ซูการ์โน มะทา หารือประเด็นการพัฒนาจังหวัดชายแดนใต้ โดยทบทวนบทบาทของ ศอ.บต. ภายใต้คำสั่ง คสช. ที่ทำให้ประชาชนมีส่วนร่วมน้อยลง พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความเบี่ยงเบนจากเจตนารมณ์เดิมในการสร้างสันติภาพอย่างยั่งยืน ทั้งยังกล่าวถึงปัญหาการถูกตราหน้าเยาวชนที่แต่งชุดมลายูในวันรายออีดิลอัฏฮา การค้ามนุษย์ ยาเสพติด ใบกระท่อม และของเถื่อนในพื้นที่ รวมถึงปัญหาการศึกษาที่ด้อยคุณภาพจากขาดงบประมาณ และความเหลื่อมล้ำในการสนับสนุนโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจและโควิด จึงเรียกร้องให้มีการจัดสรรงบประมาณอย่างเท่าเทียมเพื่อความเสมอภาคและส่งเสริมวัฒนธรรมอันดีงามของชาวมลายู
ท่านประธานที่เคารพ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต ๒ พรรคประชาชาติ วันนี้ดีใจที่ได้มาพูดเรื่องของ นโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นแผน ปี ๒๕๖๕-๒๕๖๗ ของสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ด้วยความบังเอิญสัปดาห์นี้ผมกับท่านรองเลขาธิการ สมช. ก็เจอกัน ๒-๓ ครั้ง ก็ขอบคุณที่ได้เขียนรูปเล่มที่ดีงามที่สวย และเพื่อนสมาชิกหลายท่าน ได้อภิปรายในเล่มนโยบายของท่านแล้ว แต่ผมอยากเรียนผ่านท่านประธาน ถึงท่านรองเลขาธิการ สมช. นิดหนึ่งครับว่า สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ปี ๒๕๕๐ เป็นสภาผู้แทนราษฎรชุดแรก ที่หยิบเรื่องของปัญหาความขัดแย้ง ความไม่สงบในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ มาพิจารณาในนามของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา ซึ่งเราศึกษาได้ในหลาย ๆ มิติ ผมเป็นคนหนึ่งอยู่ในคณะกรรมาธิการพิจารณาศึกษาเรื่องของการแก้ปัญหาจังหวัด ชายแดนภาคใต้ เรื่องของเหตุการณ์ความไม่สงบ และในที่สุดพวกเราสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ยุคนั้นเราเห็นว่าการยกเลิก ศอ.บต. เป็นการยกเลิกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับพี่น้องประชาชน และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ กับ ๔ อำเภอของจังหวัดสงขลา ต้องขาดโอกาสในการพัฒนา ฉะนั้นในปี ๒๕๕๓ พวกเราจึงมีการตราพระราชบัญญัติ ศูนย์บริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ขึ้นมา เพื่อเป็นหน่วยงานหนึ่งที่ทำหน้าที่ แทนรัฐบาลในการแก้ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ กับ ๔ อำเภอของจังหวัดสงขลา แต่แล้วขณะที่กำลังดำเนินการไปได้สวย สร้างความพึงพอใจให้กับพี่น้องประชาชน สร้างความพึงพอใจให้กับพวกเราที่เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนใน ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ ก็เกิดสึนามิขึ้นมา เกิดการปฏิวัติรัฐประหาร มีการไปออกคำสั่งเปลี่ยนแปลงอำนาจ หน้าที่ของ ศอ.บต. วันนี้ผมอ่านในรูปแผนงานนโยบายการบริหารราชการ การพัฒนาจังหวัด ชายแดนภาคใต้ ปี ๒๕๖๕-๒๕๖๗ ผมไม่แน่ใจว่าท่านรองเลขาธิการ ในฐานะรักษาการ เลขาธิการ สมช. ท่านลืมหรือเปล่าครับว่า ศอ.บต. วันนี้อยู่ใต้การกำกับดูแลของ กอ.รมน. โดยคำสั่งของ คสช. ที่ ๑๔/๒๕๕๙ เดิมเรามีความตั้งใจว่า ศอ.บต. เป็นหน่วยงานของรัฐ ศอ.บต. จะต้องมีสภาที่ปรึกษาที่มาจากตัวแทนของพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วนในลักษณะ ของสังคมพหุวัฒนธรรม แต่คำสั่ง คสช. ที่ ๑๔/๒๕๕๙ ไปยกเลิกสภาที่ปรึกษา แล้วไปตั้ง คณะกรรมการที่ปรึกษาที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของตัวแทนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ วันนี้หลาย ๆ เรื่อง หลาย ๆ ปัญหาในการดำเนินงานของ ศอ.บต. ก็ไม่ตอบโจทย์กับเจตนารมณ์ ที่พวกเราร่างเป็นกฎหมายขึ้นมาเพื่อเป็นที่พึ่งพาของพี่น้องประชาชนใน ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ ท่านประธานครับ วันนี้ผมมาดูในเนื้อหาจำเป็นที่จะต้องเท้าความไปนิดหนึ่ง แต่มาดู ในเนื้อหาของรูปเล่มของนโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๖๕ ในเรื่องของสภาวะแวดล้อมและแนวโน้มสถานการณ์ ดีใจครับที่ท่านเขียน เงื่อนไขสำคัญของปัญหามีอยู่ ๒-๓ เงื่อนไข ซึ่งแต่ละเงื่อนไขถ้ารู้อย่างนี้ ๑๙ ปีครับ ปัญหา ของภาคใต้ไม่ต้องใช้งบประมาณถึง ๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท
เงื่อนไขแรก เงื่อนไขระดับบุคคล ก็คือเรื่องของความแตกต่างของชาติพันธุ์ ศาสนา ภาษา ท่านจำได้ไหมครับ ในปีที่แล้วพวกเราพรรคประชาชาติ เราให้ความสำคัญ เรื่องการฟื้นฟูวัฒนธรรม ประเพณีอันดีงามของชาวมลายู ปัตตานี คือการแต่งกายชุดมลายู ในวันที่เป็นวันรายออีดิลอัฏฮา และมีเปอมูดอหรือเยาวชนไปรวมตัวกันเพื่อแสดงพลังให้เห็น ว่าการแต่งกายในชุดมลายูนั้นเป็นอัตลักษณ์ เป็นเอกลักษณ์ เป็นวัฒนธรรม แต่ท่านรู้ไหมครับ ฝ่ายความมั่นคงไปกล่าวหาพวกเขาเป็นพวกที่แปลกแยก ผมถามหน่อยว่าในวัฒนธรรม ของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในเทศกาลตรุษจีน เทศกาลชักพระ เทศกาลต่าง ๆ งานบุญ งานประเพณีต่าง ๆ ของทุกศาสนามีเยาวชนไปทำกันมากมาย แต่ไม่เคยมีหน่วยงานความมั่นคง ไปตราหน้า ไปออกหมายค้น ออกหมายเรียกเพื่อมาดำเนินการตามคดีอาญา พวกผมที่เป็น สส. พรรคประชาชาติทุกคนจำเป็นจะต้องออกมาปกป้องบรรดาเยาวชนที่มาแสดงออกถึง ความเป็นอัตลักษณ์วัฒนธรรมของพื้นที่
สิ่งสำคัญที่สุดอันที่ ๒ ที่ท่านบอกว่าเงื่อนไขมาจากความขัดแย้งของเจ้าหน้าที่ บางส่วน วันนี้เจ้าหน้าที่บางส่วนที่มีความขัดแย้งกับคนในพื้นที่ยังใช้ความขัดแย้งตรงนี้ เป็นเงื่อนไขในการสร้างปัญหาให้พวกเราที่เป็นตัวแทนพี่น้องประชาชนต้องมาแก้ปัญหา ท่านกล้าพูดไหมครับว่าเจ้าหน้าที่คนใดที่มีเงื่อนไขของปัญหา ทำไมไม่เอาออกไปจากพื้นที่
ปัญหาที่ ๓ กลุ่มอิทธิพลผลประโยชน์เชื่อมโยงกับปัญหา นี่สำคัญเกี่ยวข้องกับ อำนาจ หน้าที่ของ สมช. โดยเฉพาะปัญหาความแทรกซ้อน ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาใหญ่ ที่กระทบกับพี่น้องประชาชน สำคัญมากกว่าปัญหาความมั่นคงเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ วันนี้ใบกระท่อมเราเอาออกจากกฎหมายยาเสพติด ท่านประธานครับ เนื่องจากมีเนื้อหา ผมขออนุญาตต่อนิดหนึ่งครับ ปัญหายาเสพติด ใบกระท่อม ผมไปดูงานที่กระทรวงยุติธรรม ถามว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร เขาบอกใบกระท่อมไม่มีความผิด แต่เวลาสกัดเป็นความผิด ของกฎหมายอาหารและยา อันนี้คือปัญหาอันหนึ่ง และที่สำคัญที่สุดวันนี้การลักลอบ ทำผิดกฎหมาย การค้ามนุษย์ การค้าของเถื่อนชายแดนนี่คือสิ่งที่บั่นทอนความเดือดร้อน ท่านในฐานะที่เป็นรองเลขาธิการ สมช. ท่านต้องเข้าใจนะครับ ถ้าท่านปล่อยปละละเลย ให้มีธุรกิจสีเทาเกิดขึ้นในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เหตุการณ์ความรุนแรง เหตุการณ์ ความสงบไม่มีทางจะสงบสุขได้ วันนี้ผมอยากฝากท่านประธานไปถึงท่านเลขาธิการ สมช. ประเด็นสำคัญก็คือเรื่องของการศึกษา ท่านบอกว่าสถานะการศึกษา ผมนี่จบจากนิด้า พยายามทำศึกษาวิจัยของการศึกษาใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เราด้อยกว่ามาตรฐาน วันนี้ผมถามครับ ท่านบอกว่าการศึกษาของคน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่ำกว่ามาตรฐาน อะไรคือปัญหาละครับ ปัญหาก็คือเราไม่มีงบประมาณที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล ไปแก้ปัญหาให้โรงเรียนที่เป็นโรงเรียนของระดับอำเภอ ให้มันมีความเจริญเท่าเทียมกับ โรงเรียนของระดับจังหวัด ทำอย่างไรให้โรงเรียนระดับอำเภอมีครูและนักเรียนที่เขาสนใจ ไปเรียน วันนี้โรงเรียนยะหาศิรยานุกูลยังไม่เคยได้รับอาคารใหม่เลย โรงเรียนรามันห์ศิริวิทย์ ซึ่งเป็นโรงเรียนระดับอำเภอก็ไม่ได้มีงบประมาณที่ไปสร้างอาคารใหม่ อันนี้ผมอยากฝาก เป็นข้อสังเกตไปถึงท่านรองเลขาธิการว่าสิ่งเหล่านี้ถ้าเราจะแก้ปัญหาการศึกษาเราต้องทำให้ สถานที่โรงเรียนนั้นจูงใจให้ประชาชนส่งลูกหลานไปเรียนไปศึกษาตรงนั้นได้
ส่วนสุดท้าย เรื่องของการศึกษาในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้อีกอันหนึ่ง คือโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม วันนี้หลายโรงเรียนได้รับผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจ ได้รับผลกระทบจากเรื่องของโรคภัยไข้เจ็บโควิด หลายโรงเรียนต้องปิดกิจการไป หลายโรงเรียน ยังไม่สามารถที่จะทำให้เอาเงินสนับสนุนรายหัวเหมือนกับโรงเรียนรัฐได้ ก็อยากฝากเสนอ ผ่านท่านรองเลขาธิการว่า ทำอย่างไรให้โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามมีค่ารายหัว ต่อนักเรียนให้เท่ากับโรงเรียนสามัญของแต่ละจังหวัด อันนี้ผมอยากฝากท่านประธานผ่านถึง ท่านรองเลขาธิการ สมช. ว่าไปเขียนในแผน แผนนี้สวยครับ นโยบายตรงนี้สวย แต่ข้อเท็จจริง ในเชิงการปฏิบัติมันไม่ได้เป็นไปตามตัวหนังสือ ก็อยากฝากเป็นประเด็นข้อสังเกตผ่าน ท่านประธานถึงท่านรองเลขาธิการ สมช. ขอบคุณมากครับ