อรรถกร ศิริลัทธยากร อภิปรายสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญผ่านกระบวนการประชามติ แต่ย้ำจุดยืนไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขหมวด 1 และหมวด 2 ที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยเสนอให้รอผลการพิจารณาของอนุกรรมการก่อน พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการดำเนินการตามขั้นตอนอย่างรอบคอบควบคู่กับการเร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจและภาระค่าครองชีพของประชาชน รวมถึงชื่นชมความคืบหน้าการยกระดับเอกสารสิทธิ์เพื่อเกษตรกร และมองว่าการแก้รัฐธรรมนูญในขณะนี้อาจยังไม่เหมาะสมหากซ้ำซ้อนกับญัตติที่มีอยู่แล้ว
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส. จังหวัดฉะเชิงเทรา เขตเลือกตั้งที่ ๒ พรรคพลังประชารัฐ ด้วยความเคารพท่านประธานครับ ผมจะขออนุญาต ใช้เวทีสภาในการอภิปรายในญัตติของเพื่อนสมาชิกก็คือคุณพริษฐ์ วัชรสินธุ และเพื่อนสมาชิก ที่เซ็นชื่อรับรองญัตติด้วยความกระชับ ตรงประเด็น และใช้ภาษาง่าย ๆ โดยญัตตินี้เสนอให้ รัฐบาลพิจารณาว่าจะตอบรับหรือไม่ตอบรับในการแก้ไขรัฐธรรมนูญผ่านกระบวนการ ประชามติ อันนี้ก็คือคร่าว ๆ ง่าย ๆ ต้องเรียนท่านประธานและที่ประชุมอย่างนี้ว่าในวันนี้ ในปี ๒๕๖๖ ผมยังยืนยันคำเดิมว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นสิ่งที่จำเป็น ซึ่ง ๔ ปีที่ผ่านมา สภาสมัยที่แล้วผมก็ยังยืนยันคำนี้นะครับ แต่การแก้ไขรัฐธรรมนูญเราต้องคำนึงว่าการแก้ไขนั้น ควรจะแก้ไขให้เหมาะสมกับเวลาสถานการณ์ในปัจจุบันด้วย แต่ต้องเรียนว่าการเสนอญัตติ ในครั้งนี้ได้มีการเสนอให้แก้ไขได้ทั้งฉบับ ซึ่งแน่นอนว่ารวมถึงหมวด ๑ และหมวด ๒ ซึ่งผมและพรรคพลังประชารัฐยืนยันมาตลอด ตั้งแต่การก่อตั้งพรรคในปี ๒๕๖๑ ว่าในการแก้ไขหมวด ๑ หมวด ๒ หรือว่าหมวดเกี่ยวกับ พระมหากษัตริย์ พรรคพลังประชารัฐจะไม่ร่วมแก้ไขอย่างแน่นอน ท่านประธานที่เคารพครับ พรรคพลังประชารัฐมีจุดยืนเรื่องนี้ชัดเจน เดี๋ยวขออนุญาตฝ่ายโสต ขอ Slide ครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Clip ภาพ)
ตั้งแต่วันแรกที่เราก่อตั้ง พรรคพลังประชารัฐโดยสิ่งที่ผมได้นำเสนอขึ้นอยู่บน Website ของพรรคพลังประชารัฐ อย่างชัดเจน โดยท่าน พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐได้บอก ชัดเจนว่าผมจะนำพรรคให้เกิดความเข้มแข็งภายใต้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข เราไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญหมวด ๑ หมวด ๒ นอกจากนี้กระผมยังเห็นถึงความจริงใจ และความตั้งใจของรัฐบาลที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ ในอนาคตจับต้องได้อย่างเป็นรูปธรรม ทำไมผมถึงพูดอย่างนี้ ท่านประธานครับ ผมทราบมาว่าท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านได้กรุณาลงนาม ในคำสั่งตั้งอนุกรรมการ ๒ คณะ คณะแรกเป็นอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นประชาชน และคณะอนุกรรมการศึกษาแนวทางประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ดังนั้นเองผมคิดว่าขณะนี้ เราในฐานะสมาชิกรัฐสภา เราควรจะให้เวลากับรัฐบาล เราควรจะให้เวลากับอนุกรรมการ ทั้ง ๒ คณะ ให้เวลาเขาเถอะครับ เรามาดูว่าเขาจะตั้งใจแก้ไขรัฐธรรมนูญมากน้อยขนาดไหน ถ้ากระบวนการไม่คืบหน้าผมก็จะเป็นคนหนึ่งที่จะใช้กลไกรัฐสภาแห่งนี้ในการทวงถาม ในการเร่งรัดไปยังรัฐบาล ไปยังทางประธานอนุกรรมการทั้ง ๒ คณะ ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพนะครับ ผมคิดว่าถ้าผมเห็นชอบญัตติในวันนี้หมายความว่าความเห็นชอบ ของสภาแห่งนี้มันจะข้ามหัวรัฐบาล มันจะข้ามหัวอนุกรรมการทั้ง ๒ คณะที่เขากำลังทำอยู่ ข้ามหัวแล้วไปไหนครับ ไม่ทราบ ไปที่วุฒิสภา วุฒิสภาเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ เราก็ไม่รู้ได้ ถ้าผ่านวุฒิสภาก็ไปที่ ครม. ซึ่งผมก็ไม่สามารถคาดเดาคำตอบได้ แต่สิ่งที่ผมนำเรียนครับ ขณะนี้มี Protocol มีกระบวนการ ๑ ๒ ๓ ๔ อย่างชัดเจนที่รัฐบาลเขากำลังทำอยู่ ผ่านอนุกรรมการ ดังนั้นผมย้ำว่าให้เวลาเขาครับ เราให้เวลารัฐบาลได้ทำงานในด้านการเมือง นั่นคือการพิจารณาการทำประชามติ พร้อมทั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญควบคู่ไปกับการแก้ไขปัญหา ปากท้องให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งในขณะนี้ผมเรียนตรง ๆ จากการที่ได้รับรู้ ได้สัมผัสกับพี่น้อง ประชาชนในจังหวัดฉะเชิงเทรา เราก็ทราบความรู้สึกของพี่น้องประชาชนว่าผลลัพธ์ของการตั้งใจ ทำงานมันเริ่มออกดอกออกผล ผมยกตัวอย่าง ขณะนี้มีความคืบหน้าของโครงการเงินดิจิทัล ถึงแม้ว่าจะมีคนเห็นด้วยจำนวนมาก และมีคนที่ไม่เห็นด้วยก็ตาม แต่วันนี้เราก็ทราบดีว่า กระบวนการในการผลักดันโครงการเงินดิจิทัลก็คืบหน้าไปมากพอสมควร
เรื่องที่ ๒ เห็นได้ชัดว่าค่าไฟฟ้าโดยเฉพาะในเดือนที่ผ่านมาถ้าท่านประธาน หรือว่าเพื่อนสมาชิกได้ดู Bill เราก็เห็นเลยว่ารัฐบาลมีมาตรการในการลดค่าไฟฟ้า ค่าครองชีพอย่างจับต้องได้เห็นได้ชัดเจน
เรื่องที่ ๓ ติดตามมาว่ามีการผลักดันในเรื่องของรถไฟฟ้า ๒๐ บาท ตอนนี้ ก็ประกาศเตรียมตัวได้นำไปใช้แล้ว หรือแม้แต่กระทั่งการจัดการผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ ขณะนี้ ก็เข้าใจว่ากระบวนการในการบริหารจัดการเรื่องนี้ก็ถูกเริ่มต้นทำมาอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญ ท่านประธานครับ ในฐานะผมอยู่พรรคพลังประชารัฐท่านเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ท่าน ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า แล้วรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านก็เดินหน้าในเรื่องของการเปลี่ยน ส.ป.ก. เป็นการยกระดับเอกสารสิทธิเป็นโฉนดที่ดิน เพื่อการเกษตรกรรม ซึ่งจากที่ได้ติดตามการทำงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เบื้องต้นก็มีมติเห็นชอบหลักการในการปรับปรุงเอกสารสิทธิ ส.ป.ก. ๔-๐๑ เพื่อจะเป็น ประโยชน์กับพี่น้องเกษตรกรต่อไป ไม่ใช่เพื่อนายทุนครับ สรุปง่าย ๆ ผมยังยืนยันว่า ผมเชื่อมั่นและยังให้เวลากับรัฐบาล ให้ทำงานแก้ไขปัญหาเรื่องปากท้องควบคู่ไปกับ เรื่องการเมือง เชื่อว่าในอนาคตอันใกล้นี้การแก้ไขแล้วรัฐธรรมนูญจะถูกแก้ไขอย่างแน่นอน เพื่อไม่ให้ กระบวนการเป็นการสับสน การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่รัฐบาลได้ทำอยู่ถ้าเรารับญัตติ ของเพื่อนสมาชิก ด้วยความเคารพคุณพริษฐ์ วัชรสินธุ ผมเคารพจากใจจริง ถ้าเรารับ มันจะเป็นเหมือนกับการทำงานซ้ำซ้อน ผมจึงคิดว่าญัตตินี้วันนี้อาจจะยังไม่ถึงเวลาครับ ก็ขออนุญาตนำเรียนท่านประธานและที่ประชุมด้วยความเคารพครับ กราบขอบพระคุณครับ