จุลพงศ์ อยู่เกษ วิพากษ์ปัญหาการร่างรัฐธรรมนูญที่ถูกครอบงำโดยชนชั้นนำ ทั้งที่หลักการกำหนดว่าอำนาจเป็นของประชาชน โดยเน้นย้ำถึงความเสี่ยงจากการบิดเบือนเจตจำนงของประชาชนผ่านกระบวนการที่ขาดความโปร่งใสและไม่เป็นไปตามหลักประชาธิปไตย นิติรัฐ และการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง พร้อมเรียกร้องให้สภาผู้แทนราษฎรปกป้องประชาชนและต่อต้านอิทธิพลของอำนาจนอกระบบหรือรัฐประหารที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้งในอนาคต
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม จุลพงศ์ อยู่เกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ผมขออภิปราย สนับสนุนญัตติที่เสนอโดยเพื่อนสมาชิกจากพรรคก้าวไกล แต่ก่อนที่ผมจะอภิปรายในเรื่อง การทำประชามติ ผมขออภิปรายถึงปัญหาใหญ่ของการออกแบบกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญ ในประเทศไทยของเราสักเล็กน้อยครับ ท่านประธานครับ ทุกครั้งที่จะต้องร่างรัฐธรรมนูญ สักฉบับในประเทศไทยจะมีปัญหาใหญ่อยู่ ๒ ประการ
ปัญหาใหญ่ประการแรก คือการสร้างสมดุลระหว่างความคิดเห็นของ ประชาชนกับความต้องการของชนชั้นนำ หลักสากลยอมรับว่าอำนาจอธิปไตยเป็นของ ปวงชน ประชาชนจึงเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล และเป็นผู้จำกัดอำนาจของรัฐบาล แต่ในความจริงแล้ว ในประเทศไทยผู้ปกครองชั้นนำต่างหากที่เป็นผู้ร่างรัฐธรรมนูญ โดยมักอ้างว่าประชาชน เป็นเจ้าของอำนาจ และการร่างรัฐธรรมนูญก็มักจะเกิดการครอบงำกระบวนการร่าง รัฐธรรมนูญโดยชนชั้นนำ โดยมีการอ้างสาเหตุ ๓ ข้อ ข้อแรก การอ้างว่ามีแต่เพียงผู้เชี่ยวชาญ เท่านั้นที่เข้าใจในการร่างรัฐธรรมนูญ ประชาชนไม่ได้เข้าใจเรื่องรัฐธรรมนูญเพียงพอ ข้อ ๒ การกล่าวอ้างว่ามีประเด็นละเอียดอ่อนที่จำเป็นต้องควบคุมในการร่างรัฐธรรมนูญ ข้อ ๓ การปกป้องสิ่งที่ชนชั้นนำต้องการด้วยการควบคุมกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญ และเนื้อหาของรัฐธรรมนูญตั้งแต่ต้นจนจบ ในข้อสุดท้ายนี้เองครับ ประกอบกับแนวโน้ม การเติบโตของพรรคการเมืองฝ่ายเสรีนิยมจะทำให้กระบวนการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่จะเกิดขึ้นอาจนำมาซึ่งความพยายามครอบงำของชนชั้นนำยิ่งกว่าที่ผ่านมาจนอาจจะเกิด ความขัดแย้งในประเทศไทยมากขึ้น ความครอบงำที่เห็นชัดที่สุดในอดีตที่ผ่านมา คือเมื่อมี การรัฐประหารครั้งใดศาลไทยก็จะรับรองการรัฐประหาร แล้วก็มีการร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่โดยคณะบุคคลที่คณะรัฐประหารตั้งขึ้น
ปัญหาใหญ่ประการที่ ๒ ในเมื่อจะต้องร่างรัฐธรรมนูญ ก็คือความยาก ในการเห็นพ้องถึงหลักการพื้นฐานที่สังคมจำเป็นจะต้องยอมรับร่วมกัน ซึ่งหลักการพื้นฐาน เหล่านี้คือการมีพรรคการเมืองที่หลากหลาย การตรวจสอบถ่วงดุลอันโปร่งใส การยึด หลักนิติรัฐ นิติธรรม และการพิทักษ์สิทธิเสรีภาพของปัจเจกบุคคล เมื่อกระบวนการ ร่างรัฐธรรมนูญให้ความสำคัญแก่ ๔ หลักการนี้แล้ว ไม่เพียงจะเกิดข้อดีในเชิงระบบ รัฐธรรมนูญ แต่ยังเป็นประโยชน์แก่ประชาชนมากที่สุด แต่หากเมื่อการร่างรัฐธรรมนูญถูก ครอบงำโดยชนชั้นนำแล้วการยึดหลักนิติธรรม นิติรัฐจะล้มเหลว การพิทักษ์สิทธิเสรีภาพ ของประชาชนก็จะถูกกำหนดโดยคำสั่งของชนชั้นนำ ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐธรรมนูญ ฉบับปัจจุบันเป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่ ๒๐ แล้วของประเทศไทย ประเทศไทยเราเป็นประเทศที่ ๔ ที่มีจำนวนรัฐธรรมนูญมากที่สุดในโลก สถิตินี้เป็นสถิติที่ไม่น่าภูมิใจอะไรเลยนะครับ นักวิชาการทางรัฐธรรมนูญได้เขียนว่า รัฐธรรมนูญคือการจัดความสัมพันธ์ระหว่างคนในชาติ ระหว่างชนชั้นปกครองกับคนใต้ปกครอง การที่ประเทศไทยเรามีรัฐธรรมนูญมาแล้ว ๒๐ ฉบับ ย่อมสะท้อนให้เห็นความสัมพันธ์ที่ไม่ปกติของคนชั้นปกครองกับคนใต้ปกครองคือประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจะโทษคนรุ่นผมที่มีอายุ ๖๐ กว่า ๆ ได้ไหมว่าพวกรุ่นเราไม่มี ความสามารถเพียงพอในการแก้ปัญหาความขัดแย้งทางรัฐธรรมนูญ จึงส่งต่อประเทศไทย ให้คนรุ่นหลังในสภาพแบบนี้ ผมไม่คาดหวังว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่จะเป็นฉบับที่ ๒๑ จะไม่มีการแก้ไข แต่หากจะมีการแก้ไขก็ให้ทำโดยรัฐสภา ไม่ใช่โดนฉีกโดยการรัฐประหาร ท่านประธานที่เคารพครับ ตอนเวลาหาเสียงพรรคการเมืองมีสิ่งเดียวเท่านั้นที่จะนำไปแลก กับประชาชนคือคำสัญญาโดยนโยบายต่าง ๆ พรรคแกนนำรัฐบาลพรรคหนึ่งได้ประกาศ ในการเลือกตั้งที่ผ่านมา พรรคแกนนำรัฐบาลได้ประกาศนโยบายการแก้รัฐธรรมนูญได้ว่า ผมขออนุญาตอ่านนะครับ จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนโดยคงรูปแบบการปกครอง ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน และผ่านการออกเสียงประชามติโดยประชาชน นอกจากนี้ในคำแถลงการณ์ที่แยกตัวจากการร่วมจัดรัฐบาลกับพรรคก้าวไกล พรรคการเมือง พรรคนี้ยังเขียนด้วยว่าในการประชุมครั้งแรกของคณะรัฐมนตรีจะให้มีการจัดทำประชามติ และจัดตั้ง สสร. ไม่มีตรงไหนเขียนเลยว่าจะมีจัดตั้งคณะกรรมการมาศึกษาการทำประชามติ ขึ้นมาอีก ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอเรียนว่าในทางทฤษฎีการทำประชามติ คือการกลับไปหาประชาชนเท่านั้น เราหันไปพิงประชาชนในสิ่งที่ประชาชนต้องการ
สุดท้ายนี้ผมขออนุญาตท่านประธานกล่าวผ่านไปถึงเพื่อนสมาชิกที่เคารพ ทุกท่านอีกครั้ง พวกเราเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พวกเราเป็นผู้แทนของราษฎร แทนที่ พวกเราจะต้องคอยถามชนชั้นนำว่าพวกเขาต้องการอะไร กลับไปถามราษฎรที่พวกเรา เป็นตัวแทน เป็นการให้เกียรติราษฎร ให้เกียรติประชาชนครับ เลิกคิดเสียทีว่าประชาชน ไม่เข้าใจรัฐธรรมนูญ เลิกคิดเสียทีว่ามีประเด็นละเอียดอ่อนที่จำเป็นต้องควบคุมในการร่าง รัฐธรรมนูญ เลิกคิดเสียทีว่าต้องปกป้องชนชั้นนำเพื่อให้เขากำหนดเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญ แล้วหันมาปกป้องประชาชนกันครับ ขอบคุณครับ