ชุติมา คชพันธ์ หารือสถานการณ์ความขัดแย้งในสามจังหวัดชายแดนใต้ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชน พร้อมทบทวนการใช้งบประมาณกว่า 484,134 ล้านบาทในรอบ 19 ปีที่ยังไม่สามารถแก้ปัญหาความยากจนได้อย่างมีนัยสำคัญ เธอเรียกร้องให้เพิ่มความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีกลไกกำกับดูแลที่ชัดเจน รวมถึงผลักดันนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก การค้าชายแดน และการสร้างงานในพื้นที่ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ชุติมา คชพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จากภาคใต้ จังหวัดพัทลุง แม้ดิฉันจะมีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดพัทลุงนะคะ แต่ดิฉันก็มีความผูกพันอย่างลึกซึ้ง แล้วก็ห่วงใยพี่น้องใน ๓ จังหวัดชายแดนใต้ของเราโดยเฉพาะเรื่องปากท้อง ดิฉันเป็นห่วง อย่างยิ่งเลยว่าพี่น้อง ๓ จังหวัดชายแดนใต้ เมื่อไรจะอยู่ดีกินดี เมื่อไรจะเจอสันติภาพ กินได้สักทีนะคะ ดิฉันพบว่าสถานการณ์ความขัดแย้งในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ตลอดเวลา ที่ผ่านมาส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจกับพื้นที่โดยตรง ขอ Slide ด้วยค่ะ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
จากภาพจะเห็นว่าในช่วงเวลา ๒๐ ปี นี่คือข้อมูลจาก ๒๐ ปีเราจะเห็นว่า GDP ของประเทศไทยคือภาพรวมเพิ่มขึ้น แต่เราจะเห็นว่า ๓ จังหวัดชายแดนใต้ยังคงอยู่แบบนั้นเลยค่ะ ๒๐ ปีผ่านไป คำถามก็คือว่า เราจะทำอย่างไรให้ดีกว่านี้ ดิฉันทราบว่าทุกหน่วยงานพยายามที่จะแก้ไขแต่ก็ยังไม่ได้ผล เพียงพอ สำหรับงบประมาณในจังหวัดชายแดนภาคใต้ นับตั้งแต่ปี ๒๕๔๗-๒๕๖๕ รวม ๑๙ ปี ท่านประธานคะ เพื่อนสมาชิกทุกท่านทราบหรือไม่ว่ารัฐบาลไทยใช้งบประมาณ ไปแล้ว ๔๘๔,๑๓๔ ล้านบาท เฉลี่ยปีละ ๒๕,๔๘๐ ล้านบาท ที่เราใช้ไป มากกว่ากระทรวง อุตสาหกรรม มากกว่ากระทรวงพาณิชย์ เกือบ ๆ เท่ากับกระทรวงยุติธรรมเลยค่ะ มากกว่า กระทรวง พม. ด้วยซ้ำ นี่คือโดยเฉลี่ยต่อปีที่เราใช้ไปแล้ว แต่ปัญหาก็ยังคงเป็นอย่างที่ เราเห็นกันอยู่ โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจปากท้องที่ดิฉันกังวลมาก เมื่อสักครู่ตอนที่ทางสำนักงาน รายงานตอนต้นท่านบอกว่า ท่านทำให้หลุดพ้นจากความยากจนประมาณ ๔,๐๐๐ กว่าครัวเรือน ใช่หรือไม่ แต่ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนใต้เรามีประชาชนอยู่ในที่นั้นประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ กว่าครัวเรือน ท่านทำให้หลุดพ้นแค่ ๔,๐๐๐ กว่าครัวเรือน เทียบเท่ากับ ๐.๐๑๕ เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น มันน่าภูมิใจตรงไหนคะ ทำให้ดีกว่านี้ได้หรือไม่ ทำให้จำนวนผู้ที่หลุดพ้นจาก ความยากจนมากกว่านี้ได้หรือไม่ นี่คือจำนวนครัวเรือนประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ กว่าครัวเรือน แต่ถ้าเราดูประชากรใน ๓ จังหวัดชายแดนใต้ก็อยู่ประมาณเกือบ ๒ ล้านคน เป็นไปได้ ดิฉันอยากจะให้ช่วยกันหาทางให้หลุดพ้นจากความยากจนมากกว่านี้ จากข้อมูลนี้ที่ดิฉันโชว์ ให้ดูคือ ๓ จังหวัดชายแดนใต้ติดอันดับจังหวัดที่ยากจนยาวนานมานับสิบปี ครอง Champ มาตลอดเลยค่ะ ประเทศไทยมีอยู่ ๗๗ จังหวัด แต่ ๓ จังหวัดชายแดนใต้ครอง Champ ตลอดเลย เพราะฉะนั้นดิฉันคาดหวังว่าสิ่งที่พวกท่านกำลังทำอยู่จะช่วยได้มากกว่านี้ ดิฉันต้องการให้มีตลาดแรงงานที่ใหญ่มากพอที่จะรองรับแรงงานวัยหนุ่มสาวให้ทำงานในบ้าน ในจังหวัดของตัวเองมากขึ้นแทนที่จะไปทำงานในต่างประเทศ ไปทำงานในประเทศเพื่อนบ้าน หรือในหัวเมืองใหญ่ มาอยู่ในกรุงเทพฯ หรือหัวเมืองต่าง ๆ เป็นต้น
สำหรับรายงานฉบับนี้ ดิฉันได้ดูในรายงานฉบับนี้สิ่งที่ดิฉันเจอก็คือความไม่ชัดเจน ดิฉันอ่านไปดิฉันก็เจอคำถามว่าทำอย่างไร ดิฉันเข้าใจค่ะว่านี่คือนโยบาย ท่านไม่สามารถ ที่จะลงรายละเอียดได้ใช่หรือไม่ เข้าใจค่ะ แต่ก็มีคำถามว่าแล้วจะทำอย่างไร จะทำเมื่อไร OK ค่ะ ท่านจะบอกว่ามีแผนปฏิบัติการ นั่นแปลว่าดิฉันก็ต้องไปอ่านในแผนปฏิบัติการต่าง ๆ ในร่างแผนแม่บทต่าง ๆ ดิฉันต้องไปอ่าน อันนั้นเข้าใจได้นะคะ แต่ดิฉันต้องการให้มีความชัดเจน มากกว่านี้ ดิฉันไปย้อนดูของปีก่อน ๆ ปรากฏว่าปีก่อน ๆ กับปัจจุบันนี้ที่ผ่านไป และดิฉัน เชื่อว่าน่าจะเคยมีความคิดเห็นจากสภาแห่งนี้ไปแล้ว แต่สิ่งที่เราได้ก็คือว่าจำนวนหน้ากระดาษ ที่เพิ่มมากขึ้น แต่รายละเอียดแทบไม่ได้ต่างกันเลยค่ะ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ดิฉันต้องการ ขอฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็คือขอให้มีรายละเอียดที่มากขึ้น รัฐสภา หรือสภาผู้แทนราษฎรไม่ใช่แค่ตรายางที่ท่านจะเสนอ ครม. เสร็จแล้วมาเสนอรัฐสภา แล้วไปใช้งานได้ ดิฉันต้องรักษาผลประโยชน์ให้กับประชาชน เพราะงบประมาณที่ท่านใช้ อย่างที่เสนอไปตอนต้น รวม ๆ กันแล้วเป็นมูลค่าหลายแสนล้านบาทต่อปี ก็เทียบเท่ากับ กระทรวง ๆ หนึ่งเลย เพราะฉะนั้นดิฉันไม่สามารถที่จะปล่อยให้รายงานแบบนี้เป็นแบบนี้ ได้อีกในครั้งต่อ ๆ ไป ดิฉันขอให้ละเอียดกว่านี้ ให้ชัดเจนกว่านี้ แล้วก็ถ้าระบุถึงเป้าหมาย KPI อะไรได้เลยยิ่งดี และที่สำคัญที่ดิฉันกังวลมากเลยก็คือว่า ดิฉันอ่านเล่มนี้ไม่มีหน้าไหน ไม่มีตัวหนังสือไหนที่บอกเลยว่าท่านมีวิธีการตรวจสอบอย่างไร มีการกำกับดูแลติดตาม อย่างไร ส่วนใหญ่จะเน้นว่ามีนโยบายจะทำอย่างโน้นจะทำอย่างนี้ แต่ว่าในแง่ของการกำกับ ดูแลติดตามความคืบหน้า หรือความคุ้มค่านี่ไม่มีนะคะ ดิฉันก็เลยไปหาต่อ ดิฉันไปอ่าน พ.ร.บ. การบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ ดิฉันก็ไปอ่านเลยค่ะว่าในแต่ละมาตรา จะมีอยู่ตรงไหนหรือไม่ เผื่อจะมีระบุไว้ในนั้นก็เห็นว่ามีบ้างมีสภาที่ปรึกษา แต่ในสิ่งที่ดิฉัน อยากจะรู้ในเรื่องของการตรวจสอบ การกำกับดูแล ก็ยังไม่ได้ละเอียดหรือว่าไม่ได้รัดกุม เพียงพอ ดิฉันก็ยังรู้สึกว่าแม้ใน พ.ร.บ. นั้นก็ตามน่าจะมีช่องโหว่บางอย่างอยู่ ดิฉันเป็นห่วง เพราะนี่คือเงินภาษีประชาชน แล้วก็สิ่งที่เรากำลังทำอยู่นี้ดิฉันอยากจะให้เกิดประโยชน์กับพี่น้อง ประชาชน ๓ จังหวัดชายแดนใต้ของเราจริง ๆ
สุดท้ายค่ะท่านประธาน สิ่งที่ดิฉันจะฝากไว้สุดท้ายก็คือว่าในเรื่องของ เศรษฐกิจฐานราก โดยเฉพาะเศรษฐกิจชายแดนใต้นโยบายราชการที่ท่านวางไว้นี้ ดิฉันอยากจะฝากให้มีเนื้อหาหรือว่านโยบายที่ให้ความสำคัญกับกิจกรรมในการส่งเสริม เศรษฐกิจฐานรากมากกว่านี้ ดิฉันอยากเห็นรายละเอียดที่บอกว่าท่านสร้างงาน ท่านสร้าง ผู้ประกอบการรายใหม่ เสริมความเข้มแข็งให้กับผู้ประกอบการรายย่อย ผู้ประกอบการเดิม ที่มีอยู่แล้วท่านช่วยเขาอย่างไร แล้วโดยเฉพาะเรื่องการค้าขายชายแดน ท่านมีอยู่รอบ ๆ ชายแดน เลยนะคะ ท่านมียะลา มีจังหวัดที่บอกว่าอยู่ใกล้ชายแดนอยู่แล้ว แต่ว่าหนังสือเล่มนี้ก็แทบจะ ไม่มีนโยบายอะไรให้ดิฉันเห็นมากมายนัก ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องสันติภาพ เรื่องสันติสุข ที่ท่านใส่ไว้ เรื่องนโยบายต่าง ๆ แต่ว่าเรื่องเศรษฐกิจน้อยมากเลยค่ะ ซึ่งจริง ๆ แล้วเป็นเรื่อง ที่สำคัญมาก เพราะอย่างที่บอกว่ามันย้อนแย้ง ๓ จังหวัดเป็นจังหวัดที่ยากจนมา ๑๐ ปี แต่ท่านให้ความสำคัญกับเรื่องเศรษฐกิจฐานรากน้อยมาก ๆ เลยนะคะ อันนี้ดิฉันพูดจาก ข้อเท็จจริงในหนังสือเล่มนี้นะคะ เพราะฉะนั้นดิฉันจะขอฝากว่าในครั้งหน้านโยบายต่าง ๆ จะเห็นเรื่องของนโยบายเศรษฐกิจฐานรากเพื่อพี่น้องประชาชน ๓ จังหวัดชายแดนใต้ของเรา มากขึ้นนะคะ ขอบคุณค่ะ