กมลศักดิ์ ชี้นโยบายใต้สวยหรูแต่ลงมือช้า ขอปรับตามสถานการณ์

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๗ · ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๖

กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ หารือถึงความล้มเหลวในการขับเคลื่อนนโยบายพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะด้านการศึกษาและศาสนสถาน ที่แม้มีการรับรู้ปัญหาแต่ขาดการปฏิบัติจริงและงบประมาณสนับสนุน จึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับแผนให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริงและดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ

นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ นราธิวาส

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส เขต ๕ ประกอบด้วย อำเภอบาเจาะ อำเภอรือเสาะ และอำเภอศรีสาคร พรรคประชาชาติ ในฐานะที่เป็นสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรอยู่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในเขตพื้นที่ตามที่ผมได้กล่าวถึงเมื่อสักครู่ ขอเป็นส่วนหนึ่งในการอภิปรายพิจารณาวาระรับทราบเกี่ยวกับนโยบายการบริหาร การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๗ ซึ่งถือว่าอยู่ในแผนยุทธศาสตร์ ตามที่ผู้ชี้แจงได้ชี้แจงว่าในมาตรา ๔ ต้องมาชี้แจงต่อสภา ๓ ปีครั้ง ท่านประธานที่เคารพ เรื่องปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมพูดมาโดยตลอดพูดทุกครั้งที่มีญัตติเกี่ยวกับ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ อ่านนโยบายของรัฐบาล ของทาง สมช. ทางสภาความมั่นคงแห่งชาติ มาโดยตลอด พบเห็นนโยบายที่เป็นลายลักษณ์อักษรสวยหรูมากครับ ถ้อยคำนโยบาย การแก้ปัญหาถ้าเป็นไปตามลายลักษณ์อักษรที่ได้มีการกำหนดแผน หรือสภาพปัญหา ที่อ่านแล้วมีความรู้สึกว่าท่านเข้าใจสภาพปัญหาดี แต่ปัญหาสำคัญทำไมยังต้องพูด วันนี้ก็ยังต้องพูดเรื่อง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทุกครั้งที่มีญัตติเกี่ยวกับเรื่องนี้สมาชิก หลายท่านที่อยู่ในพื้นที่ก็ลุกขึ้นมาพูด ลุกขึ้นมาเสนอแนะ แต่หลายเรื่องไม่ได้รับการแก้ไข นั่นหมายความว่าปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ดูเสมือนว่าทางฝ่ายรัฐรู้ปัญหา แต่ปัญหา สำคัญก็คือการนำนโยบายปฏิบัติให้เกิดผลนี่คือสิ่งสำคัญที่สุด ถ้าดูตามรายงานของท่าน แผนยุทธศาสตร์ปัญหา ๓ จังหวัดนี้ผมไม่อยากให้เป็นเรื่องของหมอดู อยากให้มี การปรับเปลี่ยนได้ เพราะว่าท่านทำนายล่วงหน้าว่าจะทำโน่นทำนี่ล่วงหน้า บางเรื่อง อาจจะใช่ครับ แต่บางเรื่องต้องปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์ ผมไม่อยากให้แผนยุทธศาสตร์ มันมัดตายตัว พอเสนอคณะรัฐมนตรีแล้วแผนการดำเนินงานก็ต้องเป็นไปตามนั้น แต่สิ่งสำคัญที่สุด ปัญหาบางประการผมอภิปรายหลายครั้ง อ่านรายงานก็หลายครั้ง ในเรื่องการศึกษาท่านก็บอกว่าการศึกษาต่ำมาทุกครั้ง ท่านก็เข้าใจว่าการศึกษาใน ๓ จังหวัด มีทั้งสายสามัญแล้วก็สายศาสนา มีทุกครั้งเหมือนเข้าใจปัญหา แต่เวลาดูแผนงาน การดำเนินงาน แผนยุทธศาสตร์ที่จะแก้ปัญหาตอบโจทย์ หรือพูดง่าย ๆ เกาให้ถูกที่คัน เพื่อยกระดับการศึกษาให้คนในพื้นที่มีการศึกษา ลดปัญหาความขัดแย้ง ปรากฏว่าอย่างไรครับ การศึกษาในพื้นที่ก็เหมือนเดิม กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา แผนการดำเนินงาน ก็ไม่มีการแก้ไข ยกตัวอย่างอะไรครับ โรงเรียนตาดีกาสอนศาสนาอิสลามอยู่ภายใต้มัสยิด มัสยิดอยู่ภายใต้กระทรวงมหาดไทย แต่ส่ง สมช. ไปคุม นั่นคือกระทรวงศึกษาธิการ เท่ากับว่า โรงเรียนตาดีกาอยู่ภายใต้ควบคุม ๒ กระทรวง กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ มีที่ไหนล่ะครับ แต่ไม่มีงบประมาณ เมื่อเช้าท่านสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ ก็ได้หารือต่อที่ประชุม แห่งนี้เสนอต่อท่านประธานให้มีหนังสือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้แก้ไขเรื่องเหล่านี้ แล้วผม ก็พูดมาตลอด พรรคประชาชาติเราส่งเสียงเรื่องนี้มาตลอด หวังว่าจะได้เห็นแผนงาน แผนยุทธศาสตร์ที่จะทำในอนาคต แต่สุดท้ายก็เหมือนเดิม งบประมาณไม่มีนะครับ อาคารเรียน คนต่างชาติเหมือนที่ท่านสมมุติพูดเมื่อเช้า คนมาเลเซียมาเขาบอกว่านี่หรือ สถานศึกษาของคน ๓ จังหวัด คนมลายู เมื่อไรแผนงานที่จะสนับสนุนอย่างจริงจัง ถ้าท่านประธาน ไป ๓ จังหวัดบ้านผม ผมจะชี้ให้ดูมีเป็นสิบ ๆ แห่ง ห้องเรียนไม่มีกั้นหรอกครับ ชั้นนี้ ที่เรียนติด ๆ กันก็ได้ยินหมด ครูผู้สอนก็เหมือนกัน ค่าตอบแทน ๒,๕๐๐ บาท แบ่งกัน ๗ คน อย่างนี้หรือแผนงานต้องการแก้ปัญหา นี่คือโจทย์สำคัญที่ต้องแก้ นี่คือสิ่งสำคัญที่ สมช. ต้องดำเนินการ อีกหลายเรื่องหลายประเด็น เวลาน้อยครับในประเด็นการศึกษา ผมพยายาม จะไปเรื่อย ๆ ว่าแผนงานการแก้ไขปัญหาอยากให้ตรงกับสภาพปัญหาเหมือนที่ท่านทราบ รายงานการศึกษาของท่านก็เหมือนกัน การดำเนินการต่าง ๆ ว่าจะสนับสนุนด้านศาสนา จะทำนุบำรุงบูรณปฏิสังขรณ์ศาสนสถาน เขียนอย่างนี้มาตลอด แต่ท่านไปดูทุกปีงานมัสยิด หาทุนหารายได้ซ่อมแซมมัสยิดทุกปีมีจำนวนเป็นร้อยมัสยิดก็ไม่ได้รับการแก้ไข เหมือนกับว่า รู้ปัญหาแต่ไม่ทำแล้วมันจะแก้ได้อย่างไร ถ้าเป็นอยู่อย่างนี้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมเอง พรรคประชาชาติก็ต้องลุกขึ้นมาพูดอย่างนี้ ก็ไม่รู้จะพูดอย่างไร สำคัญที่สุดท่านเสนอแผน สมช. เสนอแผนไปยัง ครม. แต่เวลา ครม. จะนำไปปฏิบัติก็เรียกทหาร เรียก กอ.รมน. มาถาม ยกตัวอย่างการยกเลิก พ.ร.ก. ที่ผ่านมา ผมเข้าใจว่า สมช. เองเสนอให้มีการยกเลิก มากกว่า ๓ อำเภอ เท่าที่ทราบอาจจะมีถึง ๖ อำเภอ อยู่ในเขตบาเจาะบ้านผมด้วย แต่สุดท้ายประธาน สมช. ก็ไปฟังทหาร ไปฟัง กอ.รมน. โดยเอาสถิติเป็นตัววัดว่าเขตศรีสาคร ที่ยกเลิกไปแล้วมาเพิ่มเดี๋ยวจะเกิดเหตุภัยขึ้นมาก็ไม่สามารถป้องกันได้ อย่าลืมว่าท่านยังมี พ.ร.บ. กฎอัยการศึกอีกฉบับ สิ่งที่ผมสะท้อนให้เห็นว่าเวลาปฏิบัติจริง แผนของ สมช. เสนอ รัฐมนตรี แต่รัฐมนตรีบางทีไม่ฟัง สมช. กลับไปฟังหน่วยงานปฏิบัติซึ่งมีมุมมองที่ต่างกัน ผมก็เลยอยากฝากทาง สมช. แผนยุทธศาสตร์อยากให้ท่านปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์ กระบวนการสันติภาพเมื่อวานท่านมาชี้แจงในคณะกรรมาธิการวิสามัญ ท่านบอกว่า กระบวนการพูดคุยสันติภาพไม่สำเร็จ ๗ ประการ ท่านลองเสนอสิครับ ๗ ประการที่ไม่สำเร็จ กับกระบวนการพูดคุย ขออนุญาตนิดหนึ่งท่านประธานครับ ลองเสนอเป็นแผนงานยุทธศาสตร์ ในกระบวนการสันติภาพ ซึ่งกระบวนการสันติภาพก็อยู่ในแผนยุทธศาสตร์ แต่ไม่มีการนำเสนอ แผนงานที่จะให้ประสบความสำเร็จตามที่ท่านได้ชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการเมื่อวาน นี่ต่างหาก คือสาระสำคัญของแผนงานเพื่อจะพัฒนา เพื่อจะให้ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มีความสงบสุข เมื่อวานท่านก็เสนอว่าถ้าจะให้สำเร็จต้องมี พ.ร.บ. กระบวนการสันติภาพเสนอเข้าสู่สภา สภานิติบัญญัติต้องมีส่วนร่วม ต้องมีบทบาทมากกว่านี้ก็ไม่มีในแผนงานนี้ รอแต่ว่า ทางคณะกรรมาธิการของสภาจะเสนอให้ฝ่ายบริหารอย่างนั้นหรือครับ ฝากด้วยนะครับ ผมอยากให้มองความมั่นคงของรัฐสำคัญกว่าศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของพี่น้องมลายูครับ ขอบคุณครับ