ณัฏฐ์ชนน แจงปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกเหยื่อโอนเงินกว่าล้าน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๓ สิงหาคม ๒๕๖๖

ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ หารือปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะแก๊ง Call Center ที่ก่อเหตุในพื้นที่ชายแดนและใช้สัญญาณโทรศัพท์ข้ามประเทศ พร้อมเรียกร้องให้ กสทช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบการตั้งเสาสัญญาณและควบคุมการแจกจ่ายซิมการ์ดจำนวนมากที่อาจเอื้อให้เกิดการกระทำผิดกฎหมาย และห่วงมาตรา 9 ในร่างกฎหมายที่อาจลงโทษผู้เสียหายซ้ำโดยไม่เจตนา

นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สงขลา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผมณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขตเลือกตั้งที่ ๗ อำเภอนาทวี อำเภอสะบ้าย้อย และตำบลลำไพร ของอำเภอเทพา ท่านประธานครับผมเองเมื่อสมัยที่แล้วเป็น กรรมาธิการการตำรวจสภาผู้แทนราษฎร ก็เป็นส่วนหนึ่งในการรับฟังปัญหาในเรื่องของ แก๊ง Call Center เพราะฉะนั้น พระราชกำหนดมาตรการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ทางเทคโนโลยีฉบับนี้ ผมเองในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง ทั้ง ๑๔ มาตรา ท่านประธานครับ ก่อนที่จะเห็นด้วยอย่างน้อยก็จะมีการอภิปราย เพื่อที่จะ นำเรียนนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีที่รักษาการใน พ.ร.ก. ฉบับนี้ ท่านประธานครับผมเอง ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องในพื้นที่ Case แรกครับ เกิดขึ้นที่อำเภอนาทวี ปรากฏว่าเป็น ข้าราชการระดับผู้อำนวยการโรงเรียนโดน แก๊ง Call Center โทรมาหลอกให้โอนเงิน ในช่วงไหนครับ วันจันทร์ถึงวันศุกร์แก๊งเหล่านี้จะไม่ดำเนินการ จะดำเนินการในช่วงวันหยุด ครับ วันเสาร์ วันอาทิตย์ และจะไม่ให้เหยื่อเดินทางไปทำธุรกรรมที่ธนาคารเพราะฉะนั้นนะ ครับ ผมก็เลยอยากจะฝากว่าวันนี้สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือความอันตรายที่เกิดขึ้น ปรากฏว่า Case นี้นะครับ มีการหลอกให้โอนเงินไปตรวจสอบโดยอ้างถึงสถานีตำรวจภูธร จังหวัดระนอง เพื่อโอนเงินไปตรวจสอบปรากฏว่าเหยื่อคนนี้ด้วยความตกใจมีการพูดถึง ผู้กำกับเจ้าหน้าที่ ก็เลยโอนเงินผ่านบัตรครับ ผ่าน ๓ บัญชี ยอดทั้งหมด ๑,๑๐๐,๐๐๐ บาท ครั้งละ ๒๐๐,๐๐๐ บาท นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น ถามว่าจะเอากลับอย่างไรครับ เรียบร้อยครับ เป็นคนมีชื่อเสียง มีหน้ามีตาไม่กล้าบอกใคร แต่กล้าบอก สส. ท่านประธานครับ อีก Case หนึ่ง อยู่ไม่ไกลก็คือบ้านแค อำเภอจะนะ ปรากฏว่าเป็นร้านของชำในหมู่บ้าน คนแก่ครับทำธุรกรรมไม่เป็นก็เลยมีสายโทรศัพท์มาจากสรรพากรให้ทำธุรกรรม เปิดไม่เป็น ให้หลานเปิด โอนเงินไปทั้งหมดครับล้านกว่าบาท หมดเลยครับ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นก็เลย อยากจะบอกท่านรัฐมนตรีว่าวันนี้มันมีความเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้าโดยเฉพาะ แก๊ง Call Center ที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นวันนี้ผมเองเลยอยากจะฝากว่าพวกผม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่อภิปราย ๔ ปีที่ผ่านมาปรากฏว่าอะไรครับท่านประธาน กสทช. บริษัทเครือข่ายต่าง ๆ ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ใช้ในพื้นที่ครับ นี่คือประเทศไทย ผมเป็น สส. สงขลา ลุกขึ้นพูดในเรื่องสัญญาณโทรศัพท์หลายครั้งครับ ที่ตำบลบาโหย อำเภอสะบ้าย้อย ๒๐ กว่าปีแล้วครับ วันนี้ก็ยังไม่ได้ดำเนินการ ที่ตันหยงบุหรง ตำบลธารคีรี อำเภอสะบ้าย้อย ที่บ้านร่องมุด เหมือนกันครับท่านประธาน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไรครับ มันมีบริษัทโทรคมนาคมของประเทศไทยไปตั้งเสาสัญญาณบริเวณชายแดนประเทศไทยครับ ประเทศพม่า ประเทศลาว และประเทศกัมพูชา เอื้อให้กับมิจฉาชีพที่ไปใช้พื้นที่ต่างประเทศ ทำธุรกรรม ไม่ว่าจะเป็น Call Center ไม่ว่าจะเป็นบ่อน Online ท่านไปดูสิครับ มีเสาสัญญาณอยู่ติด พื้นที่ชายแดน เป็นเสาขนาดใหญ่ทุกเครือข่าย นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นครับท่านประธาน เพราะฉะนั้น กสทช. ต้องรีบดำเนินการตรวจสอบว่าการไปเอื้อธุรกิจบ่อนการพนัน เอื้อธุรกิจ Call Center และการกระทำผิดกฎหมายนอกราชอาณาจักรเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองมี ๑ SIM ครับ แต่ท่านรู้ไหมว่าวันนี้สิ่งที่เกิดขึ้นบริษัท โทรคมนาคมสามารถปล่อย SIM ไป ๕๐ SIM และ ๑๐๐ SIM มากกว่านี้มีไหมครับ ๕๐๐ SIM มีอีกไหมครับ ๑,๐๐๐ SIM ครับ และที่น่ากลัวที่สุด ๑ คนมีคนครอบครอง ๕,๐๐๐ SIM ครับ เพราะฉะนั้นหน่วยงานที่ดูแลกำกับ คุณไม่สงสัยหรือครับว่ามีบุคคล คนเดียวสามารถครอบครองบัตรนี้ ๕,๐๐๐ อัน จริงหรือเปล่าตอบผมด้วย และไม่ใช่คนเดียว มีเป็น ๑๐ คนหรือว่า ๕๐ คน ที่ครอบครอง SIM ๕,๐๐๐ ต่อ ๑ คน ท่านประธานครับ นี่ก็คือสิ่งที่ล่อแหลมที่จะเกิดขึ้นในอนาคตที่จะมีการดำเนินการ ผมเองคงไม่ลงในรายละเอียด สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ มาตรา ๙ ครับ ท่านรัฐมนตรี ท่านนายกที่เคารพครับมันจะเป็นบาปกรรม ที่เราจะไปทำกับผู้ที่ไม่รู้ มาตรา ๙ ว่าอย่างไรครับ ผู้ใดเปิด หรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้ บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ของตนโดยมิได้มีเจตนา ท่านประธานครับ โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตน หรือเพื่อกิจกรรมที่ตนเกี่ยวข้อง หรือยินยอมให้ บุคคลอื่นใช้มีโทษจำคุก ๓ ปี ปรับ ๓๐๐,๐๐๐ บาท เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะตามมาก็คือคดี ที่เกิดขึ้นกับคนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือโดนหลอกมาอีกรอบ โทษหนักครับ ๓๐๐,๐๐๐ บาท และปรับติดคุก ๓ ปี ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ในเวลาที่เหลือสั้น ๆ ก็เลยจะฝากว่า ธุรกรรมที่พิสูจน์แล้ว ก็คือ ๑ คดีหลอกลวงซื้อขายสินค้า คดีหลอกลวงโอนเงินเพื่อหารายได้ จากทำกิจกรรม คดีหลอกให้กู้เงิน แต่ไม่ได้เงิน คดีแก๊ง Call Center คดีหลอกลวง คดีต่าง ๆ ประมาณ ๑๐ คดีที่มีการรวบรวม ปรากฏว่ามีทั้งหมด ๒๑๘,๐๐๐ คดี มูลค่า ๓๑,๐๐๐ ล้านบาท นี่คือที่อยู่ในระบบ แต่ที่ไม่ได้ไปแจ้งความ ไม่ได้ดำเนินการ ผมคิดว่าอีกหลายเท่าตัว นี่คือสิ่งที่กฎหมายฉบับนี้ต้องเร่งดำเนินการ เพราะฉะนั้นฝากเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ให้กฎหมายฉบับนี้ผ่านสภาของเรา และฝากท่านนายก ท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องไปตรวจสอบ สิ่งที่ผมพูดถึงด้วยว่า ๕,๐๐๐ SIM จริงหรือเปล่า ขอบคุณครับ