วรวิทย์ ชี้ปัญหาชายแดนใต้ แก้ไม่ตรงจุด หวั่นซ้ำรอยความขัดแย้ง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๗ · ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๖

วรวิทย์ บารู หารือปัญหาความไม่เป็นเอกภาพในการพัฒนาจังหวัดชายแดนใต้ หลังนโยบายเปลี่ยนแปลงหลังปี 2557 ทำให้องค์กรที่ควรใกล้ชิดประชาชนอย่าง ศอ.บต. ถูกผลักออกไป ขณะที่หน่วยงานความมั่นคงกลับเข้ามาแทน ทั้งที่ประชาชนต้องการการแก้ปัญหาโดยองค์กรที่เกิดจากเจตจำนงร่วม และยกตัวอย่างโครงการที่ล้มเหลวหรือร้างไป แม้จะมีวิสัยทัศน์ดี เช่น นิคมอาหารฮาลาล และเมืองอุตสาหกรรมต้นแบบ จะนะ ซึ่งสะท้อนความขัดแย้งในการมองปัญหาและแนวทางสันติภาพที่ยังห่างไกล

ผู้ช่วยศาสตราจารย์วรวิทย์ บารู ปัตตานี

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทน ที่เคารพ ผม อาจารย์วรวิทย์ บารู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปัตตานี เขต ๑ พรรคประชาชาติ ผมเข้าใจว่าเราเดินทางมาไกลผู้ที่มาชี้แจงก็คงจะทราบดี เดินทางมาไกลมาก เราพูดถึงจังหวัดชายแดนใต้แม้เราไม่อยากจะพูดถึงเรื่องที่เป็นจุดดำที่เกิดขึ้นแก่ประชาชน ในจังหวัดชายแดนใต้ ๑๙ ปีตากใบ กี่ปีที่สะพานกอตอ กี่ปีที่กรือเซะ และอีกกี่ปี ๆ หลายกรณีเหลือเกิน เราไม่อยากจะพูดสิ่งต่าง ๆ หรืออยากจะดูว่าการพัฒนาไปสู่จุดใด เราพยายามที่จะปรับทิศทางในการพัฒนาในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ จนกระทั่ง เห็นพ้องต้องกันว่าในช่วงปี ๒๕๕๓ เราได้ พ.ร.บ. การบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เดินทางมาได้ประกาศใช้ปี ๒๕๕๔ ปี ๒๕๕๕ ปี ๒๕๕๖ ปี ๒๕๕๗ ก็เริ่มเปลี่ยนแปลง หลังจากการปฏิวัติรัฐประหาร การเปลี่ยนแปลงตรงนี้เปลี่ยนแปลง ณ จุดสำคัญจะเห็นว่า ในสิ่งที่ประชาชนคิดร่วมกับภาครัฐ อย่างเช่น สมช. อย่างนี้ไม่เคยเดินทางไปไกลสักทีหนึ่ง เพราะฉะนั้นจะแก้ปัญหาอย่างไร ในเมื่อคนจะแก้ปัญหายืนอยู่คนละทิศคนละทางกับปัญหา เข้าใจปัญหาแต่ตั้งใจที่จะอยู่คนละทิศคนละทางกับปัญหา มันจะแก้กันได้อย่างไร ผมยกตัวอย่าง เช่นว่า ทางผู้ที่เกี่ยวข้อง สมช. นี่เป็นนโยบายแก้ปัญหา แล้วมารายงานกันว่าเราได้ลด ความยากจนของครัวเรือน เราก็ทราบดีจังหวัดปัตตานีคนที่ยากจนที่สุดในประเทศไทย อยู่ใน ๓ จังหวัดนี้ละครับ ปัตตานียากจนที่สุดก็ไม่พ้นนราธิวาส แล้วก็ยะลา อยู่แค่นี้ละครับ มาดูในเรื่องการศึกษาอีก การศึกษาที่แย่ที่สุดอยู่ท้ายสุดก็ปัตตานี ยะลา นราธิวาส อีกละครับ อยู่อย่างนี้กี่ปี มหกรรมการกระจายหน่วยงานไปทางใต้เพื่อแก้ปัญหา มีส่วนหน้าเยอะแยะก็ กอ.รมน. ภาค ๔ ส่วนหน้า การศึกษาส่วนหน้า ศึกษาธิการส่วนหน้า อะไรต่ออะไรต่าง ๆ มากมาย พยายามที่จะแก้ปัญหา เราก็น้อมรับสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้นะครับ อย่าลืมว่าประเด็นของการได้มา ซึ่ง พ.ร.บ. การบริหารราชการจังหวัดชายแดนใต้เราสานต่อเจตจำนงของประชาชน จังหวัดชายแดนใต้ เพื่อให้องค์กรนี้เป็นองค์กรที่อยู่ใกล้ชิดกับประชาชนแตะต้องได้ เพราะเรา มองภาพว่า ศอ.บต. นี้มีประชาชนพูดถึงและเข้าใกล้สามารถแตะต้องได้ แต่แล้วหลังปี ๒๕๕๗ ปี ๒๕๕๘ มาก็กลับกลายเป็นว่าถ้าเราดูในหลายนโยบาย กอ.รมน. อยู่ข้างหน้า ไม่ใช่ ศอ.บต. นี่ก็แสดงถึงความไม่ไว้วางใจ เพราะอะไรครับ เพราะอย่างที่ผมบอกถ้าผู้จะแก้ปัญหายังอยู่ ตรงข้ามกับปัญหา อยู่คนละข้างความคิดเกี่ยวกับปัญหานี้ก็ทำให้เกิดช่องว่างในการที่จะ แก้ปัญหา ประชาชนต้องการ ศอ.บต. และเราก็เห็นพ้องต้องกัน สมช. เองก็เห็นพ้องต้องกัน ณ ขณะนั้นเราสร้าง พ.ร.บ. ขึ้นมา ที่สำคัญอยู่ ๆ ประชาชาติต้องเสนอ พ.ร.บ. เพื่อลบล้าง คำสั่ง เราเสนอว่าเราต้องมีสภาที่ปรึกษาใน พ.ร.บ. ศอ.บต. วันดีคืนดีหลังปฏิวัติก็เอาอันนี้ ออกไป แต่คำสั่งระหว่างนั้นก็คือกฎหมาย เวลาจะล้มกฎหมายก็ต้องออก พ.ร.บ. ถ้ายุ่งยากอีกก็ต้องเข้า สภานี้แล้วเราก็ทำไป เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าสิ่งที่เราเห็นแม้ สมช. เองเห็น แต่ในบางครั้ง มันเดินไปไม่ได้ ก่อนที่จะเกิด พ.ร.บ. อันนี้เราก็มองเห็นว่า พตท. ๔๓ ควรจะมาอยู่ภายใต้ ของ ศอ.บต. ควรจะมาอยู่ตรงนี้เพื่อให้การแก้ปัญหาเป็นเอกภาพ แต่แล้วผมก็ไม่ทราบ จะเรียกว่าความดื้อรั้นหรืออะไรก็แล้วแต่ ประชาชนก็สงสัยกันว่าหรือจะให้มันเป็นอยู่อย่างนี้ ตลอดไปปัญหาในจังหวัดชายแดนใต้ ได้มาแล้วภาคการเมืองก็เห็นด้วย สภานี้ผ่าน สมช. เอง ซึ่งเป็นเจ้าของเรื่องก็ดีใจ แล้วก็เข้าใจ เดินทางมาพร้อมกับหลายกลุ่ม หลาย NGO ก็เห็นด้วย เราเดินทางมาได้เพียงแค่นิดเดียว ไม่ทราบว่า พ.ร.บ. นี้จะสามารถแก้ปัญหา จะสามารถเป็นองค์กรตามเจตนารมณ์ร่วมระหว่างประชาชนกับฝ่ายปฏิบัติ ฝ่ายรับผิดชอบ คือ สมช. แต่มันก็เดินทางไปไม่ถึง สุดท้ายแล้วมันก็ล่ม มันก็ล่มอย่างที่เราเห็น ก็ฉีก พ.ร.บ. ออกมาเป็นชิ้น ๆ มันไม่เดินทางไปไหน ฉะนั้นผมยกตัวอย่างหลายคนก็พูดนะครับ เรื่องของ ความยุติธรรม หลายอย่างที่คิดในรูปแบบใดไม่ทราบ แต่มันประจานความรู้สึกเรา ตลาดกลางเกษตร เดินทางที่ ๔ เลนจะขึ้นมากรุงเทพฯ ก็ต้องผ่านตรงนั้นที่ดอนยาง วันดีคืนดีก็เป็นที่ตั้งของ หน่วยความมั่นคง ตลาดกลางปศุสัตว์ มาที่ใกล้เคียงกันนะครับ สำนักงานแปรรูปผลิตผล การเกษตรร้างอยู่จนทุกวันนี้ ร้างยังไม่มีใครหน่วยงานใดไป นิคมอุตสาหกรรม นิคมอาหาร ฮาลาล ที่ตำบลบ้านน้ำบ่อ จังหวัดปัตตานีก็ร้าง แล้วคิดใหม่ในการที่จะสร้างเมืองอุตสาหกรรม ต้นแบบที่อำเภอจะนะ ทั้ง ๆ ที่ประชาชนต้องลุกขึ้นมานะครับ เราพูดถึงเกษตรสีเขียว บริเวณนั้นถ้าจะเป็นเกษตรสีเขียวเหมาะที่สุดที่จะเป็นเมืองอุตสาหกรรมต้นแบบ เพราะฉะนั้น ถ้าหากว่าเอกภาพในการมองปัญหานี้ยังคงอยู่คนละทิศละทาง เราคงจะพูดถึงเรื่องของ สันติภาพอีกยาวไกล ท่านทราบไหมครับว่ารายได้ของประชาชน ปัตตานี ๖๘,๐๐๐ บาท ในขณะที่เอาก๊าซจากปัตตานีที่เกาะโลซิน บริเวณ JDA เข้าไปผ่านสงขลามาขึ้นที่ระยอง คนปัตตานีได้ ๖๘,๐๐๐ บาทต่อปี คนระยองได้เป็นล้านขึ้นที่ระยอง ในขณะที่ค่าภาคหลวง ไม่ตกเลยที่ปัตตานี แต่ไปตกที่สงขลา ผ่านสงขลาได้เป็นหมื่นล้าน สิ่งเหล่านี้ถ้าหากว่า ฝ่ายตรงข้ามเขาบอกว่า ทำไมเอาทรัพยากรของเราไป มันได้ใจครับ เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ หรือเราจะใช้ความรุนแรงไปข่มขู่เขาตลอดไปเช่นนี้หรือครับ เพราะฉะนั้นผมอยากจะให้ พ.ร.บ. ศอ.บต. ฟังก์ชัน ของ ศอ.บต. ซึ่งบริหารจัดการโดย สมช. กลับไปสู่จุดเดิมเถอะครับ จุดเริ่มต้นของปี ๒๕๕๓ ปี ๒๕๕๔ ที่เราคิดร่วมกันถึง พ.ร.บ. ศอ.บต. คิดว่าสิ่งเหล่านี้ จะแก้ปัญหาได้ ขอขอบคุณครับ