ชุติพงศ์ สนับสนุนตั้ง กมธ. ศึกษาการสลายการชุมนุม 2563-2565

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๖ · ๒๕ ตุลาคม ๒๕๖๖

ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ อภิปรายสนับสนุนการตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อสอบสวนการควบคุมและสลายการชุมนุมในช่วงปี 2563–2565 พร้อมทั้งเปิดข้อมูลการจับกุมดำเนินคดีประชาชนจำนวนมาก ความเสียหายที่เกิดขึ้น และเรียกร้องให้มีการถอดบทเรียนและรับผิดชอบต่อการใช้มาตรการเกินกว่าเหตุจากเจ้าหน้าที่รัฐ

นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ระยอง

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคก้าวไกล อำเภอบ้านค่าย อำเภอปลวกแดง อำเภอวังจันทร์ วันนี้ขอร่วมอภิปรายญัตติสนับสนุน ขอให้สภาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษามาตรการควบคุมฝูงชนและแสวงหา ข้อเท็จจริงและการสลายการชุมนุมอันเนื่องมาจากเหตุการณ์การชุมนุมของเยาวชน นิสิต นักศึกษา และประชาชนตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ ถึงปี ๒๕๖๕ ท่านประธานครับ ตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ เป็นต้นมา การชุมนุมของพี่น้องประชาชนเพื่อนำเสนอข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล ณ ขณะนั้น นำมาซึ่งการปะทะ ปราบปราม จับกุม คุมขัง ฟ้องคดีความโดยคู่กรณี ก็คือรัฐต่อพี่น้อง ประชาชนในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ เอาเฉพาะในเวลาช่วงที่เป็นข้อสรุปจากข้อมูล โดยศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนได้รวบรวมไว้ ตลอดการชุมนุมตั้งแต่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๓ จนมาถึงเดือนกันยายน ๒๕๖๖ มียอดรวมผู้ถูกดำเนินคดีกว่า ๑,๙๒๘ คน รวมเป็น ๑,๒๔๙ คดี สถิติในการดำเนินคดีซึ่งเป็นภาระของพี่น้องประชาชนในการพิสูจน์สู้คดี ต่อการเรียกร้องต่อรัฐบาล ซึ่งมีคู่กรณีโดยรัฐ มีข้อกล่าวหาจำนวนมาก ข้อกล่าวหากรณี กฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ มีอย่างน้อย ๒๕๘ คน จำนวน ๒๘๐ คดี ข้อหายุยงปลุกปั่น ตามมาตรา ๑๑๖ มีผู้ถูกกล่าวหา ๑๓๐ คน จำนวน ๔๑ คดี ข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก. ฉุกเฉิน เป็นจำนวนมากที่สุดอย่างน้อย ๑,๔๖๙ คน ในจำนวน ๖๖๓ คดี นับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ปี ๒๕๖๓ ตาม พ.ร.บ. ชุมนุมสาธารณะ มีผู้ถูกกล่าวหาอย่างน้อย ๑๗๗ คน จำนวน ๘๘ คดี ตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ มีผู้ถูกกล่าวหาอย่างน้อย ๑๘๖ คน จำนวน ๒๐๕ คดี ข้อหา ละเมิดอำนาจศาลอย่างน้อย ๓๐ กว่าคน ใน ๒๐ คดี และดูหมิ่นศาลอย่างน้อย ๓๔ คน ใน ๑๐ คดี ในจำนวน ๑,๒๔๙ คดีดังกล่าว มี ๔๒๐ คดีที่สิ้นสุดไปแล้ว เท่ากับว่ายังมีอีก อย่างน้อย ๘๒๐ คดี ยังอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการตามกระบวนการชั้นต่าง ๆ จำนวน คดีความที่ปรากฏดังที่ผมกล่าวไว้ว่าเป็นภาระของผู้ถูกดำเนินคดีที่ต้องต่อสู้คดี เสียเงิน เสียทอง เสียทรัพย์สิน เสียเวลา เสียอิสรภาพ สูญเสียอวัยวะ บางคนหนักถึงขั้นเสียชีวิต ในการชุมนุมเรียกร้องสิทธิของพี่น้องประชาชนโดยรัฐ มาย้อนนับกันดูว่าในคดีความต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชน คดีเหล่านี้เกิดขึ้นจากการชุมนุมทั้งหมดอย่างน้อย ๓,๘๒๑ ครั้ง ตลอดปี ๒๕๖๓-๒๕๖๕ มีการสลายการชุมนุมไปทั้งหมด ๗๔ ครั้ง โดยเฉพาะในปี ๒๕๖๔ สลายการชุมนุมไปถึง ๖๐ ครั้ง ผู้บาดเจ็บมากกว่า ๖๐๐ คน เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่บาดเจ็บ ไป ๑๔๖ คน มีผู้เสียชีวิต ๒ คน ระหว่างการชุมนุมและการสลายการชุมนุม คนหนึ่งเป็น เยาวชนหน้า สน. ดินแดง อีกคนเป็นตำรวจที่หัวใจล้มเหลวระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ มีอีก ๒ รายเสียชีวิตหลังจากรักษาในโรงพยาบาลมาอย่างยาวนาน โดยไม่มีข้อมูลพบว่า มีการเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนโดยรัฐซึ่งเป็นคู่คดีแต่อย่างไร โดยในตัวเลขผู้ถูกดำเนินคดี ๑,๙๒๘ คนนั้น มีการถูกละเมิดโดยเจ้าหน้าที่รัฐ ๒๙๑ ครั้ง โดยที่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่โดนสอบสวนและมีการประกาศความผิดจากการปฏิบัติ หน้าที่ทั้งหมด ไม่พบข้อมูล คนสั่งการให้มีการทำการสลายการชุมนุมและปราบปรามพี่น้อง ประชาชนถูกดำเนินการสอบสวนหรือฟ้องคดีกี่ครั้ง ไม่พบข้อมูล จากข้อมูลที่กล่าวมาทั้งหมด ตั้งแต่มีการชุมนุมทางการเมืองมาตลอดกี่ปีต่อกี่ปี รัฐไทยทำอะไรกับประชาชนมากี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ไม่เคยต้องถูกตัดสินว่ามีความผิดเลย ไม่เคยมีการถอดบทเรียนว่ามาตรการใดเป็นมาตรการ ที่ยอมรับได้ มาตรการใดที่เกินกว่าเหตุ และที่สำคัญ ถ้าเกินกว่าเหตุแล้วก็ไม่เห็นต้องรับผล อะไรแม้จะมีมาตรฐานสากลรองรับ ปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นเป็นทอด ๆ โดยเริ่มจากการสั่งการ ที่ไม่ต้องรับผิดชอบต่อความผิดพลาด โดยใช้กฎหมายที่เอื้อให้รัฐกระทำความรุนแรงต่อประชาชน พอสั่งการมาโดยกฎหมายที่ไม่ต้องรับผิดชอบอะไร ผู้รับคำสั่งก็ปฏิบัติตามโดยใช้ดุลยพินิจประกอบและมีกฎหมายปกป้องตัวเอง ผลที่ตามมา ก็ยิ่งก่อความผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำอีก และพอมีการตั้งคำถามจากพี่น้องประชาชนเข้าไปถึง การสลายการชุมนุมที่ผิดพลาดและผิดหลักสากลก็ไปสอบกันเอง ไม่เคยต้องตอบอะไร กับสังคม เห็นว่ามีการแถลงข่าวปกป้องกันเองโดยตำรวจอยู่เรื่อย ๆ ตามกฎหมาย แต่ก็ไม่เห็น มีใครต้องรับผิดชอบสักที ดังนั้นตามที่กล่าวมาทั้งหมดจึงเกิดเป็นการสั่งการและปฏิบัติงาน โดยไม่ต้องมีข้อยั้งคิด เพราะไม่เคยมีกรณีศึกษาที่จะทำให้เกิดความยับยั้งชั่งใจโดยเจ้าหน้าที่ ที่สั่งการและปฏิบัติหน้าที่ ผมมี Case ตัวอย่างที่ผมพบมาด้วยตัวเอง คือการลงพื้นที่ในช่วง ของการสลายการชุมนุม ผู้ชุมนุมที่อายุน้อยที่สุด อันนี้ Off Record ผมพบมาด้วยตัวเอง เป็นเด็กเยาวชนอายุ ๑๑ ปีถูกจับมาที่ สน. พหลโยธิน ตอนเวลาตีหนึ่งกว่า ๆ ผมเดินทาง ไปครั้งนั้นแล้วสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจและการจับกุมตอนนั้น ก็ได้รับทราบว่าเด็กอยู่ในที่ เกิดเหตุก็เลยถูกจับมาด้วย ผลสุดท้ายไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาอะไร ผมต้องไปตามผู้ปกครอง ที่จังหวัดนนทบุรีมารับ และส่งเด็กกลับไปตอนตีสาม โดยที่เรื่องนี้ก็อยู่นอกเหนือจากรายงาน ทั้งหมดที่มี คำถามคือเราจะทำอย่างไรกับ Case พวกนี้ที่ยังไม่เคยมีการบันทึกลงไป ในความบกพร่องการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ หรือบาง Case ในวันเดียวกันนั้น พนักงานบริษัทเอกชนเลิกงานเดินทางกลับมาจากบริษัทกำลังเดินทางกลับบ้าน ขี่มอเตอร์ไซค์มาโดนตำรวจจับด้วย โทรศัพท์ไปให้บริษัทยืนยันว่ากำลังเลิกงานกลับบ้าน ปรากฏว่าตำรวจไม่ฟังแล้วก็จับมาฝ่าฝืน พ.ร.ก. ฉุกเฉิน คำถามแบบนี้มันมีอีกกี่ Case อันนี้ คือคืนเดียวที่ผมเคยไปด้วยตัวเองแล้วก็รับทราบมา ถ้าเกิดเราไม่ศึกษาคำถามนี้เราจะทราบ ไหมว่ามันมีการปฏิบัติการที่ผิดจากหลักการแล้วก็ไม่ต้องลง Record ไว้อีกกี่ Case ในส่วน ของตำรวจเจ้าหน้าที่ที่มาปฏิบัติหน้าที่เองก็มีปัญหา หลาย ๆ ครั้งเราคงจะเห็นว่าเจ้าหน้าที่ ต่างจังหวัดที่มาประจำการเพราะถูกเกณฑ์มาเพื่อการควบคุมการชุมนุม หลาย ๆ คนต้อง นอนกองกันอยู่ในที่ที่ไม่ได้เหมาะสม ไม่ได้อาบน้ำ เบี้ยเลี้ยงเองก็มีคำถาม อาหารเองเราก็เห็น ว่าไม่ได้ถูกสุขลักษณะ ไม่รู้ว่าตรงตามงบประมาณที่มีการเบิกจ่ายหรือไม่ ในพื้นที่เองพอไม่มี ตำรวจ ถ้าเกิดยังโดนเกณฑ์อยู่เรื่อย ๆ อย่างนั้น ทางผู้บังคับบัญชาระดับพื้นที่ก็มีการพูดว่า แล้วจะทำอย่างไรต่อไป มีเหตุผมไม่มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานแล้ว งบประมาณในการชุมนุมเอง ตอนนี้ก็ยังมีคำถามว่าใช้ไปกับอะไร เท่าไร เทียบราคาโล่กระบองใน Lazada ก็เบิกจ่ายกัน แพงกว่าที่ซื้อ Online ด้วยซ้ำอีก คำถามคือมีการคอร์รัปชันมากน้อยแค่ไหนในการควบคุม ฝูงชน โดยการชุมนุมปี ๒๕๖๓ ถึงปี ๒๕๖๕ และถึงที่สุดผู้สั่งการเองไม่ต้องรับผิดชอบอะไร ตอนนี้ทำอะไรอยู่ครับ เห็นลง Social Media ว่าไปกินไอศกรีมอยู่เมืองนอกสบายใจเฉิบ ตอนนี้ผมเองก็ไม่รู้ว่าเขาได้สำนึกผิดต่อการสั่งการที่ตัวเองได้ทำให้เกิดคดีความตั้งหลายพันคดี แล้วทำให้เกิดข้อครหาจากสังคมต่อการควบคุมฝูงชนมากน้อยเพียงใด นี่ไม่ต้องไปว่าถึง ตัวผู้สั่งการคนนี้ ที่ถ้าเกิดลากคดีไปนี่ยาวไปถึงเป็นผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ในการควบคุมฝูงชน จนมีการสลายการชุมนุม ปี ๒๕๕๓ คนเสื้อแดงเสียชีวิตไปเป็นร้อย บาดเจ็บไปตั้งกี่พัน ดังนั้นจากที่กล่าวมาทั้งหมดหากจะเริ่มการตรวจสอบข้อมูลเจ้าหน้าที่รัฐที่กระทำการใด ๆ ต่อพี่น้องประชาชน ผมก็อยากให้เราเริ่มต้นกันที่สภาชุดนี้จะได้มาร่วมกันชำระสะสาง วัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิดที่สืบต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน รวบรวมข้อมูลศึกษาข้อผิดพลาด ของเจ้าหน้าที่รัฐในการกระทำรุนแรงต่อประชาชน โดยอ้างข้อหาเรื่องความมั่นคงต่าง ๆ นานาโดยไม่ต้องรับผิดชอบอะไร ร่วมกันสร้างวัฒนธรรม สร้างความยั้งคิดต่อการสั่งการใด ๆ ที่จะมีความรุนแรงต่อพี่น้องประชาชน ต่อเจ้าหน้าที่รัฐทุกระดับเสียที ดังนั้นผมจึงขอสนับสนุน การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาข้อมูลทั้งหมดตลอดปี ๒๕๖๓ ถึงปี ๒๕๖๕ ในการแก้ปัญหาและวางมาตรฐานต่อไปในอนาคต ขอบคุณมากครับท่านประธาน