สัมฤทธิ์ ชี้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ร่วง ห่วงนำเข้าพุ่ง-เรียกร้องทบทวนเอฟทีเอ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๗ · ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๖

สัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ หารือปัญหาราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ตกต่ำจากวัตถุดิบนำเข้า พร้อมนำเสนอข้อมูลผ่านสไลด์ชี้ประเด็นการนำเข้าข้าวบาร์เลย์ที่เพิ่มขึ้นและผลกระทบต่อราคาข้าวโพดในประเทศ เรียกร้องให้กระทรวงพาณิชย์พิจารณาควบคุมการนำเข้า ทบทวนช่วงเวลาการนำเข้าข้าวโพดจากพม่าภายใต้เอฟทีเอที่มีสัดส่วนเกือบเต็มทั้งหมด เพื่อให้สอดคล้องกับช่วงเก็บเกี่ยวของเกษตรกรไทย รวมถึงสอบถามถึงแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรพืชสวนที่ได้รับผลกระทบจากราคาตกต่ำและผลผลิตล้นตลาดจนเกิดการเน่าเสีย

นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ชัยภูมิ

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ เขต ๓ พรรคภูมิใจไทย ผมต้องขอกราบขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ผ่านท่านประธาน ด้วยความเคารพที่ท่านได้กรุณาตอบคำถามได้ชัดเจน ชัดถ้อยชัดคำ แล้วก็ครอบคลุม ไปถึงคำถามในช่วงที่ ๒ ของผมบางส่วน ผมก็จะขอเพิ่มเติมคำถามในบางประการนะครับ ท่านประธานครับ ปัญหาสำคัญที่ทำให้ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ตกต่ำทุกปีที่ทุกส่วนทุกฝ่าย จะปฏิเสธไม่ได้ก็คือการนำเข้าวัตถุดิบทดแทนอื่น ๆ จากต่างประเทศ ซึ่งที่ผ่านมาประเทศไทยเรา นำเข้าข้าวสาลี Grade อาหารสัตว์ ซึ่งส่วนใหญ่นำเข้าจากต่างประเทศในแถบยุโรป และการนำเข้า ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากประเทศเพื่อนบ้าน ในประเด็นนี้ผมขออนุญาตท่านประธานให้ ฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์กรุณาขึ้น Slide ที่ ๑ ด้วยครับ ขอบคุณครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

ท่านประธานครับ จากภาพนี้จะแสดงให้ เห็นว่าประเทศเรามีการนำเข้าข้าวสาลีย้อนหลัง ๑๒ ปีหรือมากกว่านั้น แต่ว่าในภาพนี้ เป็นสถิติย้อนหลัง ๑๒ ปี ในแท่งสีฟ้าเป็นการนำเข้าข้าวสาลี ซึ่งผมอยากให้ท่านประธานได้ สังเกตดูนะครับ ในปี ๒๐๑๕ และปี ๒๐๑๖ หรือว่าปี ๒๕๕๘ และปี ๒๕๕๙ เรานำเข้าข้าวสาลี เยอะมากครับ มากกว่า ๓ ล้านตันต่อปี สาเหตุเพราะว่าข้าวสาลีมีราคาต่ำมากในตลาดโลก อยู่ที่ ๕-๖ บาทต่อกิโลกรัม ทำให้อุตสาหกรรมอาหารสัตว์นำเข้าข้าวสาลีมาใช้แทนข้าวโพด เลี้ยงสัตว์ภายในประเทศ ปีนั้นเป็นปีหายนะของเกษตรกรที่ปลูกข้าวโพด เพราะว่าเกษตรกร ก็ขายข้าวโพดได้เพียง ๕-๖ บาทต่อกิโลกรัมเช่นเดียวกัน ทำให้มีหนี้มีสินกันถ้วนหน้า และต่อมาในแท่งสีฟ้า ๕ ปีต่อมา การนำเข้าข้าวสาลี Grade อาหารสัตว์ลดลงอยู่ที่ไม่ถึง ๒ ล้านตัน ต่อปี สาเหตุเกิดจากรัฐบาลในปี ๒๕๖๐ ได้เข้าไปดูแลเกษตรกรที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ด้วยการกำหนดข้าวสาลีให้เป็นสินค้าควบคุม ควบคุมอย่างไร กำหนดให้เอกชนที่จะนำเข้า ข้าวสาลีได้ ๑ ส่วนจะต้องซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ภายในประเทศก่อน ๓ ส่วน เป็นที่มาของ คำว่า การนำเข้าข้าวสาลีในสัดส่วน ๓ : ๑ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อปี ๒๕๖๐ ในรัฐบาล คสช. ก็พอมี เรื่องดี ๆ อยู่บ้างไม่แย่ไปเสียทั้งหมดนะครับ ในปีต่อมาปี ๒๕๖๕ การนำเข้าข้าวสาลีลดลง เหลือเพียง ๓๐๐,๐๐๐ ตัน สาเหตุสำคัญก็คือว่าตามที่ท่านรัฐมนตรีได้กรุณากล่าวไป เนื่องจากราคาข้าวสาลีสูงขึ้นเป็น ๒ เท่าตัว ซึ่งเป็นผลกระทบจากสงครามในประเทศยูเครน ผมนำเรียนเพิ่มเติมว่าประเทศรัสเซียกับประเทศยูเครนเพียง ๒ ประเทศ ส่งออกข้าวสาลี Grade อาหารสัตว์มากกว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของตลาดโลก และการนำเข้าข้าวสาลีในปีนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณเกือบ ๒ ล้านตัน เข้าสู่ภาวะปกติ สาเหตุเพราะว่าข้าวสาลีในตลาดโลก มีราคาลดลงต่อเนื่อง ณ วันนี้การนำเข้าข้าวสาลีอยู่ที่ประมาณ ๙ บาท ราคาถึงประเทศไทย นะครับ สาเหตุก็เกิดจากผลผลิตในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกค่อนข้างสมบูรณ์ แล้วส่วนหนึ่ง ทางยูเครนก็สามารถส่งออกได้โดยขนส่งไปที่ประเทศโรมาเนีย แล้วลงเรือที่ประเทศโรมาเนีย ซึ่งอยู่ในบริเวณทะเลดำเหมือนกัน แต่ในประเด็นที่ผมต้องการให้ท่านประธานได้สังเกต ในกราฟแท่งสีเหลือง ซึ่งปรากฏให้เห็นใน ๕-๖ ปีย้อนหลัง ซึ่งมีการเพิ่มขึ้นเป็นนัยสำคัญ แท่งสีเหลืองเป็นตัวเลขการนำเข้าข้าวบาร์เลย์ Grade อาหารสัตว์ ผมนำเรียนว่าข้าวบาร์เลย์ เป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรตที่สามารถมาทดแทนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และข้าวสาลีได้ ข้าวบาร์เลย์ มีราคาต่ำกว่าข้าวสาลี ประมาณ ๑๐-๒๐ เปอร์เซ็นต์ และที่สำคัญข้าวบาร์เลย์เป็นสินค้า ที่ยังไม่ควบคุม หมายความว่าเอกชนจะนำเข้าเท่าไรก็ได้ เป็นสิ่งที่ผมกังวลว่าหากมีการนำเข้า ข้าวบาร์เลย์เกรดอาหารสัตว์ต่อเนื่องจะส่งผลกระทบกับราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ภายในประเทศ อย่างแน่นอน กระผมจึงขอสอบถามประเด็นนี้ไปยังท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธาน ด้วยความเคารพว่า หากมีการนำเข้าข้าวบาร์เลย์ Grade อาหารสัตว์ต่อเนื่องเช่นนี้จะทำให้ ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ตกลง มีปัญหาแน่นอนครับ ทางกระทรวงพาณิชย์จะมีการตรวจสอบ และจะมีการกำหนดให้ข้าวบาร์เลย์ Grade อาหารสัตว์เป็นสินค้าควบคุมเหมือนข้าวสาลี ได้หรือไม่ เป็นคำถามที่ ๒

ผมขออนุญาตไปคำถามที่ ๓ สั้น ๆ ครับท่านประธาน เวลาผมยังเหลือ ขออนุญาตท่านประธานครับ ฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์ได้ขึ้น Slide ที่ ๒ ด้วยครับ ในภาพนี้ เป็นการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากประเทศเพื่อนบ้าน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมามีการนำเข้า ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากประเทศเพื่อนบ้านตามข้อตกลงเขตการค้าเสรี ASEAN หรือ AFTA ซึ่งผมอยากให้ท่านประธานดูในแท่งสีส้ม ๕ ปีย้อนหลังเป็นสถิติตัวเลขนำเข้าข้าวโพด เลี้ยงสัตว์จากประเทศพม่า ซึ่งจะเฉลี่ยได้ว่าใน ๕ ปีย้อนหลังประเทศไทยนำเข้าข้าวโพด จากประเทศพม่าสัดส่วนเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ประมาณปีละ ๑ ล้านตัน ซึ่งเป็นไปตาม หลักเกณฑ์ของกระทรวงพาณิชย์ที่ได้เสนอต่อ ครม. ได้อนุมัติไว้ว่าอนุญาตให้เอกชนนำเข้า ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากประเทศเพื่อนบ้าน ในช่วงที่เกษตรกรไทยเก็บเกี่ยวผลผลิตภายในประเทศ เสร็จสิ้นแล้ว โดยกำหนดเริ่มตั้งแต่วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ของทุกปี ไปถึงวันที่ ๓๑ สิงหาคม ของทุกปี เป็นระยะเวลา ๗ เดือน ซึ่งผมตั้งข้อสังเกตว่าอยากเป็นข้อมูลผ่านไปยังกระทรวง พาณิชย์ ในกรอบเวลา ๗ เดือนที่เอกชนสามารถนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ได้ ในบางปีอาจจะเป็น ข้อมูลในการไปปรับเปลี่ยน ในบางปีที่พื้นที่ในประเทศของเราผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ได้ ค่อนข้างสมบูรณ์ หรือแม้แต่ปีนี้อาจจะมีเกษตรกรบางส่วนไม่สามารถเก็บเกี่ยวได้ในช่วงเวลาปกติ อาจจะเก็บเกี่ยวล่าช้าคาบเกี่ยวไปจนถึงเดือนมกราคมหรือเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ รัฐบาลอนุญาตให้เอกชนนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อทางกระทรวงพาณิชย์ จะนำไปพิจารณาในหลักเกณฑ์อาจจะเลื่อนออกไปหรือกำหนดให้น้อยลง เพื่อให้สอดคล้อง กับปริมาณข้าวโพดที่ผลิตได้ในประเทศแต่ละปี

สุดท้าย ผมขออนุญาตอีกนิดเดียวครับ มีเกษตรกรฝากถามมา เกษตรกรที่ปลูกผัก ปลูกผลไม้ เกษตรกรที่ประกอบอาชีพพืชสวน ได้ฝากถามผมมาซึ่งไม่เกี่ยวกับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ สอบถามในฐานะที่ท่านรัฐมนตรีได้กรุณามาตอบคำถามในวันนี้ ถามว่ากระทรวงพาณิชย์ มีแนวทางที่จะช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ โดยเฉพาะผลผลิต ที่ออกสู่ท้องตลาดจำนวนมากในช่วงเวลาเดียวกัน ผลผลิตที่เป็นพืชสวนที่เน่าเสียง่าย ทางกระทรวงพาณิชย์มีนโยบายช่วยเหลือหรือไม่ อย่างไร เป็นคำถามสุดท้ายครับ กราบขอบพระคุณครับ