รักชนก ศรีนอก อภิปรายเรียกร้องให้ตั้งกรรมาธิการพิจารณาข้อเท็จจริงการสลายการชุมนุม โดยชี้ว่าเจ้าหน้าที่ใช้ความรุนแรงเกินจำเป็น ขณะที่ผู้ชุมนุมสงบ และวิพากษ์วิจารณ์ ส.ส. บางส่วนที่ไม่รับฟังเสียงประชาชน despite having been elected by them.
เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน รักชนก ศรีนอก ผู้แทนจากชาวบางบอน จอมทอง และหนองแขม ขอร่วมอภิปรายใน ญัตติการเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษามาตรการควบคุมฝูงชน และการแสวงหาข้อเท็จจริงในการสลายการชุมนุม ความสำคัญของคณะกรรมาธิการนี้นะคะ ท่านประธาน ดิฉันอยากยกตัวอย่างให้ได้ทราบกันง่าย ๆ ขนาด สส. ผู้ทรงเกียรติ คนที่เรียก ตัวเองว่าผู้ทรงเกียรติที่ได้รับการเลือกมาจากเสียงของพ่อแม่พี่น้องประชาชน ที่นั่งอยู่ในสภานี้ ยังไม่ทราบเลยว่าข้อเท็จจริงในการชุมนุมจริง ๆ แล้วเป็นอย่างไร ไม่เคยไปร่วมกับผู้ชุมนุมเลยแม้แต่ครั้งเดียวตั้งแต่เกิดการชุมนุมปี ๒๕๖๓ มา แต่กลับพูดได้ เป็นตุเป็นตะราวกับว่าอยู่ในเหตุการณ์ว่าผู้ชุมนุมมีการใช้ความรุนแรง เจ้าหน้าที่ถึงต้องมี มาตรการในการตอบโต้ ถ้าท่านไม่ทราบ ดิฉันจะเล่าให้ฟัง เพราะตัวดิฉันคือคนที่เข้าร่วม ชุมนุมตั้งแต่ครั้งแรกเรื่อยมาจนทุกวันนี้ เมื่อก่อนเป็นประชาชนที่เรียกร้องอยู่บนถนน ทุกวันนี้เข้ามาพูดแทนเพื่อน ๆ เหล่านั้นในสภา ดิฉันคือคนที่อยู่ในเหตุการณ์ ประชาชน ชุมนุมกันเรื่อยมาด้วยความสงบ ถึงเวลาพวกเราก็แยกย้าย แต่เหตุการณ์ความรุนแรงก็เริ่ม มาเรื่อย ๆ จากการใช้โล่ กระบองในการผลักดันฝูงชน เริ่มมาเป็นวันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๖๓ กลางเมืองมีการใช้รถจีโน่ฉีดน้ำใส่สารเคมีใส่ผู้ชุมนุม กลางเมืองเลยวันนั้น สยามพารากอน ฉีดไปไม่รู้โดนใครบ้าง ทั้งผู้ชุมนุม ทั้งนักศึกษาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทั้งคนที่ไปร่วม Shopping อยู่แถว ๆ นั้น นี่คือข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น คนที่อยู่ตรงนั้นมีอาวุธมากที่สุดก็แค่ร่ม เท่านั้น ไม่ได้มีใครเตรียมตัวมาเพื่อรับสถานการณ์เหล่านั้น มีหลายคนที่ต้องได้รับ ความบาดเจ็บเพราะหลังจากที่ฉีดน้ำแล้วโดนแรงดันของน้ำ ทำให้ล้มถลอกปอกเปิก หลายคนโดนน้ำฉีดเข้าตาต้องเข้าโรงพยาบาล นี่คือความเป็นจริงที่เกิดขึ้น และหลังจากนั้น วันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๑ เดือนต่อมา ความรุนแรงในการสลายการชุมนุม พอเริ่มจาก รถจีโน่ปุ๊บ ฉีดน้ำปุ๊บ ทุกครั้งที่มีการชุมนุมก็จะเริ่ม ทีนี้ไม่มีมาตรการการบอกกล่าวใด ๆ แล้ว มาถึงตำรวจก็ฉีดน้ำเลย และวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ ดิฉันจำได้ วันนั้นดิฉันก็มาที่ สภาเกียกกายนี้ค่ะ แต่ดิฉันไม่ได้ยืนอยู่ในห้องนี้ ดิฉันไม่ได้ยืนอยู่ในห้องสุริยัน แต่ดิฉันยืนอยู่ ข้างถนน ข้างสภาเกียกกายตรงนี้ ดิฉันจำได้ วันนั้นดิฉันก็เป็นประชาชนคนหนึ่งที่อยากจะ เรียกร้องรัฐบาลทรราชที่มาจากการยึดอำนาจให้ลงจากอำนาจ เป็นคนหนึ่งที่อยากจะเห็น ประเทศนี้มีรัฐธรรมนูญที่มาจากประชาชน มีอนาคตที่สดใสให้คนวัยกลางคนแบบพวกเรา ได้สร้างครอบครัว ได้สร้างเนื้อสร้างตัว แต่วันนั้นที่ดิฉันมาเรียกร้อง ดิฉันจำได้นะคะ สส. ผู้ทรงเกียรติในสภาแห่งนี้หลายคนลงเรือหนีพวกเราไป นั่งรถหนีพวกเราไป เวลาท่าน หาเสียงท่านไปพนมมือ ไม่ว่าจะยากลำบาก ต้องมุดน้ำ ดำดิน ลงเรืออะไรลงไป ท่านไป ขอเสียงจากประชาชนให้เขาเลือกท่าน แต่วันที่ประชาชนมาขอให้ท่านฟังเสียงเขาท่านกลับ ลงเรือหนีไป นั่งรถหนีไป นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น ประชาชนที่ถูกดำเนินคดีจากสถานการณ์ การชุมนุมเห็นต่างทางการเมือง มีแล้ว ๑,๙๑๘ คน ในจำนวนนี้มี ๑,๒๓๐ คดี มีเยาวชน คนหนุ่มสาวที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ในเรือนจำ ทั้ง ๆ ที่วันนี้พวกเขาควรที่จะออกมาเรียนหนังสือ ออกมาทำงานสร้างเนื้อสร้างตัว ออกมาทำตามความฝันของเขา แต่พวกเขากลับต้องใช้ชีวิต อยู่ในห้องขัง สิทธิในการประกันตัวที่ควรจะเป็นของประชาชนทุกคนกลับถูกลิดรอน กับมีคนที่ต้องอดอาหารเกือบตายเพื่อที่จะเรียกร้องแค่สิทธิในการประกันตัวที่ควรจะได้รับ อยู่แล้วนะคะ ประชาชนที่เป็นเยาวชน เป็นคนหนุ่มสาว เป็นอนาคตของประเทศนี้กลับต้องไปอยู่ในห้องขัง แต่ตัวการใหญ่ของเรื่องนี้ ทรราชที่สร้างความฉิบหายให้ประเทศนี้มา ๑๐ ปี สร้างความโกรธแค้น ให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชน สร้างความเสียหายให้ประเทศนี้ ไม่รู้ว่าอีก ๑๐ ปีข้างหน้า จะแก้ไขสิ่งที่สร้างเอาไว้ได้หรือเปล่าเลย ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทุกวันนี้ลงจากอำนาจ ลอยหน้าลอยตาเสวยสุข ตอนนี้เที่ยวอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นค่ะ ยึดอำนาจจากคน ๗๐ ล้านคน กระทำสิ่งที่เรียกว่าอาชญากรรมที่ร้ายแรงที่สุด แต่ทุกวันนี้ลงจากอำนาจสบายใจเฉิบ เพื่อนที่ เคยกอดคอกันแล้วบอกว่าจะช่วยกัน Check Bill ทุกวันนี้จูบปากกับเผด็จการ แล้วก็ปล่อย ให้เผด็จการลอยหน้าลอยตาเสวยสุข ดังนั้นดิฉันคิดว่ามีความจำเป็น มีความสำคัญที่จะต้อง จัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญนี้เพื่อศึกษาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เพราะแม้กระทั่ง สส. ที่นั่งอยู่ ในห้องประชุมนี้ไม่เคยไปร่วมชุมนุม ไม่เคยออกไปฟังผู้ชุมนุมเลยสักครั้ง ไม่เคยรู้เลยว่า พวกเขาต้องการอะไร เรียกร้องอะไร พูดได้เป็นตุเป็นตะเลยค่ะว่าผู้ชุมนุมใช้ความรุนแรง คฝ. ถึงต้องมีมาตรการตอบโต้ ถ้าท่านยังสร้างความชอบธรรมให้ตำรวจ ให้ คฝ. โดยการมา สร้างความชอบธรรมให้เขาในสภาแบบนี้ สุดท้ายเหตุการณ์แบบการสลายการชุมนุมเสื้อแดง ปี ๒๕๕๓ หรือแม้กระทั่งย้อนกลับไป ๖ ตุลาคม ทุกวันนี้มันก็ไม่มีใครที่ได้รับความเป็นธรรม คนที่อยู่ในอำนาจตอนนั้นยังลอยนวลพ้นผิด เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ คฝ. ยังลอยหน้า ลอยตา ไม่มีใครได้รับการลงโทษ มีแต่คนที่ออกมาเรียกร้องชีวิตที่ดีให้กับตัวเองที่ต้องใช้ชีวิต อยู่ในห้องขังวันนี้ นี่คือความสำคัญที่ต้องตั้งคณะกรรมาธิการนี้เพื่อศึกษาหาข้อเท็จจริง แล้วก็ หาทางออกให้กับประเทศนี้อย่างแท้จริง ขอบคุณค่ะ