ธีระชัย แสนแก้ว หารือเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ที่เกิดจากเหตุการณ์ยึดอำนาจ และเรียกร้องให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน พร้อมสนับสนุนการตั้งคณะกรรมการศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างรอบคอบและเป็นธรรม
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย กระผม ใคร่ขออนุญาตท่านประธานเพื่อที่อภิปรายเกี่ยวกับเรื่องญัตติที่จะนำเสนอให้รัฐบาลพิจารณา เกี่ยวกับเรื่องลงประชามติที่เพื่อนสมาชิกได้กรุณายื่นญัตติไว้ กระผมอยากจะขอกราบเรียน ท่านประธานว่ารัฐธรรมนูญคือเครื่องหมายถึงการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ของประเทศ และรัฐธรรมนูญก็ยังเป็นเครื่องหมายที่เห็นว่าประเทศมีการปกครองแบบนิติรัฐ คือการปกครองด้วยกฎหมาย และกฎหมายที่ออกมานั้นบังคับใช้กับพี่น้องประชาชน อย่างเป็นธรรม เสมอภาค และเป็นไปด้วยหลักนิติธรรม รัฐธรรมนูญฉบับนี้ถ้าจำไม่ผิด ก็ ๒๐ ฉบับแล้ว ผมอาจจะเกิดมานาน แต่ไม่ใช่แก่เพราะเกิดนาน ยังมีความคิดที่ทันสมัยอยู่ ผมจำได้ว่ารัฐธรรมนูญหลาย ๆ ฉบับใน ๒๐ ฉบับ สมัยเมื่อก่อนนั้นเป็นรัฐธรรมนูญมีแค่ ๑๗ มาตราเท่านั้นเอง ก็คิดอยากจะประหารชีวิตใครยัดเยียดข้อกล่าวหาก็ประหารชีวิต ได้เลยใช้ ม. ๑๗ คือนายกที่ตายไปแล้วเอ่ยชื่อได้ ไม่ว่าจะเป็นยุค พลเอก สฤษดิ์ ธนะรัชต์ จอมพล ถนอม กิตติขจร จอมพล ประภาส จารุเสถียร ต่อไต่กันมา สุดท้ายมีการสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรโดยใช้รัฐธรรมนูญของตัวเอง พอสมัครแล้วก็เอา เครือข่ายของตัวเองสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็ยึดอำนาจตัวเองก็มี มันเป็นกลไก ที่ทำให้พี่น้องประชาชนขมขื่น แต่ในขณะเดียวกันพี่น้องประชาชนก็เริ่มที่จะฉลาดขึ้นทัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อประมาณ ๔๐ กว่าปีที่ผ่านมานั้น ปี ๒๕๑๖ ก็แล้วกันที่คิดว่า เป็นรัฐธรรมนูญที่เราได้มาจากเลือดเนื้อที่พี่น้องได้เสียชีวิตไปแล้ว หลายร้อยหลายพันคน จนองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบอกว่ามันเป็นวันมหาวิปโยค มันเกิดขึ้นด้วย เลือดเนื้อเชื้อไข รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๑๖ และปี ๒๕๑๗ ก็สมัครผู้แทนราษฎรปี ๒๕๑๘ สุดท้ายก็ยึดอำนาจคืนเมื่อปี ๒๕๑๙ ผมจำได้เพราะอะไรครับ ตอนนั้นเรียนอยู่ มศ. ๔ เท่านั้นผมถูกจับไปติดคุกบางเขน ความขมขื่นที่มันมี ระบอบประชาธิปไตยเด็ก ๆ สมัยเด็ก ๆ เอาท่านสุธรรม แสงประทุม เป็นเลขาธิการศูนย์กลางนิสิตนักศึกษา แห่งประเทศไทยก็อยู่พรรคเดียวกัน ทุกคนเข้าป่า ทุกคนไปแสวงหา ทุกคนจับปืนขึ้นสู้ สู้ไม่ได้ก็มาสู้ในเมืองเหมือนทุกวันนี้ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมอยากจะขอ กราบเรียนว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ มันก็เป็นส่วนหนึ่งจากการยึดอำนาจ ก่อนเข้ายึดอำนาจ ก็เกิดความแตกแยกให้ยึดอำนาจ ก็สู้กันในเมืองคือความคิดเห็นแตกต่างกันของพี่น้อง ประชาชน แล้วเมื่อไรความสมานฉันท์มันจะเกิดขึ้นได้สักที มันมีความคิดเห็นแตกต่างกัน รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๖๐ ผมก็ไม่ได้ชอบนะครับ เพราะมันเกิดขึ้นจากที่เพื่อนสมาชิก ก็บอกไปแล้วไม่ได้ชอบ แต่ในขณะเดียวกันรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ เลือกตั้งปี ๒๕๖๒ ก็เข็นเข้ามาในสภากัน ก็เท่ากับว่าถึงแม้ว่าจะขมขื่นแค่ไหนก็ยังจะต้องมีการยอมรับ ในรัฐธรรมนูญฉบับนั้น เพราะเราต้องการเข้ามาแก้กฎหมายแล้วมาแก้รัฐธรรมนูญ ภาษาหลักกฎหมาย ภาษาหลักนิติศาสตร์ เขาบอกว่ากฎหมายที่แก้ยากที่สุดคือกฎหมาย รัฐธรรมนูญใช่ไหมครับ นี่ก็คือปัญหา ขวากหนามต่าง ๆ ที่มันได้เกิดขึ้นในบ้านในเมืองนี้ สุดท้ายก็ยอมรับด้วยกติกา ถึงแม้ว่าจะยอมรับในวิธีการที่ขมขื่น แต่ก็ต้องเลือกตั้งกัน จากพี่น้องประชาชน ปี ๒๕๖๒ แล้วก็ปี ๒๕๖๖ อีกครับ ผมก็ได้มีโอกาสใช้รัฐธรรมนูญ เลือกตั้งปี ๒๕๖๖ เช่นเดียวกัน ก็ได้เข้ามาในสภาผู้แทนราษฎร ในสภาแห่งนี้ ๕๐๐ คน ต้องได้รับเกียรติจากพี่น้องประชาชนทั้งนั้น ไม่ใช่คนใดคนหนึ่ง เพราะเราได้รับฉันทานุมัติ จากพี่น้องประชาชนมา ๕๐๐ คน จะเป็นพรรคเล็ก พรรคน้อย พรรคใหญ่ พรรคกลาง พรรคอะไรก็แล้วแต่อยู่ภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ซึ่งผมไม่ค่อยชอบ แต่ผมก็ต้องมา เพื่อที่จะเล่าเรื่องให้พี่น้องได้รับฟังกันว่าสาเหตุเพราะอะไร พรรคการเมืองต่าง ๆ ก็ไปหาเสียง เขาพูดแม้กระทั่งพรรคผม พรรคเพื่อไทยนี่ก็ได้มีการประกาศเจตนารมณ์กับพี่น้องประชาชน บอกว่าจะต้องมาแก้รัฐธรรมนูญ จะต้องมาร่างรัฐธรรมนูญ จะเป็นวิธีการแบบไหน อะไร อย่างไร เราก็จะทำรัฐธรรมนูญโดยเอาสภาแห่งนี้ แต่มันก็มีขวากหนามครับ ก็ผลพวงที่เราพูด ถ้ามันไม่มีปัญหาผมอยากจะขอกราบเรียนต่อท่านทั้งหลายว่าว่าที่นายกรัฐมนตรีบางท่าน อาจจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว ก็เพราะมันมีขวากหนาม มันมีหลุม มันมีบ่อหรือเปล่า เพราะฉะนั้นบ้านเมืองมันต้องเดินไปได้ จนถึงขณะนี้ผมก็เลยบอกว่าเห็นด้วยจะเป็น ประชามติ จะอะไรก็แล้วแต่ เพื่อที่จะให้มีการทำกฎหมายรัฐธรรมนูญ แต่ ณ วันนี้ ผมอยากขอกราบเรียนว่าที่เป็นนโยบายอย่างเร่งด่วนรัฐบาลต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ ที่เขามีนโยบายแล้ว แล้วประชุม ครม. นัดแรกเขาก็ได้ดำเนินการในการตั้งคณะกรรมการ ขึ้นมาเพื่อศึกษาในการที่จะเป็นกลไก อาจจะต้องตั้งคณะต่าง ๆ ขึ้นมา โดยส่วนหนึ่งก็มาจาก การเลือกตั้งจากพี่น้องประชาชนทุกพรรคการเมืองที่เขาได้เชิญมา ผมก็เห็นว่าจะเอา ความจริงมาพูดกัน เพื่อให้ความจริงมันเกิดขึ้น แต่ถ้าความจริงเกิดขึ้นมันมีหลุมมีบ่อ ความเป็นไปได้มันแบบไหน ขอกราบเรียนเลยว่ามันเคยตกม้าตายไปรัฐธรรมนูญที่เรา เคยแก้มาแล้ว คำวินิจฉัยของรัฐธรรมนูญที่เพื่อนสมาชิกก็ได้พูดไว้แล้ว ที่ ๔/๒๕๖๔ เกิดจาก กลไกกำหนดให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ยากขึ้น ทั้งต้องมีเสียง สว. ๑ ใน ๓ ต้องมีเสียงความเห็นชอบจากพรรคที่ไม่ได้เป็นพรรคร่วมรัฐบาล อีก ๒๐ นี่คือขวากหนามที่ผมได้กราบเรียนไป ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐบาลเริ่มต้น Start แล้ว ในการที่จะดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้วก็ได้เชิญทุกฝ่ายเข้าร่วม ไม่ว่าจะเป็น ฝ่ายค้านก็ดี นักวิชาการก็ดี ผู้เชี่ยวชาญรัฐธรรมนูญก็ดี นักศึกษา นักธุรกิจ นักท่องเที่ยว กลุ่มเกษตรกร สมาคมอะไรต่าง ๆ มันก็น่าจะมีการครบถ้วนบริบูรณ์ความในการที่จะมา การประชามติมันต้องใช้เงินครับ และการทำประชามติไม่รู้จะประชามติ ๒ ครั้ง ๓ ครั้ง หรือ ๔ ครั้ง ก็ยังไม่รู้เหมือนกัน การตีความยังไม่แตกเลย ถ้าเกิดว่ามีการใช้ประชามติ ครั้งที่ ๑ หมดไปเท่าไรครับ ให้พี่น้องประชาชนมาเลือกตั้ง เราเลือกตั้งคราวที่แล้ว กกต. ก็มาสำรวจแล้วบอกว่าหมด ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ ล้านบาท คราวนี้เอา ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ ล้านบาท ประชามติครั้งที่ ๒ อีกก็ ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ ล้านบาท ครั้งที่ ๓ อีก ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ ล้านบาท ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านประธานที่เคารพครับ ผมก็เลยคิดว่ามันน่าที่จะต้องให้รัฐบาล แล้วก็มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปดำเนินการ และให้เกียรติกับทุกฝ่ายได้ดำเนินการในเรื่องนี้ ถ้าหากเวลาเราผิดพลาดไปมันก็จะไปเจอตอ ตอคืออะไรครับ ก็นั่งอยู่ตอตรงนั้น ๒๐๐ ท่าน เพราะฉะนั้นผมอยากขอกราบเรียนอีกอันหนึ่งว่าความไม่แน่นอน ความไม่ชัดเจน จำนวนครั้ง ในการจัดทำประชามติก็เช่นเดียวกันที่ได้กล่าวไปแล้ว ขอกราบเรียนว่าท่าน Guarantee ได้หรือไม่ว่าถ้าจุดหมายปลายทางของรัฐธรรมนูญจะไม่ตีความว่าประชามติ ๒ ครั้ง ไม่เพียงพอ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลรัฐธรรมนูญจะไม่วินิจฉัยทุกอย่างที่เป็นไปอย่างเร่งรีบ ขาดความรอบคอบ และไม่เป็นโมฆะ ท่านกล้า Guarantee ได้หรือไม่ว่าจะไม่ต้องเริ่ม กระบวนการทั้งหมดใหม่ ถ้าเริ่มกระบวนการทั้งหมดใหม่ คืออย่างน้อยที่สุดมันก็ได้มี กระบวนการอะไรต่าง ๆ มันไม่ได้เสมอภาคกันเหมือน ๑๔ ตุลาคม ๑๖ ไม่ได้เหมือน พฤษภาทมิฬ ณ วันนี้เราสภาผู้แทนราษฎรครับ มันก็ทำมาอย่างนี้ เราต้องหลอมรวมพี่น้อง ทั้งหมดเพื่อที่จะให้ได้ จะไปกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งไม่ได้ อันนี้หลายพรรค ๑๑ พรรคที่เป็นฝั่งรัฐบาล แล้วในขณะเดียวกันผมเห็นด้วย พรรคฝ่ายค้านทำดีก็เห็นด้วย ไม่ใช่ไม่เห็นด้วย ที่เกี่ยวข้อง กับเรื่องรัฐธรรมนูญผมก็เห็นด้วยในการที่จะต้องให้มีการแก้ไข แต่กระบวนการในการแก้ไขนั้น ผมเกรงว่ามันจะมีปัญหา ขออนุญาตในการอภิปรายเท่านี้ครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ