กัณวีร์ สืบแสง วิพากษ์ร่างนโยบายความมั่นคงชายแดนใต้ว่าไม่ได้แตะรากเหง้าปัญหาที่แท้จริง ซึ่งเกี่ยวข้องกับการถูกปิดกั้นสิทธิเสรีภาพและการแสดงอัตลักษณ์ของประชาชน พร้อมเสนอให้ยกระดับกระบวนการสร้างสันติภาพเป็นวาระแห่งชาติ ทบทวนโครงสร้างการบริหารที่ซ้อนทับกัน และผลักดันการปฏิรูประบบโดยเน้นการกระจายอำนาจและการมีส่วนร่วมของประชาชนเพื่อความยั่งยืนในระยะยาว
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายกัณวีร์ สืบแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม ขออนุญาต เริ่มต้นอย่างนี้ครับ ขอสันติสุขจงประสบแด่ทุกท่าน ขอสันติภาพจงบังเกิดแก่ทุกคน ขอสันติภาพที่จะเกิดขึ้นนี้จงเป็นสันติภาพที่กินได้ และสันติภาพที่เกิดขึ้นนี้จะเป็นสันติภาพ ที่ยั่งยืนต่อไป ท่านประธานครับ ตอนแรกผมจะยืนขึ้นมาแล้วบอกว่าขอชื่นชม ผมยังเชื่อมั่น ฝีมือของพี่น้องสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. การเขียนนโยบาย การร่างนโยบาย การร่างแผนปฏิบัติการตัวนี้ อยากจะขอร่วมกับเพื่อนร่วมอุดมการณ์ของผม คือคุณรอมฎอน ปันจอร์ ต้องขอประทานโทษที่ต้องเอ่ยนาม ขอชื่นชมจริง ๆ ตัวนโยบายตัวนี้ ตัวร่าง แผนปฏิบัติการตัวนี้ยอมรับได้ สละสลวย สามารถปฏิบัติงานได้หรือไม่นั่นอีกเรื่องหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตาม ผมคงไม่สามารถที่ยืนขึ้นมาครั้งนี้และขอชื่นชมอย่างเดียว ต้องขออนุญาต จริง ๆ ว่าต้องเสียใจ เพราะเนื่องจากว่าในตัวแผนปฏิบัติการ รวมทั้งตัวร่างนโยบายตรงนี้ ผมยังไม่เห็นเลยว่าเป็นการพูดถึงรากเหง้าแห่งปัญหา เราเรียนรู้มา ๑๙ ปี เราตั้งสมมุติฐาน และสมการในการแก้ไขปัญหาตรงนี้มาอย่างยาวนาน แต่ปัญหาตรงนี้ยังไม่สามารถแก้ไขได้ เรายังใช้สมมุติฐานตัวเดิม วันนี้คุณณัฏฐ์ชนน ขอประทานโทษที่เอ่ยนามเพื่อนจากพรรคภูมิใจไทย ได้บอกตัวชี้วัดมา ๓ ตัว การลดงบประมาณ การลดระดับปัญหา การเพิ่มเรื่องเกี่ยวกับ การท่องเที่ยวต่าง ๆ นานา ตัวชี้วัด ๓ ตัวนี้เห็นชัดเจนว่ามันไม่ใช่รากเหง้าแห่งปัญหา รากเหง้าแห่งปัญหา ณ ปัจจุบันนี้เราเห็นว่าอะไรคือรากเหง้าแห่งปัญหา ถ้าเราสามารถเห็นได้ เราจะสามารถตั้งสมมุติฐาน เราจะสามารถตั้งสมการได้อย่างถูกต้อง เราจะไม่เอาจำนวน ความรุนแรงขึ้นตั้งเป็นสมการ แล้วหาตัวเลขมาบวก ลบ คูณ หาร แล้วทำให้จำนวนความ รุนแรงมันลดน้อยถอยลง เราต้องมองให้ชัดครับ ๑๙ ปีที่ผ่านมา ๕๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ที่ลงไป อะไรคือรากเหง้าแห่งปัญหา รากเหง้าแห่งปัญหาชัดเจน บอกไปหลาย ๆ ครั้ง ผมพูดไปในหลายพื้นที่ ในหลายเวที รากเหง้าแห่งปัญหาตอนนี้เราไม่ได้ต่อสู้กับใคร เราไม่ได้ต่อสู้กับคนที่ถืออาวุธ เราไม่ได้ต่อสู้กับคู่เจรจาของเรา เราต่อสู้กับการปิดกั้น สิทธิเสรีภาพในการแสดงออกของพี่น้องประชาชน เราต่อสู้กับคนที่โดนกดทับด้านอัตลักษณ์ โดนคนที่ทำให้ถูกผลักเข้าไปอยู่ติดกับกำแพง คนที่ต้องการที่จะระเบิดมาพูดคุยกับเราบอกว่า พื้นที่ในการแสดงออกของพวกเขาอยู่ที่ใด อันนี้คือรากเหง้าแห่งปัญหา หากตัวร่างนโยบาย และร่างแผนปฏิบัติการตัวนี้สามารถบอกว่ารากเหง้าแห่งปัญหาที่แท้จริงในพื้นที่จังหวัด ชายแดนภาคใต้คืออะไร เราจะเห็นว่าตัวแผนปฏิบัติการและตัวโครงการต่าง ๆ ที่จะรองรับ มันจะสามารถทำให้สมการอันนี้ประสบผลสำเร็จได้ อันนี้อันแรกครับ กฎหมายต่าง ๆ อันนี้ คือสิ่งที่ทำให้รากเหง้าแห่งปัญหามันยิ่งบานปลาย ไม่ว่าจะเป็นมาตราต่าง ๆ มาตรา ๑๑๓ มาตรา ๑๑๖ มาตรา ๒๑๕ ที่ปิดกั้นพี่น้องประชาชนในการแสดงออก กฎหมายพิเศษต่าง ๆ ที่เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านได้พูดไป ไม่ว่าจะเป็นกฎอัยการศึก ไม่ว่าจะเป็นพระราชกำหนด ฉุกเฉิน ไม่ว่าจะเป็นพระราชบัญญัติความมั่นคงที่พวกท่านทั้งหลายพยายามที่จะทำให้ กฎหมายพิเศษต่าง ๆ เหล่านี้หมดไป แต่มันยังไม่หมด สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นตัวสร้างเงื่อนไข ให้รากเหง้าแห่งปัญหามันยิ่งบานปลาย เพราะฉะนั้นหากเป็นไปได้สามารถที่จะเอารากเหง้า แห่งปัญหาตรงนี้เข้าไปตั้งในสมการของตัวร่างนโยบายและร่างแผนปฏิบัติการตัวนี้ จะทำให้ สามารถตั้งประเด็นการแก้ไขปัญหาอย่างถูกต้อง
อีกเรื่องหนึ่ง ขออนุญาตเรียนผ่านท่านประธานไปยังท่านผู้มาชี้แจง ท่านรองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เมื่อวานนี้เป็นนิมิตหมายที่ดีที่ทางท่านรองเลขาธิการ ท่านผู้ชี้แจงได้บอกว่าหากเราสามารถยกระดับอันนี้ขึ้นมาได้ เราจะมีกฎหมายไม่ว่าจะเป็น พระราชบัญญัติ หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการสร้างสันติภาพ ตัวนี้ก็เป็นสิ่งสำคัญ หากวันนี้ ถึงแม้ว่าตัวร่างนโยบายที่ท่านได้ชี้แจงไม่มีคำนี้ ไม่มีการยกระดับให้เป็นวาระแห่งชาติ ไม่มีตัวพระราชบัญญัติหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการสร้างสันติภาพอยู่ในตัวร่างนโยบาย แต่ถ้าท่านพูดวันนี้ก็จะทำให้พวกเรามั่นใจ เพราะกระบวนการสร้างสันติภาพโดยตามหลัก สากลนี้ ความมั่นใจ ความน่าเชื่อถือของพี่น้องประชาชนต่างหากที่เป็นสิ่งสำคัญ เพราะฉะนั้น เราจะต้องยกระดับอันนี้ให้เป็นวาระแห่งชาติ การแก้ไขปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เราต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน ไม่ใช่แค่คู่ฝ่ายเจรจาเท่านั้น อันนี้เป็นสิ่งที่ ๒ ที่เราจำเป็นต้องทำ
ปัญหาที่ ๓ คือเรื่องเกี่ยวกับโครงสร้างของระบบราชการการบริหารจัดการ ในพื้นที่ หลาย ๆ ท่านพูด ศอ.บต. หลาย ๆ ท่านพูดเรื่อง กอ.รมน. หลาย ๆ ท่านยังมี การปกครองส่วนท้องถิ่น การปกครองส่วนภูมิภาค เราเห็นตรงนี้ละครับที่คือปัญหา ที่มันทำให้ภารกิจต่าง ๆ ของพี่น้องประชาชนที่อยากจะเข้ามาหาส่วนราชการไม่สามารถ ได้รับการตอบสนองอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวร่างนโยบายตรงนี้ผมอยากจะเสนอให้ทาง ผู้ชี้แจงได้นำกลับไปพิจารณาว่าหากสามารถปฏิรูประบบราชการในพื้นที่ โดยมองเห็น เรื่องการกระจายอำนาจด้วย ท่านสามารถเสนอได้ครับ ท่านเสนอขึ้นไปเรื่องเกี่ยวกับ การกระจายอำนาจจะทำให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ลดเงื่อนไขและรากเหง้าปัญหา ของมันเอง สุดท้ายกระบวนการพูดคุยสันติภาพ อันนี้เราพูดกันมาอย่างยาวนาน เมื่อวานนี้ ใช้เวลานานมากในคณะกรรมาธิการวิสามัญที่มีการพูดคุยกัน ตรงนี้จะต้องมีการมีส่วนร่วม ของพี่น้องประชาชน ผมเห็นว่าท่านได้ใส่ไว้ในตัวร่างนโยบาย การมีส่วนร่วมของพี่น้อง ประชาชนจำเป็นจะต้องอยู่ในกระบวนการพูดจาสันติภาพด้วย เพราะฉะนั้นถ้า ๔ ส่วนนี้ สามารถประกอบกันเข้าไปเป็นตัวร่างนโยบายและร่างแผนปฏิบัติการจะทำให้สันติภาพ ที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้หรือปาตานีของเราจะเป็นสันติภาพที่กินได้ และสันติภาพนั้นจะเป็นสันติภาพที่ยั่งยืน ขอบคุณท่านประธานครับ