ฉัตรชัย บางชวด ชี้แจงนโยบายการบริหารและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ในช่วงปี 2565–2567 โดยเน้นการขับเคลื่อนผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนกว่า 50 เวที พร้อมยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง สันติวิธี และสิทธิมนุษยชน เพื่อบรรลุเป้าหมายยุติความรุนแรงและสร้างสันติสุขอย่างยั่งยืนภายในปี 2570 ทั้งยังนำเสนอความคืบหน้าด้านการพัฒนาเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต การลดจำนวนครัวเรือนยากจน และการส่งเสริมสังคมพหุวัฒนธรรม พร้อมย้ำความสำคัญของการบูรณาการแผนงานและงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการติดตามประเมินผลและรับฟังข้อเสนอแนะเพื่อขับเคลื่อนนโยบายร่วมกับทุกหน่วยงานอย่างต่อเนื่อง
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และผู้ที่เกี่ยวข้องที่เคารพทุกท่านครับ กระผม นายฉัตรชัย บางชวด รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ รักษาราชการแทนเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ขออนุญาตนำเรียนชี้แจงเกี่ยวกับนโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๗ เพื่อกรุณาทราบ กระผมจะขออนุญาตท่านประธานนำเสนอเป็น PowerPoint ประกอบการชี้แจงครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ถือเป็นปัญหา ที่ทุกรัฐบาลให้ความสำคัญ ที่ผ่านมาขออนุญาตกราบเรียนครับว่าได้มีการตรากฎหมาย เป็นการเฉพาะคือ พระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๕๓ กำหนดให้สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติจัดทำนโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัด ชายแดนภาคใต้เพื่อเป็นกรอบทิศทางหลักการแก้ปัญหาบนพื้นฐานของการมีส่วนร่วม ของทุกภาคส่วนเพื่อนำเสนอต่อสภาความมั่นคงแห่งชาติและคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ จากนั้นให้นำเสนอรัฐสภาเพื่อทราบตามลำดับ ทั้งนี้ในพระราชบัญญัติดังกล่าวได้กำหนด ให้มีการทบทวนนโยบายทุก ๓ ปี หรือตามที่คณะรัฐมนตรีเห็นสมควร ที่ผ่านมาครับ สมช. ได้จัดทำนโยบายดังกล่าวมาแล้ว ๒ ฉบับ ซึ่งปรากฏผลสัมฤทธิ์ในการลดระดับความรุนแรง ในพื้นที่อย่างมีนัยสำคัญ และจากบริบทดังกล่าวได้นำมาสู่การเริ่มกระบวนการเปลี่ยนผ่าน ไปสู่กลไกปกติของทางราชการ ทั้งการปรับลดพื้นที่การใช้กฎหมายพิเศษ และการถ่ายโอน ภารกิจบางส่วนกลับไปสู่ความรับผิดชอบของหน่วยงานปกติ ในขณะเดียวกันเรื่องของภาพรวม เศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็มีการหดตัวและขยายตัวตามภาวะเศรษฐกิจ ของประเทศ แต่เมื่อพิจารณาจากรายได้เฉลี่ยครัวเรือนต่อปี พบว่าในปี ๒๕๖๔-๒๕๖๕ มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับปี ๒๕๖๐ อีกทั้งที่ผ่านมาศูนย์อำนวยการบริหาร จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต. ได้มีการเร่งรัดแก้ปัญหาความยากจน ซึ่งในห้วง ๒ ปี ที่ผ่านมาก็สามารถผลักดันให้ ๔,๔๘๖ ครัวเรือนหลุดพ้นจากเส้นความยากจน โดยในปี ๒๕๖๕ สามารถหลุดพ้นเส้นความยากจนไปได้ ๓๓๗ ครัวเรือน และปี ๒๕๕๖ ได้ ๔,๑๔๙ ครัวเรือน และกราบเรียนว่าในระยะต่อไปมุ่งลดจำนวนครัวเรือนยากจนเพิ่มเติมอย่างน้อย ๑,๐๐๐ ครัวเรือนต่อปี ภาครัฐยังได้พยายามลดเงื่อนไขของปัญหาโดยให้ความช่วยเหลือ เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึง ๓,๑๖๐ ราย รายละเอียดตาม ภาพฉายนะครับ พร้อมทั้งยังได้ส่งเสริมการอยู่ร่วมกันภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรม จนทำให้ ดัชนีความเชื่อมั่นของประชาชนในพื้นที่ต่อการปฏิบัติงานของภาครัฐเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทุกปี นับตั้งแต่เริ่มการจัดเก็บในปี ๒๕๖๔ เป็นต้นมา รายละเอียดปรากฏตามภาพฉายครับ
นโยบายปัจจุบันได้ผ่านกระบวนการทบทวนโดยอาศัยการมีส่วนร่วมของ ทุกภาคส่วนมากกว่า ๕๐ เวทีตั้งแต่ก่อนและหลังการจัดทำ ครอบคลุมผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย หลายกลุ่มครับ เช่น ผู้นำศาสนา นักธุรกิจ กลุ่มนักกิจกรรมและคนรุ่นใหม่ กลุ่มสตรี เด็ก และเยาวชน ทำให้มั่นใจได้ว่านโยบายฉบับนี้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ ในขณะเดียวกัน ยังได้พิจารณาข้อมูลงานด้านการข่าว และงานวิชาการควบคู่กับการถ่ายทอดเป้าหมาย ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติบรรจุในนโยบาย ฉบับนี้ด้วย นโยบายฉบับนี้ได้ผ่านความเห็นชอบจากสภาความมั่นคงแห่งชาติ และคณะรัฐมนตรี มาแล้วตามลำดับ คือเมื่อวันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๖๔ แล้วก็เมื่อวันที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๖๖ ตามลำดับ ผมขอเรียนครับว่านโยบายฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อคลี่คลายเงื่อนไขของปัญหา โดยกำหนดเป้าหมายในการยุติเหตุรุนแรงอย่างสมบูรณ์ ภายในปี ๒๕๗๐ ควบคู่กับการลด เงื่อนไขของปัญหา นโยบายฉบับนี้ยังยึดมั่นกรอบแนวคิดที่ได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย อย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่นโยบายฉบับแรก ได้แก่การน้อมนำหลักยุทธศาสตร์พระราชทาน เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา แนวพระราชดำริหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และพระราชปณิธาน ของในหลวง รัชกาลที่ ๑๐ รวมทั้งได้เน้นการแก้ปัญหาตามแนวทางสันติวิธีและหลัก สิทธิมนุษยชน การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน และบริหารจัดการบนพื้นฐานของสังคม พหุวัฒนธรรม ตลอดจนเน้นการบูรณาการการขับเคลื่อนร่วมกันอย่างมีเอกภาพ นโยบาย ฉบับนี้ได้กำหนดวิสัยทัศน์ความว่า จังหวัดชายแดนภาคใต้มีความปลอดภัยและมีสันติสุข บนพื้นฐานของสังคมพหุวัฒนธรรมและการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ในการบรรลุผล ตามเป้าหมายและวิสัยทัศน์ข้างต้นได้กำหนดวัตถุประสงค์รวม ๖ ข้อ มีแนวนโยบายรองรับ ๒๗ ประเด็น ดังนี้
๑. เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัย และความสงบสันติโดยปราศจาก เงื่อนไขที่เอื้อต่อการใช้ความรุนแรงจากทุกฝ่ายในพื้นที่ ประกอบด้วย ๕ แนวนโยบาย รายละเอียดตามภาพฉายครับ
๒. เพื่อขับเคลื่อนกระบวนการพูดคุยอันเป็นวาระแห่งชาติ ภายใต้ เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญให้มีความต่อเนื่อง และเสริมสร้างสภาวะแวดล้อมที่เอื้อต่อ กระบวนการพูดคุยบนพื้นฐานการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ประกอบด้วย ๓ แนวนโยบาย
๓. เพื่อพัฒนากระบวนการยุติธรรมและเยียวยาให้เป็นธรรมทั่วถึง และขจัดเงื่อนไขความไม่เป็นธรรม รวมทั้งลดความหวาดระแวงทุกรูปแบบ และฟื้นคืน ความไว้เนื้อเชื่อใจต่อกันโดยคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชน มีแนวนโยบาย ๖ แนว
๔. เพื่อยกระดับการพัฒนาให้เหมาะสมกับศักยภาพของพื้นที่ โดยมุ่งพัฒนา โครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตและความต้องการของประชาชน ในพื้นที่อย่างแท้จริง ประกอบด้วย ๔ แนวนโยบาย
๕. เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนและเสริมสร้างความเข้มแข็ง ของชุมชนให้เกื้อหนุนต่อการพัฒนาและแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบด้วย ๕ แนวนโยบาย
๖. เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและประสานความร่วมมือกับภาคส่วน ที่เกี่ยวข้องทั้งภายในประเทศและภายนอกประเทศ และสนับสนุนการพัฒนาและแก้ปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบด้วย ๔ แนวนโยบาย
ในการขับเคลื่อนนโยบายไปสู่การปฏิบัติได้มีการกำหนดกลไกทั้งในระดับ นโยบาย ระดับการแปลงนโยบายไปสู่การปฏิบัติ ระดับปฏิบัติในพื้นที่ โดยให้ความสำคัญ กับการเชื่อมโยงการทำงานของกลไกต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ สมช. ยังได้ร่วมกับ กอ.รมน. และ ศอ.บต. ในฐานะเจ้าภาพมิติงานด้านความมั่นคงและด้านพัฒนาในการจัดทำแผน ปฏิบัติการด้านการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๖๖-๒๕๗๐ ซึ่งเป็นไปตามมาตรา ๕ และมาตรา ๙ (๒) ของพระราชบัญญัติการบริหารราชการ จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยได้มีการกำหนดเป้าหมายตัวชี้วัดและแผนรองรับรวม ๘ แผนงาน พร้อมทั้งกำหนดหน่วยเจ้าภาพรองรับแต่ละแผนงานอย่างชัดเจนเพื่อนำนโยบายไปสู่ การปฏิบัติ นอกจากนี้ สมช. ยังใช้เครื่องมือทางด้านงบประมาณในเชิงบูรณาการภายใต้ชื่อ แผนงานบูรณาการการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. .... เพื่อจัดสรรงบประมาณในการขับเคลื่อนงานตามที่แผนบูรณาการกำหนด
ขออนุญาตเรียนเพิ่มเติมว่าในระยะตั้งแต่ปีงบประมาณ ๒๕๖๒ เป็นต้นมา งบประมาณด้านการพัฒนามีสัดส่วนมากกว่างบประมาณด้านความมั่นคงอย่างต่อเนื่อง อนึ่ง เมื่อนโยบายฉบับนี้ผ่านการรับทราบของรัฐสภาแล้วจะได้มีการชี้แจงให้กับหน่วยงาน ภาครัฐเพื่อนำนโยบายฉบับนี้ไปสู่การขับเคลื่อนอย่างเป็นทางการ โดยจะนำไปสู่การจัดทำ ยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี โครงการ กิจกรรม และงบประมาณ ของหน่วยงานอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง รวมทั้งผลักดันการประสานกับภาคส่วนต่าง ๆ ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุนการดำเนินงานตามนโยบายอย่างเหมาะสม
ผมขอเรียนเพื่อสร้างความมั่นใจกับทุกท่านว่า นโยบายฉบับนี้ได้ผ่าน กระบวนการพิจารณาอย่างรอบคอบและมุ่งหวังให้เกิดบรรยากาศที่เอื้อต่อการร่วมมือ ในการแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์เพื่อนำไปสู่สันติสุขในพื้นที่ ทั้งนี้ สมช. และหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องจะได้ร่วมกันขับเคลื่อนนโยบายฉบับนี้ โดยจะมีการกำกับ ติดตาม ประเมินผล ขับเคลื่อนนโยบายเป็นระยะ ๆ เพื่ออำนวยการให้เกิดการปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพ ประสาน สอดคล้อง และบรรลุผลสัมฤทธิ์ของนโยบายอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป
สุดท้าย สมช. ขอขอบคุณสภาผู้แทนราษฎรที่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ และ สมช. มีความยินดีอย่างยิ่งที่จะรับประเด็นความคิดเห็น ข้อเสนอแนะต่าง ๆ ที่ทรงคุณค่า ของทุกท่านในวันนี้นำไปขยายผล นำนโยบายฉบับนี้ไปสู่การปฏิบัติให้เกิดภาพตามที่มุ่งหวังไว้ ในวิสัยทัศน์ของนโยบายต่อไป ขอบพระคุณครับ