สุเทพ อู่อ้น หารือปัญหาเงินสมทบประกันสังคมค้างรับ โดยเฉพาะจากภาครัฐที่มีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 75 พร้อมเรียกร้องให้ยกระดับสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนมาตรา 40 ให้เทียบเท่ามาตรา 33 และ 39 เสนอให้สำนักงานประกันสังคมเป็นองค์กรอิสระเพื่อเพิ่มความโปร่งใสในการบริหารจัดการกองทุน รวมถึงเรียกร้องการปรับระบบเพื่อคุ้มครองผู้ประกันตนมาตรา 40 ที่เพิ่มขึ้นจากการเยียวยา ให้ได้รับสิทธิการรักษาพยาบาลอย่างถ้วนหน้าและเท่าเทียม แม้จะรับบำนาญแล้ว
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุเทพ อู่อ้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เครือข่าย แรงงาน คนใช้แรงงาน วันนี้ขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายเกี่ยวกับผู้ตรวจสอบบัญชี การเงิน กองทุนประกันสังคม และสำนักงานประกันสังคม จากสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ต้องขอขอบคุณคุณบุญสงค์ ท่านเลขาธิการ ที่ได้เข้ามารายงานกับคณะ ซึ่งเห็นได้ว่า จากเอกสารที่ได้มีการรายงานให้ทราบนะครับ ก็คือในเรื่องของเงินงบประมาณของ สำนักงานประกันสังคมที่มีอยู่ ๒.๒ ล้านล้านบาท ซึ่งประเด็นนี้ผมเองในฐานะเป็น ผู้ประกันตนก็ได้มีการติดตามจากสำนักงานประกันสังคมอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การเข้ามาเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพรรคอนาคตใหม่และพรรคก้าวไกล จะเห็นได้ว่าจากเงินของ กองทุนประกันสังคมที่เป็นเงินสมทบค้างรับ จะมีหน่วยงานที่ค้างรับไม่ว่าจากนายจ้าง ผู้ประกันตน ประมาณ ๑,๒๐๐ ล้านบาท ส่วนราชการที่ไม่แสวงหากำไรอยู่ประมาณ ๒,๕๐๐ ล้านบาท จากผู้ประกันตนโดยสมัครใจประมาณ ๑,๐๐๑ ล้านบาทนะครับ และในส่วนที่สำคัญที่สุดผมจะข้ามไปเลยก็คือในส่วนเงินสมทบ เงินอุดหนุนค้างรับ กรณี งวดจากรัฐบาลซึ่งเป็นการค้างรับหลาย ๆ งวดจากรัฐบาลที่ต้องสมทบตามเงื่อนไขของ ประกันสังคม มีจำนวนเงินที่ค้างอยู่ ถ้าพูดถึงที่มีการรายงานในบัญชีประมาณ ๖๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท เงินที่ค้างจากรัฐบาล ๕๑,๔๐๗ ล้านบาท ถือได้ว่าเป็นเงินค้างรับ อยู่ประมาณ ๗๕ เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นผมก็เลยอยากจะมีคำถามไปที่สำนักงานประกันสังคม เกี่ยวกับเรื่องเงินค้างรับซึ่งก็ค้างมาเนิ่นนานหลายปีแล้ว ถ้าเงินส่วนนี้ได้มีการนำมาจ่ายให้กับ กองทุนประกันสังคมซึ่งที่เรามีอยู่ ๒.๒ ล้านล้านบาทก็จะเพิ่มขึ้น เพราะเมื่อกองทุนนี้ ได้รวบรวมมากขึ้นแล้วก็จะสารถไปลงทุนเพื่อสร้างผลกำไรในการที่จะทำให้กองทุนนั้นโตขึ้น และมาจัดระบบความมั่นคงให้กับพี่น้องแรงงานใน ๗ กรณี โดยเฉพาะปัจจุบันผู้ประกันตน มาตรา ๓๓ มีอยู่ประมาณ ๑๐ กว่าล้านคน มาตรา ๓๙ มีอยู่ประมาณ ๖-๗ ล้านคน มาตรา ๔๐ อีก ๒๔ ล้านคน ในความประสงค์ที่ผมอยากจะนำเสนอคือเรื่องของ การประกันสังคมที่เท่าเทียมเป็นธรรม นั่นหมายความว่าขณะนี้การปฏิบัติกับผู้ประกันตน คือผู้ใช้แรงงานยังมีความเหลื่อมล้ำในเรื่องของการจัดเรื่องสิทธิผลประโยชน์ ท่านประธาน ครับ เรียนไปยังท่านเลขาธิการ อยากจะสอบถามจากสำนักงานประกันสังคมว่ามีแนวคิด อย่างไรที่จะยกระดับสิทธิผลประโยชน์ของผู้ประกันตนในมาตรา ๔๐ ให้เท่าเทียมกับ มาตรา ๓๓ หรือ ๓๙ ซึ่งนั่นเป็นเป้าประสงค์หลักจากการที่จะให้เกิดประกันสังคม จากการขับเคลื่อนของพี่น้องของผู้ใช้แรงงาน ในเมื่ออดีตที่พยายามผลักดันให้เกิด ประกันสังคม มีการสูญเสียชีวิต มีการถูกดำเนินคดีต่าง ๆ จนได้เกิดประกันสังคม แต่มาถึง วันนี้ ๓๐ กว่าปีแล้วสำนักงานประกันสังคมยังจัดระบบ เขาเรียกว่าการประกันสังคม ที่เท่าเทียมให้กับพี่น้องผู้ใช้แรงงานไม่ได้ ดังนั้นข้อเสนออีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะฝากไป ก็คือการยกระดับองค์กรประกันสังคมให้เป็นองค์กรอิสระ มีความจำเป็นครับ เพราะที่ผ่านมา การดำเนินการในลักษณะที่ผ่านมานั้นถูกการครอบงำจากการเมือง ถูกการครอบงำจาก หน่วยงานรัฐบางหน่วยงานที่ทำให้การขยายการเจริญเติบโตของผู้ประกันตนนั้นไม่เป็นไป ตามเป้าประสงค์ของการดำเนินการ ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นครับ ขณะนี้หลายท่านพูดไปแล้ว ที่จะให้เกิดการพัฒนาได้มันจะต้องมาจากคณะผู้บริหารซึ่งก็โดนดองมาอย่างยาวนาน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผู้ประกันตนนั้นมองถึงการไม่ชอบธรรมในการบริหารจัดการที่จะให้เกิด ในส่วนของผู้จะไปบริหารผู้ประกันตน
และอยากจะเสนออีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องสิทธิผลประโยชน์ที่ผู้ประกันตน ยังมีปัญหาอยู่นั่นก็คือเรื่องของระบบรักษาพยาบาล ซึ่งขณะนี้หลายท่านพูดไปเยอะแล้ว แต่ผมจะเพิ่มเติมในเรื่องของกรณีที่เป็นผู้ประกันตนได้รับบำนาญจะถูกตัดสิทธิ การรักษาพยาบาลซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่สมควรจะเกิดขึ้น เพราะผู้ประกันตนส่งกันมานับ ๓๐-๔๐ ปี จนอายุ ๕๕ ปีถึงได้เงินบำนาญ แต่พอรับบำนาญแล้วถูกตัดสิทธิการรักษาพยาบาล เรามองว่าไม่เป็นคุณกับผู้ประกันตน อยากเสนอให้มีการปรับเปลี่ยนเรื่องนี้ด้วย
และเรื่องของผู้ประกันตนมาตรา ๔๐ ซึ่งเห็นได้ชัดเจนเมื่อประมาณปี ๒๕๖๒ และ ๒๕๖๓ มีผู้ประกันตนมาตรา ๔๐ อยู่เพียงประมาณ ๓.๖ ล้านคน หรือ ๔ ล้านคน ตัวเลขกลม ๆ แต่เราได้มีการผลักดันให้สำนักงานประกันสังคม หรือกระทรวงแรงงาน ได้มีการยกระดับผู้ประกันตนมาตรา ๔๐ ถือโอกาสที่ดีที่ได้มีการใช้ระบบการเยียวยา ที่ผ่านมาตรา ๔๐ ซึ่งทำให้ผู้ประกันตนไปลงทะเบียนจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น ๑๐ ล้านคน ซึ่งขณะนี้ จากการลงทะเบียนไปแล้วมีผู้คนที่ยังไม่ได้ขับเคลื่อนหรือส่งต่อ ซึ่งอันนี้เป็นเรื่องที่จะต้องฝาก สำนักงานประกันสังคมว่าเมื่อเรามีโอกาส เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาสในเรื่องการที่จะรักษา ผู้ประกันตนมาตรา ๔๐ ที่มีมากขึ้นถึง ๑๐ ล้านกว่าคน จะทำอย่างไรให้ไปถึงเป้าหมาย ที่จะต้องมีการประกันแบบถ้วนหน้า และมีสิทธิประโยชน์ที่เท่าเทียมกัน นี่เป็นเรื่องที่อยากจะ ฝากไว้กับสำนักงานประกันสังคม ในการที่มารายงานในครั้งนี้หวังว่าการนำเสนอครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์กับพี่น้องผู้ใช้แรงงานและผู้ประกันตนทุกท่าน ขอบคุณครับท่านประธาน