วีรภัทร คันธะ หารือการจัดการชุมนุมทางการเมืองระหว่างปี 2563 ถึง 2565 โดยเรียกร้องให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อสอบสวนความจริง หลังประสบผลกระทบจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมด้วยแก๊สน้ำตา และเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่รัฐใช้มาตรการอย่างเป็นธรรมและสัดส่วนกับสถานการณ์
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วีรภัทร คันธะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ อำเภอพระประแดง พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ผมขอร่วมอภิปรายในญัตตินี้ เนื่องจากเป็นหนึ่งในคนที่ได้รับ ผลกระทบจากการชุมนุมครั้งที่ผ่านมา ในวันนั้นผมมาชุมนุมอยู่ที่แยกเกียกกาย และได้รับ ผลกระทบจากแก๊สน้ำตาของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้ามาสลายการชุมนุมในวันนั้น ท่านประธานครับ ตามที่เพื่อนสมาชิกได้กล่าวมา การชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ ถึงปี ๒๕๖๕ เกิดจาก ความไม่พอใจของประชาชนหลังศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคอนาคตใหม่ และเรียกร้องให้เกิด การปฏิรูปการเมืองการปกครอง รวมทั้งปฏิรูปสถาบันทางการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเด็นการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ การเรียกร้องเหล่านั้นส่วนใหญ่แล้วหลาย ๆ ครั้ง เป็นไปด้วยสันติวิธี ปราศจากอาวุธ ส่วนมากแล้วการชุมนุมก็จะอยู่ในที่ตั้ง ผมไม่อาจกล่าว ได้ว่าการชุมนุมทั้งหมดนี้เป็นไปอย่างบริสุทธิ์ทั้งหมด การมาชุมนุมของหลาย ๆ คนนั้นล้วนมี คนที่ประสงค์ดีและไม่ประสงค์ดีพร้อมจะใช้ความรุนแรงด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตามครับ ตามหลักสากลแล้วรัฐไม่มีสิทธิที่จะมาขัดขวางการชุมนุม ในประเทศที่เป็น ประชาธิปไตย การชุมนุมประท้วงเป็นเรื่องปกติ เพราะเป็นหนทางที่คนหรือประชาชน ตัวน้อย ๆ จะสามารถส่งเสียงของตัวเองให้กับผู้มีอำนาจและสังคมได้รับรู้ว่าเขาต้องการอะไร หรือเขาเดือดร้อนเรื่องอะไร แต่การขัดขวางการชุมนุมในหลาย ๆ ครั้งของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยการอ้างว่าผู้ชุมนุมใช้ความรุนแรงนั้นเป็นการเหมารวมผู้ชุมนุมทั้งหมด แม้ว่าจะมีคน พยายามจะยั่วยุและสร้างความปั่นป่วนในการชุมนุมก็ตาม ผู้ที่มาชุมนุมนั้นมาจาก ร้อยพ่อพันแม่ เราไม่สามารถจัดให้คนอยู่อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยหรือเป็นการชุมนุม แบบสันติ บริสุทธิ์ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ได้ มันมีคนที่อยากจะอาศัยจังหวะนี้เข้ามาก่อกวน แต่ก็มีอีกหลายคนที่อยากมาชุมนุมอย่างสันติ หน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการควบคุม การชุมนุมก็คือต้องพยายามดึงเอาคนที่ต้องการก่อกวนและสร้างความรุนแรงออกไปจาก การชุมนุม ท่านประธานครับ หลายต่อหลายครั้งในการชุมนุม มีคนก่อความวุ่นวาย แล้วไปยั่วยุตำรวจ ทำให้ตำรวจเลือกที่จะเหมารวมผู้ชุมนุมเป็นผู้ก่อความไม่สงบทั้งหมด แล้วใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดในการสลายการชุมนุมจากหนักไปหาเบา ตลกมากครับ ซัดก่อน แล้วค่อยพูดคุยกัน วันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๖๓ การชุมนุมในพื้นที่แยกปทุมวัน ตำรวจ คฝ. ๑๐๐ กว่าคน เคลื่อนตัวเข้ามาจัดการสลายการชุมนุม ใช้ปืนฉีดน้ำแรงดันสูง จับกุมผู้ชุมนุม ทั้ง ๆ ที่ผู้ชุมนุมเลือกที่จะชุมนุมอย่างสงบในจุดดังกล่าว การชุมนุมทุก ๆ ครั้งย่อมมี ผลกระทบในบางด้านอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่นั่นก็คือสารที่ผู้ชุมนุมพยายามจะส่งไปหา ทุก ๆ คนในสังคมให้ได้รับรู้ว่าข้อเรียกร้องความต้องการของเขาคืออะไร เป็นเรื่องของ การสร้างแรงกระเพื่อมให้กับสังคม การสลายการชุมนุมดังกล่าว ความรุนแรงที่เกิดขึ้น จากเจ้าหน้าที่ไม่ได้สัดส่วนกับสถานการณ์การชุมนุม หลังจากนั้นผู้ชุมนุมก็มีคดีตามมาอีก มากมายหลายต่อหลายครั้ง ก็เป็นการหว่านแหในการแจ้งความดำเนินคดีผู้ชุมนุมมากกว่า จะเป็นการเจาะจงหาผู้ต้องหาที่พยายามจะก่อความวุ่นวาย แกนนำบางคนขึ้นปราศรัย และมีการพาดพิงไปถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่ผมก็เข้าใจว่าตำรวจก็มีการถอด Tape แจ้งความโดยใช้บางประโยคเท่านั้น โดยไม่ได้ดูบริบทของคำปราศรัยในที่ชุมนุม ผมก็เลย ไม่เข้าใจว่าแบบนี้คือการใช้กฎหมายกลั่นแกล้งกันอย่างที่เรียกว่านิติสงครามหรือเปล่า แน่นอนบางคนก็อาจจะบอกว่าก็คุณทำผิดกฎหมายนี่ครับ แต่กฎหมายนั้นได้เรียกว่ายุติธรรม ได้ดำเนินคดีไปตามหลักนิติธรรมหรือเปล่า ท่านประธานที่เคารพครับ การชุมนุมไม่ว่าจะเป็น ทางการเมืองหรือเรื่องของปากท้อง มันมีความเสี่ยงที่จะเกิดความวุ่นวาย แต่ในฐานะ เจ้าหน้าที่รัฐซึ่งเป็นผู้ผูกขาดความรุนแรง มีทั้งอาวุธ กระบอง และอำนาจทางกฎหมาย สิ่งที่เจ้าหน้าที่รัฐควรจะทำก็คือการดูแลความสงบเรียบร้อยและเอาคนที่คิดจะก่อเหตุ หรือพยายามจะก่อความวุ่นวายออกไปจากที่ชุมนุม ไม่ใช่เรื่องของการเหมารวม ไม่ใช่การยัด คดีอย่างซี้ซั้ว หลาย ๆ ครั้งข้อเท็จจริงจากการชุมนุมมีทั้งฝั่งตำรวจและฝั่งของผู้ชุมนุม รวมทั้งสื่อมวลชน แต่เราไม่เคยมีข้อเท็จจริงร่วมกันในการหาความจริงจากการชุมนุมที่มี ความรุนแรงเกิดขึ้นว่าตกลงแล้วการชุมนุมนั้นใครเป็นคนเริ่มก่อน ใครเป็นคนสร้าง ความวุ่นวายหรือสร้างเงื่อนไขเพื่อให้เกิดการสลายการชุมนุม รวมทั้งการใช้กำลัง เพื่อการสลายการชุมนุมนั้นได้สัดส่วนหรือไม่ ทุกคนเลือกที่จะเชื่อในมุมมองของตัวเอง และพยายามปฏิเสธข้อเท็จจริงในมุมมองของคนอื่น ดังนั้นท่านประธานครับ ผมขอสนับสนุน ให้เกิดการจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญนี้เพื่อค้นหาความจริงในการชุมนุม เพื่อเป็น บรรทัดฐานและหลักประกันเสรีภาพในการชุมนุมครั้งต่อ ๆ ไปของประชาชน ขอบคุณครับ