครับ พระราชกำหนดฉบับนี้ก่อให้เกิดสภาวะ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนิติศาสตร์ ก็คือสภาวะกฎหมาย กฎหมายเฟ้อครับ กฎหมาย ซ้อนกฎหมายครับ เพราะพระราชกำหนดที่เกี่ยวข้อง เพราะการกำหนดความผิด ที่เกี่ยวข้องกับบัญชีม้า ความผิดที่เกี่ยวกับแก๊ง Call Center การหลอกลวงของ พี่น้องประชาชน ไม่ใช่ที่ผ่านมาเราไม่มีกฎหมายการจัดการปัญหาเหล่านี้ ที่จริงสามารถใช้ หลักกฎหมายอาญาได้ท่านครับ พื้นฐานของตัวการมาตั้งข้อหาผู้กระทำความผิด เป็นตัวการร่วมผู้กระทำความผิดในการแก้ไขปัญหาป้องกันไม่ให้เกิดปัญหานี้ได้ แต่ท่านก็ไม่ทำนะครับ เช่นการหลอกให้เปิดบัญชีม้าเพื่อรับโอนเงิน Website การพนัน Online ก็จะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ตามพระราชบัญญัติการพนัน และพระราชบัญญัติการฟอกเงินได้อยู่แล้วท่านประธานครับ
ประเด็นสุดท้าย ที่ผมมีความข้องใจที่อยากจะเสนอแนะ ความหมายก็คือว่า กฎหมาย PDPA เป็นหมันครับ เพราะมาตรา ๑๒ ของพระราชกำหนดฉบับนี้บอกว่า การเปิดเผย การแลกเปลี่ยน การเข้าถึง การเก็บ การรวบรวม หรือการใช้ข้อมูลส่วนตัว ตามบุคคลตามพระราชกำหนดฉบับนี้ ไม่อยู่ภายใต้ข้อบังคับของพระราชบัญญัติคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ นั่นหมายความว่าพระราชกำหนดฉบับนี้ให้อำนาจ เจ้าหน้าที่รัฐที่มีอำนาจสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของพี่น้องประชาชนได้โดยไม่ผิด กฎหมาย PDPA ใช่ไหมครับ ส่วนบุคคลพี่น้องประชาชนก็จะมีปัญหาในทางที่ผิดกฎหมาย ในขณะเดียวกันพี่น้องประชาชนกลับไม่สามารถใช้หลักความยินยอมมาปกป้องตัวเองได้ ผลเสียก็จะเกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนอย่างปฏิเสธไม่ได้ครับท่านประธาน หากมองมุมกลับ เจ้าหน้าที่รัฐที่จะใช้อำนาจโดยสุจริต แต่ขาดความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในการใช้อำนาจตาม พระราชกำหนดฉบับนี้ เพราะมาตรานี้เปิดให้เจ้าหน้าที่ใช้อำนาจอย่างกว้างขวาง และที่ผ่านมาเคยมีคำพิพากษาฎีกา ที่ ๔๕๒๘/๒๕๖๕ ว่าตำรวจเข้าค้นบ้าน โจทก์ที่ ครอบครองนกปรอดหน้านวลและนกปรอดหัวโขนครับ โดยไม่มีหมายจับ และไม่มีหมายค้น จากศาล แต่ตำรวจเข้าใจว่าเป็นความผิดซึ่งหน้า จึงทำการจับกุมตัวโจทก์และยึดของกลาง สุดท้ายศาลฎีกาลงโทษตำรวจว่าผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ และมาตรา ๑๕๘ ครับท่านประธาน และแน่นอนที่สุด มาตรา ๑๒ ก็ไม่มีบทลงโทษอะไรใด ๆ เลยนะครับ ไม่มีบทลงโทษ ท่านนำไปคิดใหม่และผมไม่รับอยู่แล้ว เพราะว่าเราจะต้องมาคิดใหม่ แล้วก็ทำใหม่เสียในรัฐบาลชุดใหม่นี้ เพราะฉะนั้นผมอยากจะขอกราบเรียนว่า ทั้ง ๓ เหตุผลดังกล่าวนั้น กระผมจึงไม่สามารถที่จะอนุมัติพระราชกำหนดฉบับนี้ได้ครับ ท่านประธาน ขอกราบขอบพระคุณครับ